EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       นี่คือโปรเจ็คในฝันของผู้กำกับที่เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ อย่าง เจมส์ คาเมรอน ที่ประสบความสำเร็จอย่างท้วมท้นมาแล้ว จาก Titanic และ Avatar ที่แกชื่นชอบการ์ตูนมังงะจากญี่ปุ่นเรื่องนึงมาก ถึงขั้นไปขอซื้อลิขสิทธิ์ แล้วมาพัฒนาเขียนบทด้วยตัวเอง จนกลายมาเป็นโปรเจ็คภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งอันที่จริงแก อยากจะกำกับหนังด้วยตัวเอง แต่ติดสัญญากับค่ายฟ็อกซ์ ที่ต้องพัฒนาภาคต่อของAvatar อีก 4 ภาครวด แกจึงดึงเอา โรเบิร์ต รอดริเกซ ผู้กำกับหนังแอ็กชันสายโหดจาก Sin City และ From Dusk Till Dawn มาทำหน้าที่กำกับหนังแทน โดยโรเบิร์ตเผยว่า แม้ เจมส์ จะไม่ได้กำกับ แต่หนังเรื่องนี้จะสัมผัสได้ถึงความเป็นหนังของ เจมส์ คาเมรอน มากที่สุด เท่าที่ผู้ชมจะรู้สึกได้

       แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ Alita : Battle Angel มีความทะเยอทะยานจะเป็นหนังใหญ่ที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ มาพร้อมกับเรื่องราวสุดจินตนาการ และงานวิชวลที่อลังการ ตามสไตล์หนัง เจมส์ คาเมรอน จริงๆ แม้จะไม่สุดเท่า Avatar แต่ก็มีองค์ประกอบหลายอย่าง ที่ชวนให้คุณไปเช่นนั้น หนังเล่าเรื่องราวของ อลิต้า หุ่นยนต์สาวที่ ดร.อิโต หมอซ่อมหุ่นยนต์ พบเธอในกองขยะ แล้วพบว่าสมองของเธอนั้น ยังทำงานปกติ จึงเก็บเธอมารักษา ซ่อมแซมจนกระทั่งเธอกลับมาเป็นไซบอร์กปกติ แต่ปัญหาคือ อลิต้า เอง ไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆ ทำให้เธอต้องออกตามหาว่า ตัวตนที่แท้จริงของเธอคือใคร ในอดีตเป็นใครมาจากไหน ในขณะเดียวกัน อลิต้า ยังต้องเผชิญภัยจากศัตรูมากมาย เมื่อมีคนเริ่มรู้ว่า อลิต้า มีความแข็งแกร่งเกินหุ่นไซบอร์กทั่วไป และอาจเป็นอันตรายต่อองค์กรลับ ที่กำลังควบคุมสังคมได้

       แน่นอนว่า จุดเด่นที่สุดของ Alita : Battle Angel คงหนีไม่พ้นงานวิชวล งานภาพที่อลังการและชวนตื่นตาแบบสุดๆ ตลอด 2 ชั่วโมง ทั้งการออกแบบเมือง ออกแบบหุ่นยนต์ต่างๆ รวมถึงการออกแบบเกมส์การแข่งขันกีฬาในเรื่อง ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นอย่างมาก เรียกว่าแค่เสียเงินเข้าไปดูงานภาพบนจอใหญ่ๆเพียบอย่างเดียว ก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว เพราะเราคงไม่ได้เห็นหนังที่งานวิชวลโดดเด่นระดับนี้บ่อยๆ เรียกว่าไว้ในวิสัยทัศน์ด้านนี้ ของลุงเจมส์ คาเมรอนได้ และแน่นอนว่าระบบที่น่าจะรองรับหนังเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือ IMAX3D ที่ระหว่างดู เหมือนทำให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในหนังได้เลย เป็นระบบที่ทำให้หนังได้แสดงศักยภาพด้านวิชวลออกมา ได้อย่างเต็มที่มากที่สุด

       นอกจากงานด้านภาพแล้ว ฉากแอ็กชันในหนังก็ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะฉากการแข่งขันมอเตอร์บอล ทั้งในสนามและนอกสนาม อย่างที่กล่าวไป ถือเป็นฉากไฮไลต์ของหนังเลย เพราะทำได้น่าตื่นเต้นแบบสุดๆ เหมือนรวมเอาฉากแอ็กชันสไตล์แข่งรถกับฉากแอ็กชันแบบต่อสู้ มารวมกันไว้ในฉากเดียว ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ ภาพรวมของบท ก็ถือว่าทำได้กลมกล่อมกว่าที่คาดไว้ มีจุดที่น่าเสียดายอยู่นิดหน่อย ตรงที่หนังพยายามจะแพลนให้เป็นภาคต่ออันทรงคุณค่า ทำให้หลายๆประเด็น ไม่ได้บทสรุปในภาคแรกนี้ หนังเลยขาดความสมบูรณ์ไปนิดหน่อย อย่างน่าเสียดาย

       ความเก่งของหนังอีกอย่าง คือการที่ทำให้ผู้ชมตกหลุมรัก ตัวละครอลิต้าได้ ตั้งแต่ซีนแรกๆของหนังเลย และงานซีจี ที่เนรมิตอลิต้าขึ้นมานั้น ก็ดูไม่ขัดหูขัดตา เธอดูเนียนไปกับตัวละครอื่นๆ ซึ่งต้องชื่นชมการแสดงของ โรซ่า ซาลาซาร์ นักแสดงหญิงที่อยู่เบื้องหลังบทนี้ ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างพอดี เป็นตัวละครไซบอร์ก แต่มีความเป็นมนุษย์มากๆ ในทางกลับกัน กลับตรงข้ามกับตัวละครมนุษย์หลายตัวในเรื่อง ที่บทค่อนข้างแบน แล้วดูแข็งเหมือนหุ่นยนต์เสียมากกว่า โดยเฉพาะสองนักแสดงออสการ์สาขาสมทบอย่าง มาเฮอชาล่า อาลี และเจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่ ที่บทดูไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่นัก

       สรุปแล้ว Alita : Battle Angel ถือว่าเป็นหนังฟอร์มโต ที่คู่ควรกับการดูในจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทุกประการทั้งปวง มีพร้อมกับฉากแอ็กชันน่าตื่นตา แต่ยังมีปัญหาเรื่องบท ที่พอถูกวางให้เป็นแค่ภาคแรก เรื่องราวก็อาจจะไม่ไปไกลมากนัก รวมถึงตัวละครประกอบ ที่ยังขาดมิติหลายๆ ตัว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นี่ก็ยังเป็นหนังที่ดูสนุก และเพลิดเพลิน ถูกใจคอหนังไซไฟอย่างแน่นอน

(ให้ 8.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM