EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       เมื่อปลายปีที่แล้ว พวกเราได้ดู Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์ชีวประวัติวงร็อคระดับตำนานอย่าง Queen ล่าสุดถึงคิวของ Rocketman หนังชีวประวัติศิลปินระดับตำนานที่ชีวิตโลดโผนไม่แพ้กัน อย่างท่านเซอร์เอลตัน จอห์น ซึ่งเวลาพูดถึงหนังสองเรื่องนี้ หลายคนมักจับมาเป็นแพ็คเกจกัน ด้วยอะไรที่เกี่ยวข้องกันหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ เด็กซ์เตอร์ เฟล็กเชอร์ ที่ก่อนจะมากำกับ Rocketman เขาคือผู้กำกับที่ถูกเรียกไปทำ Bohemian Rhapsody ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ หลังจากไบรอัน ซิงเกอร์ โดนค่ายหนังไล่ออก เพราะหายตัวจากกองถ่ายไปหลายวัน รวมถึงหนังทั้งสองเรื่องยังมีตัวละคร จอห์น รี้ด ผู้จัดการศิลปินเบอร์ดี มาเป็นตัวละครสำคัญเช่นเดียวกันด้วย รี้ดเองเป็นอดีตคนรักและผู้จัดการของ ท่านเซอร์เอลตัน จอห์น ในขณะเดียวกันเขาคือผู้ค้นพบ เฟรดดี้ เมอร์คิวรีย์ และวงควีนอีกด้วย

       เส้นทางในการขึ้นจอใหญ่สำหรับหนังประวัติเอลตัน จอห์นนั้น ผ่านช่วงเวลามาหลายยุคสมัย แต่มาเป็นจริงได้ ด้วยทีมของ Kingsman เริ่มจากแมธธิว วอห์น ผู้กำกับหนังสายลับเรื่องดังกล่าว ที่เข้ามาอำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้ และดึงเอาผู้กำกับในเครืออย่าง เด็กซ์เตอร์ เฟล็กเชอร์ มากำกับ แถมยังได้พระเอกคู่บุญ อย่าง ทารอน อีเจอร์ตัน มารับบทเป็นท่านเซอร์เอลตัน หลังจากที่ท่านเซอร์เอง เคยมารับเชิญในหนัง Kingsman : The Golden Circle ให้กับทีมนี้มาแล้ว(และเล่นเป็นตัวเองได้อย่างสนุกสนานด้วย)ถึงเวลาที่ชีวิตของท่านเซอร์ จะมาขึ้นจอใหญ่ โดยหนังพาเราย้อนกลับไปตั้งแต่เอลตันยังเด็กๆ เล่าถึงปมครอบครัว ที่ส่งผลต่อชีวิตและบทเพลงของเอลตัน การขาดความอบอุ่นจากครอบครัว เป็นแรงผลักดันอย่างมาก ที่ทำให้เอลตันประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็นำพาเอลตันไปสู่ด้านมืด หนังเปิดเรื่องด้วยฉากที่เอลตันเข้ามายังสถานบำบัด พร้อมกับยอมรับว่า เขาเองติดยา ติดเหล้า และติดเซ็กซ์

       ภาพรวมต้องยกให้ Rocketman เป็นหนังชีวประวัติศิลปินที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เพราะนอกจากจะเล่าเรื่องแบบทั่วไปแล้ว ชีวิตของเอลตัน จอห์น มีสีสันมากมาย ผู้สร้างเลยเลือกจะเล่าแบบกึ่งจริงกึ่งแฟนตาซีไปเสียเหลือ หนังออกแบบให้หลายฉากดูเว่อร์ ดูเหนือธรรมชาติ ดั่งอยู่ในมิวสิควีดีโอสุดแซ่บ ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังดราม่าประวัติศิลปินทั่วไปอย่างชัดเจน แต่การใส่ความแฟนตาซีเข้ามานั้น หนังก็ใส่มาในจังหวะที่พอเหมาะ ในฉากที่สมควรจะใส่ ทุกอย่างมาในปริมาณที่พอดิบพอดี ไม่ได้เยอะเกิน จนทำให้ Rocketman หลุดจากการเป็นหนังประวัติศิลปิน จนกลายเป็นหนังแฟนตาซีอภินิหารไปแทน

       หนังหยิบเอาเรื่องราวช่วงที่เอลตันยังวัยรุ่นมาเล่า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลดโผนที่สุด ช่วงเวลาก่อนที่เขาจะโตอย่างเต็มที่ ช่วงเวลาที่ชีวิตต้องผ่านอุปสรรคอะไรมากมาย และมอบบทเรียนมากมายให้กับชีวิต หนังเลือกถ่ายทอดช่วงที่น่าสนใจมากๆ และบทภาพยนตร์ก็สื่อสารความเป็น เอลตัน จอห์น ออกมาได้อย่างถูกจังหวะ นอกจากซีนที่เล่าเรื่องด้วยบทสนทนาแล้ว หนังยังหยิบเอาเพลงดังๆของ เอลตัน จอห์น มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวได้อย่างถูกจังหวะ และสื่อความหมายมากๆ ต่างจาก Bohemian Rhapsody ที่เพลงของวงควีนส่วนใหญ่ จะถูกวางไว้ในหนังช่วงเวลาที่วงสร้างสรรค์เพลงนั้นๆ แต่สำหรับ Rocketman เพลงถูกวางแบบสื่ออารมณ์ ไม่ได้มาพร้อมกับช่วงเวลาที่เพลงนั้นถูกปล่อยออกมาจริงๆ ตามลำดับ มีเพียงแค่บางเพลงเท่านั้น อาทิ Your Song ที่มาในช่วงเวลาของเหตุการณ์ที่เอลตัน สรรค์สร้างเพลงนั้นอยู่จริงๆ

       ทารอน อีเจอร์ตัน เป็นตัวเลือกสำหรับบท เอลตัน จอห์น ได้ดีเกินคาด เขาไม่ได้เหมือนกับเอลตัน ระดับที่ รามี มาเลค เหมือน เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ย์ ใน Bohemian Rhapsody ช่วงแรกๆเรายังรู้สึกว่า นี่คือ ทารอน ที่แสดงเป็น เอลตัน เขาไม่ได้กลืนไปกับหนังตั้งแต่แรก แต่ยิ่งดูเรายิ่งเชื่อ ยิ่งรู้สึกว่านี่คือ เอลตัน ซึ่งทารอน ค่อยๆสลัดตัวตนและทำให้เราเชื่อได้สำเร็จ (ยิ่งซีนหลังๆยิ่งเหมือนเอลตันมาก )แต่ที่เซอร์ไพรสมากๆ คือบรรดานักแสดงสมทบ ที่ทำได้ดีไม่แพ้กับทารอนเลย เจมี่ เบลล์ (จาก Billy Elliot) มาในบทของเบอร์นี่ เพื่อนสนิทที่อยู่เบื้องหลังเนื้อเพลงแทบทุกเพลงของเอลตัน,ริชาร์ด แมดเดน ทำได้ดีมากในบท จอห์น รีด อดีตคนรักและผู้จัดการของเอลตัน ที่ยิ่งหนังดำเนินไป ยิ่งเห็นการแสดงที่น่าสนใจจากเขา และปิดท้ายด้วย ไบรส ดัลลัส ฮาเวิร์ด (นางเอก Jurassic World) ที่สลัดภาพสาวเซ็กซี่ กลายมาเป็นแม่ของเอลตันได้อย่างดีเกินคาด(ช่วงแรกๆแอบจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ เธอกลืนไปกับบทมากๆ)

       สรุปแล้ว Rocketman เป็นหนังชีวประวัติศิลปินที่มีความแตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ แอบเล่นท่ายากกว่าเรื่องทั่วไป แต่ทำได้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ทั้งมุมดราม่า มุมมิวสิคัล และแฟนตาซี ถูกนำมาร้อยเรียงกันอย่างไม่ขัดเขิน ในฟากของนักแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทารอน อีเจอร์ตัน ทำได้ดีกว่าที่คาดหวังไว้มากๆ ถือว่าเป็นหนังประวัติศิลปินอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด เพลงดังมากมายของ เอลตัน จอห์น ถูกนำมาเล่าเรื่องที่จังหวะที่เป๊ะปัง ดูจบแล้ว อยากจะบอกทุกคนว่า มันเริ่ดมากแม่ ไม่อยากให้พลาด

(ให้ 9 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD