EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       หลังสร้างจากผิดหวังให้กับแฟนๆ มาพักใหญ่ ดูเหมือนว่า วอร์เนอร์และดีซี จะจับทางผู้ชมได้มากขึ้น ทิศทางของหนังซูเปอร์ฮีโร่ของค่ายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เครียดเหมือนยุคก่อนๆ และผู้ชมก็ให้การตอบรับมากขึ้น ไล่มาตั้งแต่ Wonder Woman, Aquaman และล่าสุดคือ Shazam ! หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ต้องยอมรับว่าใช้ทุนน้อยกว่าเรื่องอื่นๆของค่าย (ใช้ไปประมาณ 80-100ล้านเหรียญฯ) แต่สามารถกอบโกยคำชมจากนักวิจารณ์มาได้เพียบ จนล่าสุดได้คะแนนแง่บวกจาก Rotten Tomatoes ไปมากถึง 93% จนคอหนังประเดนตำแหน่งให้ว่า นี่คืออีกหนึ่งความหวังใหม่ของค่ายดีซี ที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

       ความเป็นซูเปอร์ฮีโร่และโทนหนังของ Shazam ! ค่อนข้างต่างจากเรื่องอื่นๆของค่ายดีซีครับ หนังเล่าเรื่องราวของ บิลลี่ แบทสัน เด็กหนุ่มวัย 14 ปี ที่เป็นเด็กพลัดหลงกับแม่ตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาต้องเร่ร่อน ไปอาศัยอยู่ตามบ้านและสถานสงเคราะห์ต่างๆ และพยายามจะหนีออกจากบ้านทุกครั้งเพื่อตามหาแม่ที่แท้จริง จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้เจอกับพ่อมดและมอบพลังวิเศษทั้งหมดให้ เพียงบิลลี่เอ่ยคำว่า "ชาแซม"เขาก็จะกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ในร่างผู้ใหญ่ ที่มีพละกำลังมหาศาล ซึ่ง บิลลี่ ต้องต่อกรกับ ซิวาน่า ชายที่เคยเกือบได้พลังพิเศษนี้เช่นกัน แต่เพราะความละโมภทำให้พลาดไป ซิวาน่า จึงออกมาล่าพลังนั้น และพยายามจะยึดครองมันให้ได้

       พอ Shazam ! เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่มีตัวละครนำเป็นเด็ก โครงของหนังและโทนของหนังก็จะต่างจากหนังผู้ใหญ่เรื่องอื่นๆของดีซี หนังเรื่องนี้มีส่วนผสมของหนังซูเปอร์ฮีโร่ บวกกับหนัง Coming-of-Age และ Fish out of water อยู่พอสมควร อธิบายเพิ่มเติม ในส่วนแรกคือ Coming-of-Age หมายถึงหนังที่ตัวละครหลักเป็นเด็กน้อย แต่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์อะไรบางอย่าง ทำให้เขาได้เติบโตขึ้น (อาทิ หนังอย่าง Boyhood) ซึ่งเรื่องนี้ บิลลี่ คือเด็กที่มีปัญหาครอบครัว แล้วได้รับพลังวิเศษ ทำให้เขาเรียนรู้การใช้ชีวิต และความรับผิดชอบมากขึ้น ปมนี้สร้างความประทับใจให้กับคนดูได้พอสมควร และอีกส่วนคือ Fish out of water หมายถึงหนังที่ตัวละครนำ ต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือเหตุการณ์ที่ไม่คุ้นเคย เรื่องนี้คือ บิลลี่ ต้องกลายร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้ใหญ่ และต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆที่ผู้ใหญ่ต้องเจอ กลายเป็นฉากสนุกๆ เอาฮาอย่างมากมาย ซึ่งส่วนนี้ก็สร้างสีสันให้กับหนังได้อย่างดี

       เท่าที่ดูจากรีวิวผู้ชม จำนวนไม่น้อยที่ค่อนข้างติดหนังในครึ่งแรกเพราะปูเรื่องค่อนข้างนาน แต่ส่วนตัวกลับชื่นชอบครึ่งแรกมาก เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ค่อยๆเล่าให้เราอินกับตัวละครบิลลี่ และเพื่อนๆรอบตัว ทำให้เราเห็นว่า ตัวละครกลุ่มนี้มีความเป็นมนุษย์ธรรมดาๆไม่ได้ต่างจากพวกเรา มีปัญหาชีวิตเช่นเดียวกับพวกเรา พอตัวละครกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ก็เหมือนแรงพลักดันว่า เราเองก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ในแบบของเรา แม้พระเอกจะมีพลังพิเศษ แต่ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้ แพ้ได้ เพราะยังไงก็ยังมีความเป็นมนุษย์แบบที่หนังปูมาตั้งแต่แรก กลับกลายเป็นครึ่งหลัง ที่พาร์ทที่ต้องต่อสู้กับตัวร้าย ส่วนตัวกลับเฉยๆ เพราะไม่ได้ต่างจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆของค่ายเท่าไหร่นัก ที่จะจบด้วย ฉากต่อสู้ใหญ่โต(ซึ่งด้วยทุนสร้างที่น้อยกว่าเรื่องอื่นๆ ก็เลยใหญ่โตสู้ได้ไม่เท่าด้วยซ้ำ)ทำให้เราชอบครึ่งแรกมากกว่า ทั้งมีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์มากกว่า

       แซคเคอรี่ ลีวาย และแอชเชอร์ แองเจิ้ล สองนักแสดงคือรับบทเป็น ชาแซม ในเวอร์ชั่นเด็กและผู้ใหญ่ คือ จุดที่แข็งแกร่งที่สุดในหนังเรื่องนี้ครับ ต้องปรบมือชื่นชมการแสดงของทั้งคู่ และชมค่ายหนังที่แคสติ้งมาได้อย่างเหมาะสม เริ่มจากพระเอกในร่างเด็กก่อน ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดี จนเราเริ่มอินและเอาใจช่วยได้อย่างไม่ยาก พอกลายร่างเป็นผู้ใหญ่ แม้จะเอาใจช่วยน้อยลง แต่ แซคเคอรี่ ก็เป็นชาแซมได้อย่างสนุกสนาน กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของค่ายดีซี ที่มีเสน่ห์ลำดับต้นๆเลยทีเดียว ทำหน้าที่เป็น เด็กในร่างผู้ใหญ่ ได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนนักแสดงฝีมือดีอย่าง มาร์ค สตรอง ก็เป็นตัวร้ายในระดับกลางๆ หนังปูที่มาของตัวละครนี้ได้ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกหรือพิศดารมากนัก มาร์ค เหมือนแสดงบทร้ายคล้ายๆกับหนังเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้

       โดยรวมแล้ว Shazam ! ไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่แอ็กชั่นล้างผลาญหรือทุนมหาศาล แบบ Wonder Woman หรือ Aquaman ต้องตั้งโหมดก่อนไปดู ว่านี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ทุนปานกลาง มีความเป็นหนังวัยรุ่นและตลกผสมผสานอยู่ค่อนข้างมาก ผลลัพภ์ที่ได้สำหรับ Shazam ! เลยไม่ได้แค่มันส์อย่างเดียว แต่มีความตลกและประทับใจใส่เข้ามาด้วย ซึ่งถือว่า ผู้กำกับ เดวิด เอฟ.แซนเบิร์ก ทำหน้าที่ได้ดี เมื่อพิจารณาว่าเคยทำ Lights Out และ Annabelle : Creation มาก่อน นี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้กำกับหนังผี แต่ก็มีการหยิบเอาจังหวะความสยองมาใส่ในหนังเล็กน้อย ในพาร์ทของพ่อมดแฟนตาซี สรุปแล้ว Shazam ! ถือเป็นหนังฮีโร่แบบจิ๋วแต่แจ๋วอีกเรื่องเลย

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM