ข่าว

          คุณปุ้ย ปิยาภรณ์ และ ณะ ณรงค์ ผู้บริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand พร้อมทีมกฏหมาย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงรายละเอียดที่หลายคนรอคำตอบ สำหรับเรื่องสัญญากับ ฟ้าใส ปวีณสุดา Miss Universe Thailand 2019 ที่มีการออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้กันไปมาก่อนหน้านี้

          โดยใจความหลักของการแถลงข่าวครั้งนี้ ทางกองประกวดยืนยันชัดเจนว่า ณ ปัจจุบันก็ยังคงไม่ได้เซ็นสัญญากับ ฟ้าใส เพราะมีการนัดคุยและทำบันทึกข้อตกลงกันแล้ว พร้อมกับยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของกองประกวดด้วยส่วนหนึ่ง ที่ไม่ทำสัญญาให้รอบคอบชัดเจน เพราะให้ความสำคัญกับสัญญาใจมากกว่า และมีเวลาในการเตรียมการน้อยมาก ก่อนที่ทีมงานจะเดินทางไปแอตแลนตา ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีเหตุผลที่จะบ่ายเบี่ยงในการเซ็นสัญญา

          พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดเผยรายละเอียดเบื้องต้นของร่างสัญญาว่า มีการระบุชัดเจนถึงเงื่อนไข และข้อตกลง ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเปอร์เซ็นต์ 70-30 ในประเทศไทย และ 50-50 สำหรับรายได้จากการทำงานในต่างประเทศ โดยมีอายุสัญญาการเป็นนางงาม 1 ปี และสัญญาการเป็นนักแสดงในสังกัดอีก 2 ปี รวมทั้งมีการพูดคุยกันถึงเรื่องอนาคตในการทำงาน และโปรเกจต์ โดยมีการเปิดประเด็นเกี่ยวกับการทำอะคาเดมี หรือสถาบันพัฒนานางงามของประเทศไทย โดยมี ฟ้าใส เป็นผู้นำในการดำเนินงาน และทางบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนให้ และในระหว่างนี้ก็ยังคงไม่มีการเซ็นสัญญาใดใด

          ส่วนสาเหตุที่ส่งสัญญาให้ซ้ำๆ เป็นเพราะ ฟ้าใส ทำสัญญาหาย จึงเป็นเหตุให้ทางผู้จัดการกองประกวด ส่งสัญญาให้ ฟ้าใส ก่อนเดินทางไปแอตแลนตา โดยผู้บริหารมีการเข้าไปเซ็นรับรองกับกอง Miss Universe เพื่อยืนยันตัวตน และมีลายเซ็นของกรรมทั้ง 10 คนในรอบสุดท้าย เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้ตัดสินให้ ฟ้าใส เป็น Miss Universe Thailand 2019 แต่ไม่ทราบว่ามีผลหรือไม่ต่อการพลาดโอกาสในการเป็น Miss Universe ของเธอ

          โดยสัญญาฉบับดังกล่าวมีการยื่นให้กับคุณแม่ของ ฟ้าใส พร้อมกับมีการแก้ไขรายละเอียดตามความต้องการของอีกฝ่าย หลังจากผ่านแก้ร่างสัญญาตามความต้องการของคุณแม่แล้ว ก็ยังไม่มีการเซ็นสัญญาโดยไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด และตลอดเวลาในการประกวด Miss Universe มีการเร่งตามสัญญาสำหรับส่งให้กองประกวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง

          กระทั้งผ่านการประกวดรอบตัดสิน ได้รับการยืนยันจาก ฟ้าใส ว่าจะกลับไปศึกษาสัญญาอย่างละเอียด และเซ็นสัญญาที่ประเทศไทย แต่ก็ไม่มีการตอบกลับใดใด ไม่มีการพูด หรือบอกความต้องการจากอีกฝ่ายว่าไม่เซ็นเพราะเหตุผลได้ ต้องการให้ปรับเปลี่ยนเรื่องข้อตกลงข้อใดหรือไม่ ที่ผ่านมามีเพียงการบอกผ่านกับผู้จัดการว่า เหนื่อย, ติดงาน, ติดเรียน พร้อมถามกลับไปยัง ฟ้าใส ว่า “ทำไมถึงไม่มาเซ็น” ยืนยันว่าได้ทวงถามตลอด

          จากนั้น ฟ้าใส เข้ามาพร้อมกับญาติผู้ใหญ่ 2 ท่าน โดยมีการนำร่างสัญญาให้ได้ศึกษา และ ฟ้าใส เป็นฝ่ายให้คำมั่นเองว่า จะใช้เวลาอ่านสัญญาอย่างละเอียดจำนวน 3 วัน ขณะที่กองประกวดได้เตรียมเช็คเงินรางวัลเพื่อมอบให้ทันทีหลังจากมีการเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น เพราะเห็นว่าล่วงเลยมานานเกินไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีการเซ็นสัญญากัน โดยทีมทางบริษัทมีการยื่นโนติส 27 มกราคม เพื่อให้เข้ามาเซ็นสัญญา เพราะมีการปรึกษากับฝ่ายกฏหมายแล้ว เพราะเริ่มได้รับผลกระทบ และฟีตแบคจากผู้สนับสนุนการประกวด

          ภายหลังจากยืนหนังสือโนติสไป ก็เกิดเป็นเหตุการณ์ที่ ฟ้าใส เปิดเผยแชตไลน์ทวงถามสัญญากับทางกองประกวด ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากกองประกวดออกหนังสือโนติส และมีนัดคุยกันอีกครั้งในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ โดย ฟ้าใส มาพร้อมกับที่ปรึกษาทางกฏหมาย และสัญญาที่ร่างขึ้นเอง ซึ่งมีการระบุเงื่อนไขในการรับเงินและของรางวัล การปฏิบัติงาน รวมทั้งรายละเอียดในการรับงาน ข้อบังคับในการห้ามกล่าวพาดพิงสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อตัวเองและครอบครัว ซึ่งยังคงตกลงกันไม่ได้ จนมีการยื่นบันทึกเข้ามาเพื่อยุติการทำข้อตกลง ในฐานะ Miss Universe Thailand 2019 และในฐานะนักแสดงในสังกัด พร้อมกับข้อตกลงแบ่งเงินรางวัลจำนวน 500,000 บาท สายสะพาย และสิทธิ์ในการทำมงกุฎด้วยตัวเอง

          ขณะที่ทางกองประกวดยืนยันว่าตอนนี้ยังคงให้ ฟ้าใส เป็นผู้ครองตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2019 เพราะอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยความสวยงาม สง่างาม แม้ว่าอีกฝ่ายทำบันทึกเข้ามาเพื่อยุติการทำสัญญาในฐานะ Miss Universe Thailand 2019 และในฐานะนักแสดงในสังกัด และยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหากับ ฟ้าใส เฉพาะเรื่องสัญญา แต่ยังมีเรื่องของวินัยในการทำงานด้วย หลังจากนี้ขอไม่ออกมาพูดอะไร หรือแสดงความคิดเห็นตอบโต้ใดใดอีกแล้ว ส่วนมงกุฎมูลค่า 1.5 ล้านบาท ยินดีคืนให้ ฟ้าใส ขอเพียงติดต่อเข้ามาที่บริษัท

RELATED ข่าว
EFM