ข่าว

          กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตหลายคนแสดงความคิดเห็นกันอย่างหนัก สำหรับเรื่องราวร้าวฉาวของครอบครัว หนุ่ม ศรราม และ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ โดยล่าสุด หนุ่ม ศรราม ได้ออกมายอมรับว่า ได้หย่าร้างกันมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับออกมาแฉเรื่องหนี้สินจนเป็นเหตุให้ ติ๊ก ต้องออกจากบ้านมา

          ล่าสุด ติ๊ก กนิษฐรินทร์ ได้ออกมาเปิดใจเรื่องทั้งหมดผ่านรายการโหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย เป็นพิธีกร พร้อมกับยอมรับผิดว่าเล่นการพนันหาเงินใช้หนี้ ถูกตามทวงถึงบ้าน เป็นสาเหตุให้ชีวิตครอบครัวพัง และทำให้เธอไม่ได้เจอหน้าลูกสาวอีก

          ยอมรับว่าออกจากบ้านของอดีตสามีมาได้นานกว่า 11 วันแล้ว หลังจากที่หย่าร้างกันในวันที่ 20 มกราคม 2563 โดยเธอเล่าว่าสาเหตุของการหย้ากันเพราะชีวิตคู่มีปัญหาเรื่องเงิน ไม่ได้เป็นการหย่าเพื่อแก้เคล็ด ตามที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แต่อย่างใด สาเหตุที่ออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น เป็นเพราะยังมีหวังว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก

          ส่วนตัวเธอมีหนี้อยู่จำนวนหนึ่ง โดยที่ผ่านมาก็มีโอกาสแจ้งให้อดีตสามีทราบ และอดีตสามีก็ช่วยเลหือด้วยการใช้จ่ายให้ตลอด กระทั้งความรู้สึกพัง เพราะเหตุการเคาะประตูท้วงหนี้ถึงบ้านไม่จบสักที ซึ่งเป็นความผิดของตัวเธอเอง เงินทั้งหมดเอาไปใช้หนี้ บวกกับติดหนี้การพนันออนไลน์เพิ่ม จนหมุนเงินไม่ทัน จึงตัดสินใจแอบกดเงินจากเอทีเอ็มของอดีตสามีออกเป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท และได้บอกเรื่องทั้งหมดภายหลังจากที่อดีตสามีแจ้งความดำเนินคดีกับธนาคาร พร้อมกับการปรับความเข้าใจกันแล้ว

          สำหรับเงิน 400,000 บาทที่แอบกดออกมาแบ่งไปใช้หนี้ 200,000 บาท และอีก 200,000 บาทนำไปเล่นการพนันออนไลน์ เพื่อหวังจะได้เงินกลับมา แต่กลับต้องเป็นหนี้ซ้ำอีก และยอมรับว่านำเงินจากการจ้างงานจำนวน 55,000 บาท ไปใช้หมุนในส่วนอื่นก่อน โดยไม่ได้แจ้งให้อดีตสามีทราบ จนนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่เธอต้องออกมาจากบ้านอดีตสามี เพราะอดีตสามีมารู้ภายหลังเรื่องทั้งหมด

          เธอยังยืนยันด้วยว่า ตอนนี้ตัวเธอเองไม่ได้มีหนี้แล้ว แต่เงินทั้งหมดที่เอาไปนั้น ต้องการที่จะนำไปไถ่โฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลง และชดใช้หนี้บางส่วนของคุณพ่อเธอด้วย หนี้ที่เคลียร์หมดไป ยอมรับว่ามีการนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายทองคำรับขวัญลูกเป็นจำนวน 3 บาท โดยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเอาทองของลูกไปขายมากกว่า 10 บาทว่าไม่เป็นความจริง

          อีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนยังคาใจ นั่นก็คือเรื่องของหน้ากากอนามัย ที่มีผู้เสียหายออกมาแจ้งความดำเนินคดีว่าถูกเธอหลอกไปจำนวน 900,000 บาท โดยเธอยืนยันว่าเงินก้อนนี้เธอได้โอนให้โบรกเกอร์ และโอนให้กับทางเวียดนามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุที่ไม่มีการดำเนินคดีกับโบรกเกอร์นั่น เป็นการคุยตกลงกับอดีตสามีแล้ว

          นอกจากนี้เธอยังทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า ตอนนี้ยังมีหนี้อีกจำนวน 400,000 บาท เพราะไปหยิบบืมมาจากพี่คนหนึ่ง แต่ไม่ได้มีการเร่งรัดอะไร หากมีเมื่อไหร่ก็ค่อยทยอยใช้ หนี้ 400,000 บาท เกิดขึ้นเพราะเธออยากได้ที่นาจำนวน 14 ไร่ ยอมรับว่าเธอเป็นคนไม่ดีเอง ทั้งที่พยายามแก้ไขแล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้น ที่ผ่านมาเคยคิดอยากทำงาน และเริ่มนำเงินจำนวนหนึ่งจ่ายคืนอดีตสามีไปบ้าง ก่อนจะร่ำไห้ออกมา พร้อมตัดพ้อว่า แม้จะไม่มีประสิทธิภาพความเป็นเมีย แต่ก็เชื่อว่าตัวเองมีประสิทธิภาพความเป็นแม่ และหวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้กลับมาดูแลลูกร่วมกันอีกครั้ง

ขอบคุณภาพโดยและเนื้อหาจาก : รายการโหนกระแส

RELATED ข่าว
EFM