EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่าน (และอีกหลายปีต่อจากนี้) ดิสนีย์คงง่วนอยู่กับการหยิบเอาการ์ตูนคลาสสิคของค่าย กลับมาสร้างใหม่ในแบบฉบับคนแสดง หลังเคยพยายามไปกับ 101 Dalmatians ในช่วงยุค 90 แต่ก็ไม่ได้มีการต่อยอดความสำเร็จอะไรมากนัก จนกระทั่ง Alice In Wonderland กวาดรายได้ระดับพันล้านทั่วโลกในปี 2010 ดิสนีย์เลยขยันปัดฝุ่นเอาการ์ตูนเก่าๆมาสร้างอย่างต่อเนื่อง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Beauty and the Beast ที่ทำรายได้ทั่วโลกไประดับ 1.2 พันล้าน และ The Jungle Book ที่ทำเงินไป 9.6 ร้อยล้าน สำหรับปีนี้เอง ดิสนีย์มีหนัง Live-Action ที่รีเมกจากการ์ตูนเก่า มากถึง 4 เรื่อง ประกอบด้วย Aladdin, The Lion King, Maleficent 2 และเริ่มต้นด้วยการ์ตูนที่เก่าที่สุด เท่าที่ดิสนีย์เคยรีเมกมา นั่นคือ Dumbo นั่นเอง

       Dumbo คือการ์ตูนลำดับที่ 4 ของค่ายดิสนีย์ ต่อจาก Snow White, Pinocchio และ Fantasia ซึ่งดิสนีย์ให้ต้นทุนในการสร้างน้อยมาก เพราะเป็นภาวะที่ดิสนีย์กำลังขาดทุนจากสงครามโลกครั้งที่2จึงไม่สามารถใช้ทุนสร้างมากมายอะไรได้ และในหนังยังมีความโหดร้ายมากกว่าหนังการ์ตูนทั่วไป ด้วยปัจจัยจากสังคมในยุคนั้น ผ่านมา 70 ปี ดิสนีย์ก็เลือก Dumbo กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง โดยใช้บริการฝีมือของ ทิม เบอร์ตัน ที่เคยประสบความสำเร็จมาด้วยกันในหนังอย่าง Alice In Wonderland มาแล้ว และมีการปรับเปลี่ยนให้หนังเวอร์ชั่นนี้ เน้นที่ตัวละครมนุษย์มากขึ้น และสัตว์ในเรื่องจะพูดไม่ได้ (Dumbo และเพื่อนสัตว์ฉบับการ์ตูนจะพูดได้) หนังเล่าเรื่องราวของ ดัมโบ้ ลูกช้างที่ถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยหูขนาดใหญ่ผิดปกติ มันเลยกลายเป็นตัวตลกและถูกผู้คนหัวเราะจากจุดด้อยนี้ แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกผัน เมื่อลูกๆของคนเลี้ยงช้างในคณะละครสัตว์พบว่า มันสามารถใช้หูขนาดใหญ่บินได้ ทำให้ดัมโบ้กลายมาเป็นดาวเด่นของคณะละครสัตว์ในชั่วข้ามคืน!

       โดยรวม Dumbo ค่อนข้างลงตัวทีเดียว ถือว่าเป็นการผสมผสานสไตล์ของดิสนีย์และ ทิม เบอร์ตัน ได้อย่างพอดิบพอดี (พอดียิ่งกว่า Alice In Wonderland ด้วย ซึ่งเรื่องนั้น ป๋าทิม ค่อนข้างใส่ความเพี้ยนไปเกินพอดี ความสนุกแบบหนังดิสนีย์จึงลดลง) จุดเด่นสุด คงเป็นจังหวะการเล่าเรื่อง ที่หนังค่อยๆพาเราไปรู้จัก ดัมโบ้ และตัวละครในส่วนของมนุษย์แต่ละตัว จนเราเริ่มค่อยๆ อิน และส่งแรงใจช่วยตัวละครเหล่านี้ ซึ่งแทบทุกตัว ไม่ใช่แค่ดัมโบ้ ที่ต้องมีจุดบกพร่องอะไรบางอย่าง และต้องการแรงใจเพื่อให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง อย่างดัมโบ้ ก็จะหูใหญ่ผิดปกติ เด็กๆในเรื่องต้องสูญเสียแม่ไปจากโรคร้าย หรือพระเอก (ที่รับบทโดย โคลิน ฟาร์เรล) ก็สูญเสียแขนไปกับสงคราม ทุกตัวละครล้วนมีข้อบกพร่องในชีวิตอะไรบางอย่าง แต่ต้องพยายามก้าวข้ามสิ่งนั้นไปให้ได้ หนังทำได้ดีทีเดียวในการเล่าเรื่องและค่อยๆคลายปมเหล่านี้

       แน่นอนว่าพอเป็นหนัง ทิม เบอร์ตัน มันก็จะต้องมีความเพี้ยน ความแปลกประหลาดอะไรบางอย่างใส่ไปในหนัง ซึ่งเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างพอใจ (ในฐานะหนังเด็ก) ไม่ได้ประหลาดจนเข้าขั้นสยดสยองแบบหลายๆเรื่อง จนคอหนังของป๋าทิม อาจจะบอกว่า ใส่ความเพี้ยนเพิ่มได้อีกนะ เมื่อเทียบกับหนัง ทิม เบอร์ตัน หลายๆเรื่องในยุคหลัง เรื่องนี้ค่อนข้างลงตัวทีเดียว ส่วนตัวชอบมากกว่า Miss Peregrine's, Big Eyes, Dark Shadow และ Alice In Wonderland แม้จะไม่ดู ทิม เบอร์ตัน จ๋าเท่าเรื่องที่เอ่ยมา แต่ก็ดูเป็นการที่สบายๆและลงตัวกว่าทุกเรื่อง อีกอย่างที่โดดเด่นมาก เพราะป๋าทิมด้วย คืองาน Production Design และ Costumeที่โดดเด่นและเจิดจรัสมากๆ ส่งให้ Dumbo มีเสน่ห์มากขึ้นเยอะเลย เสื้อผ้าหน้าผมของแต่ละตัวละคร ดูเหมาะสม และงานออกแบบคณะละครสัตว์ รวมถึงสวนสนุกในหนัง ดูน่าตื่นตาไปเสียหมด ดึงดูดสายตาของผู้ชมให้อยู่บนจอได้ตลอดทั้งเรื่องแบบไม่ยากเย็นอะไรนัก

       ในเรื่องนี้ ทิม เบอร์ตัน ยังคงใช้บริการนักแสดงขาประจำหลายคน ส่วนตัวที่ชอบสุด ยกให้ แดนนี่ เดอ วีโต้ ที่ร่วมงานกันมาแล้วใน Batman Returns, Mars Attack และ Big Fish รับบทเป็นเจ้าของคณะละครสัตว์ ถือว่าเป็นตัวละครที่มีมิติสุดแล้ว มีทั้งหมดมุมดีและไม่ดี เป็นตัวละครที่เป็นมนุษย์มากๆ คล้ายๆลุงของพวกเรา ตัวละครนี้สร้างสีสันได้ตลอดทั้งเรื่อง ตามด้วย ไมเคิล คีตัน ที่เคยร่วมงานกับลุงทิมมาใน Batman, Batman Returns และ Beetlejuice ทำหน้าที่ได้ดีในบท นักธุรกิจเจ้าเล่ห์ที่พยายามซื้อตัวดัมโบ้ ซึ่งเขาไปได้สวยในบทตัวร้ายอยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องนี้จะแอบเป็นตัวร้ายแบบหนังการ์ตูนอยู่หน่อย อาจจะเพราะอยู่ในหนังดิสนีย์ เลยจะมีความโอเว่อร์แอคติ้งเบาๆ เพื่อสื่ออย่างชัดเจนว่า ฉันคือตัวร้ายนะ ตามด้วย เอวา กรีน ที่ร่วมงานมาแล้ว ใน Dark Shadow และ Miss Peregrine's ถือว่าเป็นตัวละครที่เสน่ห์ล้นจอมากๆ (และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ปรากฏตัวด้วย)มีเพียง โคลิน ฟาร์เรล ที่เล่นหนังของ ทิม เบอร์ตัน เป็นเรื่องแรก และด้วยความเป็นพระเอก เลยอาจจะนิ่งๆไม่ได้มีอะไรให้แสดงมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นบทที่มีหลายซีนสร้างความประทับใจได้พอสมควร

       สรุปแล้ว Dumbo ถือเป็นครอบครัวแฟนตาซีที่ค่อนข้างลงตัวในทุกๆองค์ประกอบ มีความสนุกสนาน อบอุ่น ประทับใจ ตามสไตล์หนังดิสนีย์ที่ควรจะเป็น ดูสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในแง่แฟนประจำของ ทิม เบอร์ตัน ความเป็นป๋าทิม อาจจะไม่ได้พุ่งทะลุเท่าหนังหลายๆเรื่อง แต่ถือว่าเป็นงานที่สบายๆที่ดูเพลินมากที่สุดในยุคหลังของป๋าเลยก็ว่าได้ อีกทั้งหนังยังสร้างตัวละครช้าง ดัมโบ้ มาให้ผู้ชมตกหลุมรักได้ง่ายๆตั้งแต่แรก จนเราพยายามจะเอาใจช่วยตลอดทั้งเรื่อง หนังมาพร้อมกับการออกแบบงานสร้างที่งดงาม การเลือกชมในระบบ IMAX3D ก็ช่วยสร้างอรรถรสในการชมได้ดีพอสมควร ถือว่าไม่ผิดหวังครับเรื่องนี้

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM