EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       คงไม่ต้องเกริ่นอะไรมากมายเกี่ยวกับหนัง Spider-Man ภาคใหม่นี้ เพราะมันคงถูกจัดเข้าลิสต์หนังต้องดูของหลายๆคนอยู่ เพราะนี่คือหนังมาร์เวลเรื่องแรกที่ออกฉายหลังจาก Avengers : Endgame หนึ่งในหนังที่คนดูมากที่สุดในโลก และจะเล่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นแบบเต็มๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นกับปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หนึ่งในอเวนเจอร์ที่ต้องรับมือกับการสูญเสียมากที่สุด เพราะเขาได้สูญเสียอาจารย์ไป บุคคลที่ชักชวนเขาเข้าวงการซูเปอร์ฮีโร่ ดังนั้น นี่คือครั้งแรกของปีเตอร์ ที่ไม่มีโทนี่ สตาร์ก คอยอยู่ข้างๆ หรือดูแลแบบห่างๆ ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้ เราจะได้เห็น ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในแบบที่โตขึ้นจากทั้งหนังสไปเดอร์แมนภาคที่แล้ว และหนัง Avengers สองภาคล่าสุด

       หลังจากเหตุการณ์มากมายใน Endgame ภาคนี้ปีเตอร์ จะได้เดินทางไปทริปยุโรปช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ซึ่งปีเตอร์ต้องการสิ่งนี้เพราะอยากจะพักจากภารกิจฮีโร่ และใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไป อยากจะไปเที่ยวกับเพื่อน และวางแผนที่จะใกล้ชิดกับ เอ็มเจ เพื่อนผู้หญิงที่เขาชอบ แต่แล้วการพิทักษ์โลกก็เป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อ นิค ฟิวรี่ ตามเขาไปไกลถึงยุโรป รวมถึงได้เกิดเหตุร้ายระหว่างที่เขากำลังไปทริป เมื่อสัตว์ประหลาดที่เกิดขึ้นจากธาตุต่างๆ (อาทิ น้ำ, ไฟ) ได้บุกมาถล่มเมืองที่เขาไปเที่ยว ทำให้ปีเตอร์ต้องรับภารกิจจำเป็นแบบที่ไม่ได้ต้องการ และในระหว่างนั้นเอง เขาได้เจอกับ มิสเตอริโอ (รับบทโดย เจค จิลเลนฮาล) ซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ ที่อ้างว่ามาจากต่างมิติ เพื่อมาปราบตัวร้ายนี้ ที่กำลังจะทำลายโลก แบบเดียวกับ เคยทำลายโลกที่มิสเตอริโอจากมา มาแล้ว

       Spider-Man : Far From Home เป็นหนังภาคต่อที่ไปได้ไกลกว่าหนังภาคแรกในหลายๆองค์ประกอบ เริ่มจาก ตัวละครของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ หลังจากเผชิญกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่าเด็กทั่วไป ทำให้ภาคนี้ เราจะได้เห็นปีเตอร์ในหลากหลายมุม ที่โตขึ้นกว่าเดิม เขาจะต้องตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างที่เป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น แต่หนังก็ไม่ทิ้งข้อเท็จจริงว่า เขายังคงเป็นเพียงวัยรุ่น ยังเป็นเด็กม.ปลายเท่านั้น และหนังก็ใช้องค์ประกอบตรงนี้เอง ขยี้ได้อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อปีเตอร์ รวมถึงเพื่อนๆของเขากำลังจะมีความรัก ซึ่งสำหรับวัยรุ่นแล้ว เรื่องจีบหญิงอาจจะใหญ่โตไม่แพ้กับการพิทักษ์โลกเลย การที่ปีเตอร์ยังเด็ก ทำให้ Spider-Man อาศัยประโยชน์จากตรงนี้ แทบจะกลายเป็นหนังมาร์เวลเรื่องเดียว ที่เป็นหนังวัยรุ่น และก็สนุกสนานในการเล่ามุมนี้

       สององค์ประกอบที่หนังภาคนี้ดีกว่าภาคแรกอย่างชัดเจน คือฉากแอ็กชันและฉากตลก โดยฉากการต่อสู้ โดยเฉพาะซีนในครึ่งหลังของหนังนั้น ถือว่าตื่นตาและอลังการทีเดียว การที่ผู้สร้างตัดสินใจให้สไปเดอร์แมน เดินทางไปทริปยุโรปในภาคนี้ ทำให้ซีนการต่อสู้ของไอ้แมงมุมดูแปลกตาจากหนังเดี่ยวของเขาเรื่องอื่นๆทั้งหมด เท่าที่เคยมีมา ส่วนซีนเบาสมอง หนังใช้ประโยชน์จากความเป็นหนังวัยรุ่น และการผิดที่ผิดทางของตัวละคร ที่ต้องไปอยู่ในยุโรป สร้างมุกตลกต่างๆได้อย่างมากมาย ซึ่งการที่เพิ่มความเข้มข้นในสององค์ประกอบนี้ ทำให้ Spider-Man : Far From Home ทั้งดูสนุกและน่าติดตาม เป็นหนังฟอร์มยักษ์ประจำซัมเมอร์ที่คุ้มค่าแก่การรอคอย

       จุดที่ด้อยไปหน่อย สำหรับหนัง Spider-Man ภาคนี้ น่าจะเป็นเรื่องของบทภาพยนตร์ที่หลายๆปม ดูจะคลี่คลายไปได้ง่ายดายเมื่อเทียบกับหนังในจักรวาลมาร์เวลหลายๆเรื่อง รวมถึงปมต่างๆของหนัง ที่ถ้าใครเป็นแฟนซูเปอร์ฮีโร่อยู่แล้ว น่าจะพอคาดเดาได้ไม่ยาก ว่าเหตุการณ์ในหนังจะเดินไปยังทิศทางใด เพียงแต่อาจจะเดาไม่ออกถึงรายละเอียด แต่น่าจะพอดูภาพรวมออก ซึ่งทำให้ความเซอร์ไพรสในหนังลดลงไปพอสมควร เมื่อเทียบกับภาคแรก ที่มีหลายอย่างชวนตกใจพอสมควร

       สรุปคือ Spider-Man : Far From Home เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่บันเทิงแบบเต็มสูบ มีอะไรที่มากขึ้นจากภาคก่อนพอสมควร แต่ที่เป็นไฮไลต์แบบสุดๆเลย คือฉากแถมทั้ง 2 ฉากในตอนท้าย ที่พีคสุดทั้งสองซีน อาจจะดีสุดในบรรดาหนังมาร์เวลยุคหลังๆเลยก็ว่าได้ ที่จะทำให้ผู้ชมตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าฉากเหล่านี้ มาเพื่อยั่วน้ำลาย สิ่งที่กำลังจะตามมาในจักรวาลมาร์เวล แบบที่ทำกันทุกเรื่อง แต่ฉากแถมในรอบนี้ มันยั่วได้แบบสุดพลังจริงๆ ดังนั้นไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง

(ให้ 8.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM