ข่าว

          ยังคงเป็นเรื่องสะเทือนใจใครหลายๆ คน สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงชื่อดังที่ถูก แชมป์-จิรัฏฐ์ เพชรนันทวงศ์ ทายาทนักธุรกิจปาแก้วใส่หน้า ระหว่างที่เข้าไปทักทายเพื่อนนักแสดงอย่าง น้ำหวาน รักษ์ณภัค ในร้านอาหารที่พัทยา เพราะความหึงหวง จนเป็นข่าวดังและได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสังคม

          ล่าสุด รัศมีแข พร้อมด้วยพี่สาวคนสนิท ดีเจต้นหอม ศกุลตลา และทนายความ ถือโอกาสตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดย รัศมีแข เล่าว่า ตัวเองรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจุดเริ่มต้นเกิดหลังจากบังเอิญเจอ น้ำหวาน ในร้านอาหาร และเข้าไปทัก กระทั้งรู้ตัวว่าโดนปาแก้วใส่หน้า จากนั้นจึงออกไปยืนรอเพื่อเคลียร์เหตุการณ์ และพูดคุยกับหนุ่มคนดังหน้าร้าน วันนั้นก็มีการขอโทษ ก่อนจะมีการไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คอาการบาดเจ็บ

          “เหตุการณ์วันนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมากครับ หลังจากที่เข้าไปทักทายน้องผู้หญิง แขไม่รู้ตัวว่าเขาทำอะไรด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าโดนของแข็ง แต่ไม่รู้ว่ามันคือขวดหรือแก้ว ณ ตอนนั้นแขคิดว่าเป็นขวด แต่พอรู้ว่ามันคือแก้วแขยิ่งห่วงความปลอดภัยของตัวเอง เพราะถ้ามันแตกแล้วกระเด็นเข้าตา ตาบอด มองไม่เห็นจะทำยังไง

          วันนั้นแขอยู่กับเพื่อน 2 คน เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ทางเขาก็มากับเพื่อน ด้วยความที่เราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย และเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรอีกไหม ด้วยความที่แขไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แล้วคำว่าแจ้งความสำหรับแขรู้แค่ว่าต้องไปสถานีตำรวจ แล้วยังไงต่อ ก็เลยไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ และก็เล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้กับเพื่อนๆ ได้ฟังว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้นะ

          แขต้องการหลักๆ เลยคืออยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนของสังคม เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคมว่า นับจากนี้เราจะไม่ทำร้ายร่างกายใครง่ายๆ อีกแล้ว เพราะบ้านเมืองเรามีกฏหมาย อยากให้ทุกคนเกรงกลัว และเป็นเคสสุดท้าย ที่เวลาไม่พอใจใครก็ทำร้ายร่างกาย ณ วันนี้ต้องหยุด ในขณะที่ครอบครัว หรือเพื่อนๆ เราต้องการความรับผิดชอบที่มากขึ้น แค่คำขอโทษอย่างเดียวคงไม่พอ”

          นอกจากนี้ รัสมีแข ยังทิ้งท้ายเอาไว้อีกด้วยว่า ด้วยความที่ตัวเธอเองมาจากประเทศที่มีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ทำให้รู้สึกได้ว่าตัวเองอาจจะไม่ปลอดภัย ยังมีความกลัวอยู่ และพยายามกลับมาใช้ชีวิตให้เป็นเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องการติดต่อ และการดำเนินการทางกฏหมาย ขอยกหน้าที่ให้ทนายเป็นคนรับผิดชอบต่อ เบื้องต้นมีการแจ้งความไว้แล้ว 1 ข้อหาคือ ทำร้ายร่างกาย

RELATED ข่าว
EFM