EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ก่อนที่จะไปดู Toy Story 4 ความรู้สึกหลักคือ แอบกังวลเบาๆ ที่กังวลนั้นเป็นเพราะว่า Toy Story 3 มันถูกสร้างออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ จบได้อย่างประทับใจ ทำเอาน้ำตารื้นไปตามๆกัน และดูเหมือนว่าหนังมันจะจบแบบสมบูรณ์แบบแล้ว การที่จะสร้างหนังได้ดีกว่า ดูจะเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน แต่กระนั้น ชื่อชั้นของ พิกซาร์ แอนิเมชั่น ก็การันตีอะไรได้หลายๆอย่าง ถ้าไม่มั่นใจในพล็อตและบทภาพยนตร์จริงๆ การที่จะหยิบเอาแอนิเมชั่นขึ้นหิ้งอย่าง Toy Story มาเสี่ยงทำต่อ ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ ดังนั้น การมาของ Toy Story 4 ลึกๆจึงเชื่อว่า พิกซาร์ต้องมั่นใจ ว่ามันจะดีและต่อยอดจากภาคก่อนๆได้ ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

       ในภาคนี้เล่าเรื่องราวของ วู้ดดี้ (พากย์เสียงโดย ทอม แฮงค์) และผองเพื่อนที่นำโดย บัซ ไลท์เยียร์ (พากย์เสียงโดย ทิม อัลเลน) ที่ตอนนี้พวกเขาคือของเล่นของ บอนนี่ เด็กน้อยที่กำลังจะเข้าชั้นอนุบาล แต่ปัญหาคือ บอนนี่ยังไม่พร้อมจะไปโรงเรียน วู้ดดี้เลยแอบเข้าไปในกระเป๋าเป้ของบอนนี่ เพื่อช่วยเธอให้ผ่านวันแรกของการไปโรงเรียนให้ได้ และที่โรงเรียน บอนนี่ได้สร้างของเล่นชิ้นใหม่ขึ้นมาจากขยะ นั่นคือ ฟอร์คกี้ ของเล่นที่เอาส้อมพลาสติกมาบวกกับสิ่งต่างๆ มันมีชีวิตขึ้นมา และมันก็กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดในทันที เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลง เพื่อครอบครัวพาบอนนี่ไปเที่ยวต่างจังหวัดก่อนเปิดเทอม เจ้าฟอร์คกี้ซึ่งเชื่อว่าตัวเองคือขยะ ไม่ใช่ของเล่น พยายามจะแสวงหาอิสรภาพ ด้วยการกระโดดรถหนีจากบอนนี่ไปซะ ทำให้กลายเป็นภารกิจของวู้ดดี้ ในการตามเจ้าฟอร์คกี้กลับมา ก่อนที่บอนนี่จะตื่นมา แล้วพบว่าของเล่นชิ้นโปรดของเธอนั้น หายไป

       แน่นอนว่า Toy Story 4 คือแอนิเมชั่นที่อัดแน่นด้วยคุณภาพเช่นเคย ถ้าถามว่าประทับใจสู้ภาคที่แล้วได้หรือไม่ คำตอบคือ เราอาจจะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเท่าภาคก่อน แต่หลายอย่างในภาคนี้ที่ไปได้ไกลกว่า ภาพรวมคือหนังสนุกมาก มาพร้อมกับมุกตลกที่ฮาหนักกว่าทุกภาค แถมหนังยังใส่ส่วนผสมที่ไม่มีในภาคก่อนๆ นั่นคือมุมโรแมนติกของตัวละคร และที่สำคัญ แก่นหลักของหนังภาคนี้ ที่ทำให้เข้าใจเลยว่า ทำไมพิกซาร์ถึงยอมสร้างหนังภาคที่4 ออกมา เพราะมันคือการทำให้หนังโตขึ้นไปอีกระดับ ถ้าภาคแรกคืออนุบาล ภาคนี้ Toy Story ก็กลายเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวแล้ว

       อันที่จริง สิ่งสำคัญที่สุดของหนังแอนิเมชั่น ก็คือการที่มันดูสนุกนั่นเอง มันทำให้ทั้งคนดูกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่เอ็นจอยกับหนัง และ Toy Story 4 สามารถทำให้เราพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า หนังสนุกมาก หนังมาพร้อมกับฉากผจญภัยที่เพลิดเพลินแทบทั้งเรื่อง หลังจากหนังใช้เวลาในการปูเรื่องไม่นานมากนัก (ตามที่เล่าไปก่อนหน้านี้) หลังจากนั้นก็คือ ปฏิบัติการของวู้ดดี้ ในการตามหาฟอร์คกี้ ซึ่งสนุกมาก หนังได้พาวู้ดดี้ ไปเจอกับสวนสนุกซึ่งเต็มไปด้วยของเล่นมากมาย และเจอเพื่อนของเล่นที่พลัดพรากกันไปอย่าง โบปี๊ป ในส่วนนี้ เหมือนเราได้ดูหนังแอ็กชั่นในคราบของหนังแอนิเมชั่น มีปฏิบัติการสนุกๆเพียบ คล้ายกับดู Mission: Impossible ในเวอร์ชั่นเด็กๆ ซึ่งทำออกมาได้อย่างสนุกสนานทีเดียว

       โดยปกติแล้ว Toy Story จะเป็นแอนิเมชั่นที่ให้อารมณ์อบอุ่นนำมาเป็นอันดับแรก ซึ่งแน่นอนว่าภาคนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น แต่อีกอารมณ์ที่เพิ่งขึ้นมา ตีคู่กันเลย คืออารมณ์ขำ ภาคนี้คือ Toy Story ภาคที่ตลกที่สุดเท่าที่เคยดูมา หลักๆต้องยกความดีความชอบให้เหล่าบรรดาตัวละครใหม่ ที่สร้างสีสันให้กับหนังอย่างมาก เริ่มจากเจ้าฟอร์คกี้ก่อนเลย ที่ถือเป็นตัวละครหลัก ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ทั้งหมดในหนัง เจ้าตัวนี้แหละที่โคตรจี้ มันเป็นตัวละครที่บ้าบอ และเพี้ยนที่สุดตัวนึงของ Toy Story ไม่แปลกใจเลย ที่ดิสนีย์ จะหยิบเอาตัวละครนี้ไปสร้างเป็นซีรีส์ของตัวเอง ลงใน Disney+ เพราะมันช่างฮาเสียเหลือเกิน ต้องปรบมือให้พิกซาร์ ที่สามารถสร้างสรรค์ซ้อมพลาสติกที่ดูกะโหลกกะลา ให้กลายเป็นตัวละครสุดที่รักไปได้

       อีกตัวละครที่สร้างความขำได้ดีมาก คือ ดั๊กกี้และบันนี่ ตุ๊กตาคู่หูเป็ดกับกระต่าย ที่พากย์เสียงโดย คู่หูดาวตลก คีย์แกน ไมเคิล คีย์ และจอร์แดน พีล (คนหลังคือผู้กำกับ Get Out) ที่คอซีรีส์ตลกรู้จักกันดีในนามของ Key & Peele ที่ดูเหมือนว่าคาแร็คเตอร์นี้ จะยกเอาเขามาอยู่บนจอเลย ซึ่งฮามาก ต้องขอบคุณพิกซาร์ที่กล้าหลุดกรอบ ปล่อยทั้งคู่มาในแอนิเมชั่นระดับนี้ และเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้สร้างสรรค์อะไรมากมาย ท้ายที่สุดตัวละครที่เรียกเสียงฮาได้หนักคือ คือ ดุ๊ก คาบูม ของเล่นสายแอ็กชันที่มีมาดเท่ห์ตลอดเวลา ซึ่งได้ คีอานู รีฟส์ มาพากย์เสียงเป็นเอาฮาสุดๆ เก๊กหล่อได้โคตรน่ารัก แถมหนังยังมาในช่วงเวลาที่โคตรดี ออกฉายในซัมเมอร์นี้ที่กระแสความนิยมของ คีอานู รีฟส์ กลับมาพอดี จากความเท่ห์ใน John Wick 3ต่อด้วยความฮาที่เล่นเป็นตัวเองในหนัง Always Be My Maybe แล้วมาที่เรื่องนี้อีก ยิ่งขยี้ความดังของพี่แกเข้าไปใหญ่เลย

       แม้จะห่อหุ้มด้วยมุกตลกมากมาย ฉากแอ็กชั่นที่สนุกสนาน แต่แน่นอนว่า แก่นของหนังภาคนี้ก็แข็งแรง ซึ่งขอไม่สปอยล์ตรงนี้ ว่าประเด็นหลักของ Toy Story 4 คืออะไร (จริงๆก็พอเห็นมาบ้างจากในตัวอย่างหนัง) ซึ่งมันถูกนำเสนอและย้ำในหนัง อย่างตรงไปตรงมา สื่อสารอย่างเข้าใจง่าย ซึ่งเหมาะสมกับหนังแอนิเมชั่น ที่คุณค่าของมัน ไม่เพียงแต่จะถ่ายทอดให้กับผู้ชมแล้ว มันยังพาหนังแฟรนไชส์นี้ ให้เติบโตไปในอีกระดับหนึ่งด้วย จากเดิมภาคแรกเมื่อ 24 ปีที่แล้ว ประเด็นอาจจะดูเด็กมากๆ ในวันนี้เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ตัวละครในหนังก็ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ จนเติบโตขึ้น ตัวหนังเองก็เช่นกัน หนังมาพร้อมกับแก่นหลัก และบทสรุปที่ลงตัวเลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจที่พิกซาร์จะยอมสร้างภาคนี้ออกมา เพราะมันดีจริงๆ

       สรุปแล้ว Toy Story 4 ถือว่าเป็นแอนิเมชั่นคุณภาพอีกเรื่องจากค่ายพิกซาร์ หนังมาพร้อมกับความสนุก ความฮา ความอบอุ่น ส่วนผสมในแบบที่ลงตัวและควรจะเป็น แถมด้วยมุมโรแมนติกซึ่งโดยปกติไม่ค่อยได้เห็นในหนังชุดนี้(ส่วนจะเป็นมุมโรแมนซ์ของใคร ต้องไปดูเอง) และแน่นอนว่า สิ่งที่หนังพยายามจะสื่อสารกับผู้ชม ก็เป็นประเด็นที่แข็งแรง และพาหนังให้โตไปอีกระดับ ถ้าจะเสียดาย ก็แอบเสียดายตัวละคร บัซ ไลท์เยียร์เบาๆ ที่ภาคนี้ อาจจะต้องเป็นตัวประกอบ เพื่อเปิดโอกาสให้วู้ดดี้ไปเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม และเปิดให้มีตัวละครใหม่ๆเข้ามา แต่กระนั้น พิกซาร์ก็ไม่ได้ทิ้งบัซเลย มีมุกเด็ดมาให้ แถมขยี้หนักตลอดทั้งเรื่องอีกต่างหาก แม้จะมาน้อย แต่มาแม่นทุกฉากจริงๆ

(ให้ 9.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD