EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       หลัังความสำเร็จของ The Fault In Our Stars ต้องยอมรับว่า หนังรักวัยรุ่นที่สองตัวละครนำต้องเผชิญกับอุปสรรคเพราะโรคภัยไข้เจ็บ มีตามออกมาเยอะเหลือเกิน แล้วพล็อตก็เริ่มหวือหวามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Everything, Everything ที่นางเอกป่วย และไม่สามารถออกจากบ้านได้ ต่อด้วย Midnight Sun ที่นางเอกป่วย ไม่สามารถเจอแสงอาทิตย์ได้ ทำให้สามารถไปเดทกับพระเอกได้แค่ตอนกลางคืน และปีนี้ หนังในแนวเดียวกันนี้ ก็ตามออกมาอีกเรื่อง นั่นคือ Five Feet Apart ที่พระเอกนางเอกป่วยกันทั้งคู่ และไม่สามารถแตะเนื้อต้องตัวกันได้เลย

       หนังเล่าเรื่องราวของ สเตลล่า หญิงสาวคิดบวกที่ป่วยเป็นโรค Cystic Fibrosis เพราะต้องเฝ้าระวังอย่างหนัก ทำให้เธอต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ถึงกระนั้น เธอก็ยังสนุกในการทำรายการออนไลน์ลงยูทูป แม้จะต้องอยู่ในห้องพักพร้อมด้วยอุปกรณ์รักษามากมายก็ตาม และ ณ สถานที่แห่งนี้ ทำให้เธอได้รู้สึกเพื่อนใหม่หลายคนที่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ วิลล์ เด็กหนุ่มสายติสก์ ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทั้งคู่เริ่มจากการไม่ค่อยถูกกัน แล้วค่อยๆเปิดใจ เปิดรับ จนกระทั่งตกหลุมรักกัน แต่ปัญหาของผู้ป่วยโรคนี้ คือไม่สามารถโดนตัวกันได้ และต้องอยู่ห่างกันอย่างน้อย 5 ฟุต ซึ่งการไม่สามารถสัมผัสกันได้ จะเป็นปัญหากันความสัมพันธ์ของทั้งคู่หรือไม่ ต้องไปติดตามกัน

       ก่อนที่จะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ ความรู้สึกที่คิดไว้ก่อนเลยคือ เราจะยังสนุกกับหนังพล็อตประมาณนี้ได้อีกหรือไม่ เพราะดูติดๆกันมาทุกปีเลย ผลปรากฏว่า Five Feet Apart ยังทำให้เราเพลิดเพลินกับหนังได้เป็นอย่างดี แม้จะยังไม่ตรึงได้สุดแบบ The Fault In Our Stars แต่หนังก็ยังมีโมเมนต์ดีมากมาย

       สิ่งที่ชอบที่สุด ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะไม่ชอบด้วยซ้ำ คือการเดินเรื่องในโรงพยาบาลแทบทั้งเรื่อง โดยปกติ เรามักคิดว่าสถานที่แบบนี้น่าเบื่อ ไม่น่าจะสร้างสีสันอะไรให้หนังได้มากมาย แต่ปรากฏว่า หนังสามารถออกแบบฉากต่างๆในโรงพยาบาลให้มีเสน่ห์ขึ้นมาได้ ด้วยการที่พระเอกนางเอก จำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาลตตลอดเวลา ไม่สามารถออกจากตึกได้ ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องเกิดขึ้นในที่แห่งนี้ หนังสามารถเนรมิตให้โรงพยาบาลเป็นสถานที่ออกเดทได้ สถานที่ปาร์ตี้ได้ สถานที่สนุกๆแบบสวนสนุกได้(แต่จะทำอย่างไรนั้น ต้องไปติดตามกันเองในหนัง)นี่คือข้อดี ในการพลิกความน่าเบื่อ แต่งเติมจนหนังแตกต่างไปได้เลย

       อีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับหนังรักเรื่องนี้ คือ ตัวละครพระเอกและนางเอก สำคัญมากที่คนดูจะต้องอินกับตัวละครทั้งคู่ และเชื่อว่าทั้งคู่รักกัน มิฉะนั้นหนังจะเบาไปเลย ซึ่ง Five Feet Apart สอบผ่านในเรื่องนี้ สำหรับตัวละครนางเอก เราเชื่อและส่งกำลังใจให้ตั้งแต่แรก เป็นตัวละครที่ดูธรรมดาเหมือนคนทั่วไป คนเชื่อว่าคนดูไม่น้อยจะรู้สึกจริงกับตัวละครนี้ ส่วนพระเอกด้วยความเข้าถึงยากของคาแร็คเตอร์ในหนัง ทำให้คนดูอาจจะยังไม่อิน หรือส่งใจช่วยตั้งแต่แรก (มีความขบถเบาๆ) แต่ด้วยเสน่ห์ของน้อง โคล สเปราท์ (จาก Riverdale) เชื่อว่ายังไงหลายๆคนก็ส่งใจช่วย

       นอกจากคู่พระนางแล้ว Five Feet Apart ยังทำได้ดีในบรรดาตัวละครแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โมเซ่ห์ อาเรส ( จากEnder's Game, Pitch Perfect 3) ในบทของ โพ เพื่อนสนิทนางเอกที่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน ตัวละครนี้กินใจไม่แพ้พระนางเลย แถมสร้างสีสันได้อย่างมากอีกด้วย และคิมเบอร์รี่ เกรเกอรี่ ในบทของนางพยาบาล ที่คอยดูแลพระเอกนางเอก เป็นตัวละครที่เหมือนกับเป็นครูประจำชั้นในหนังไฮสคูลก็ได้ แม้จะดุ แต่ก็ดุเพราะรัก ที่เซอร์ไพรสสุดคือ แคลร์ ฟอร์ลานี่ นางเอกจาก Meet Joe Black ที่หายหน้าหายตาไปนาน กลับมารอบนี้รับบทแม่พระเอกไปเลย จนหนังจบต้องมาเช็คว่า ใช่เธอหรือเปล่า ไม่ได้เห็นหน้าในหนังโรงนานมากๆ

       แม้จะเริ่มต้นมาได้ค่อนข้างดี ส่วนตัวชื่นชอบ สององค์แรกของหนังพอสมควร แต่มาตกม้าตายในองค์สุดท้าย ช่วงก่อนเข้าไคลแม็กซ์ ซึ่งตัวละครหลักมีพฤติกรรมงี่เง่าหลายอย่าง ซึ่งในแง่ของการเดินเรื่องก็เข้าใจ เพราะถ้าไม่ทำพฤติกรรมชวนหงุดหงิดเหล่านั้น เรื่องก็เดินต่อไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ความเอาใจช่วยตัวละครเหล่านี้ ที่หนังสร้างมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ลดลงในพริบตาเลยทีเดียว ส่งผลต่อช่วงบทสรุปของหนัง ที่ควรจะพีคมากกว่านี้ กลับไม่พีคเท่าที่ควร เพราะความส่งใจช่วยคู่พระนางดันลดลงไปแล้ว อย่างน่าเสียดาย ทำให้ Five Feet Apart ไม่กราฟขึ้นอย่างที่คาดหวังไว้ในช่วงท้าย

       สรุปแล้ว Five Feet Apart ถือว่าเป็นหนังรักวัยรุ่นที่ทำได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะครึ่งแรกของหนัง ที่สร้างสถานการณ์ในโรงพยาบาลได้อย่างน่ารัก และทำให้ผู้ชมตกหลุมรัก พระเอกนางเอกได้อย่างไม่ยาก และเชื่อว่าทั้งคู่รักกัน แต่น่าเสียดาย ในช่วงท้ายดันทำให้คนดูเอาใจช่วยลดลง จนไคลแม็กซ์ที่น่าจะอินสุด กลับไม่อินอย่างที่ควร แต่กระนั้น หนังก็ยังมีโมเมนต์ดีๆ และบทสนทนาดีๆให้ช่วยคิดมากมาย ส่วนต่อมน้ำตาจะแตกหรือไม่นั้น อันนี้น่าจะแล้วแต่คน แต่ส่วนตัวหนังยังบิ้วไม่ขึ้นในระดับนั้น

(ให้ 7 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD