EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ทิ้งช่วงห่างจากภาคแรกไปนานถึง5 ปี สำหรับ The LEGO Movie เส้นเรื่องหลัก หลังจากวอร์เนอร์ขอเอาเวลาไปพัฒนาหนังภาคแยกถึง2 เรื่อง นั่นคือ The Lego Batman Movie และ The Lego Ninjago Movie ซึ่งเรื่องแรกประสบความสำเร็จ แต่เรื่องหลังทำรายได้ในระดับปานกลางเท่านั้น จนไม่แน่ใจว่าฐานแฟนคลับของหนังเลโก้จะหดหายไปตามกาลเวลาหรือไม่ สำหรับภาคใหม่นี้ ผู้กำกับจากภาคแรกอย่าง ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ขอหลบไปทำหน้าที่เขียนบทเพียงอย่างเดียว ส่งไม้ต่อให้ ไมค์ มิชเชล ที่รายนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะเคยกำกับหนังแอนิเมชันดังๆมาแล้ว ทั้ง Trolls และ Shrek Forever After

       โดยในหนัง The LEGO Movie ภาคนี้จะเล่าเหตุการณ์ในโลกเลโก้ในอีก 5 ปีต่อมา หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก (ทิ้งช่วงห่างเท่าเวลาจริงระหว่างหนังทั้ง2 ภาคเลย) หลังจากเอ็มเม็ต (พากย์เสียงโดย คริส แพร็ตต์) สามารถช่วงโลกไว้ได้ แต่หลังจากนั้นเมืองเลโก้ก็ค่อยๆเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ เพราะมีบรรดามนุษย์ต่างดาว จากดินแดนอื่นบุกมาทำลาย จนกระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด เมื่อมีนักรบลึกลับจากดาวอื่น บุกมาจับเพื่อนๆของเอ็มเม็ตไป หนึ่งในนั้นคือ ลูซี่ ขวัญใจของพระเอก รวมถึงแบทแมนก็ถูกจับไปกับเขาด้วย (ฮาตรงนี้) เอ็มเม็ตเลยต้องประดิษฐ์ยานเพื่อเดินทางออกไปยังกาแล็คซี่อันกว้างไกล เพื่อช่วยเหลือคนรักของเขา โดยความช่วยเหลือของ มิตรใหม่ ที่ชื่อ เร็กซ์ (พากย์เสียงโดย คริส แพร็ตต์ เช่นกัน)ตัวละครที่จะมาสอน เอ็มเม็ต ว่าทำอย่างไร เขาถึงจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งได้

       ภาพรวม The LEGO Movie 2 อาจจะไม่ได้สร้างความหวือหวาหรือสดใหม่เท่าภาคแรก เพราะเราเคยดูหนังเลโก้มาแล้วถึง3 เรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่า หนังยังคงความสนุกและมุกที่จัดเต็มไว้เพียบเหมือนเดิม สำหรับเด็กๆก็ยังคงเพลิดเพลินกับงานสร้างที่มีสีสัน รวมถึงฉากผจญภัยมากมาย ที่น่าตื่นตา แต่สำหรับคนดูกลุ่มผู้ใหญ่ ก็คงจะเพลิดเพลินกับมุกตลกมากมาย ที่หยิบเอา Pop Culture ทั้งวงการหนังและเพลง และล้อเลียนกันแบบสนุกสนาน (และแน่นอนว่า แบทแมน ก็ยังคงเป็นเป้านิ่ง ที่การโดนแซวเหมือนเดิม) ซึ่งมุกเหล่านี้ สร้างความเพลิดเพลินระหว่างดูสำหรับเราเป็นอย่างมาก ไม่แน่ใจว่าเด็กๆจะเก็ทมุกขนาดไหน แต่ถ้าติดตามวงการบันเทิงอยู่เสมอ น่าจะฮาหลายดอกอยู่

       สำหรับพล็อตในภาคนี้ ยังไม่น่าตื่นเต้นมากนัก เมื่อเทียบกับภาคแรก รวมถึงมีการหยิบเอาองค์ประกอบหลายอย่างจากภาคแรกมาใช้ อาทิ การเล่าว่า นี่ไม่ใช่แค่แอนิเมชัน ที่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ในโต๊ะของเล่นเลโก้ในบ้านคนจริงๆ และมีนักแสดงที่เล่นเป็นคนจริงๆมาโผล่ แม้ว่ามุกนี้จะไม่ได้ว้าวเท่าภาคแรกแล้ว แต่ก็ยังมีซีนที่เรียกเสียงฮาได้ ไฮไลต์อีกอย่างสำหรับ The LEGO Movie 2 คือเซอร์ไพรสต่างๆที่อยู่ในหนัง ซึ่งไม่ขอเล่าในบทความนี้ ให้ไปติดตามเอง ว่าจะมีใครหรืออะไรโผล่มาแบบไม่คาดคิดบ้าง ซึ่งก็สร้างความจดจำได้อยู่ไม่น้อย

       ถ้าพูดถึงThe LEGO Movie ภาคแรก อีกหนึ่งส่วนที่โดดเด่นอย่างมาก คือเพลงประกอบ โดยเฉพาะเพลง Everything is Awesome ที่เข้าขั้นเพลงติดหูจนแทบหลอน ซึ่งในหนังภาคต่อนี้เอง ใช้ประโยชน์จากความโคตรติดหูของเพลงในภาคแรก มาเป็นมุกตลกที่สำคัญ และสร้างสรรค์เพลงประกอบออกมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงแร็ปแสนเก๋ที่ใช้ในการเล่าเรื่่อง และเพลงหลักของหนัง ที่รับประกันความติดหู(และหลอกหลอน)ไม่แพ้กัน รวมถึงเพลงตอนท้ายในฉาก End-Credit ที่สร้างเสียงฮา ไม่แพ้หนังทั้งเรื่องเลยทีเดียว

       สรุปแล้ว The LEGO Movie 2 ถือว่าเป็นความบันเทิงที่น่าพอใจครับ แม้จะไม่ได้สดใหม่ หรือพล็อตตื่นตาไปกว่าภาคแรก แต่ก็ถือว่าดูสนุก โดยเฉพาะฉากผจญภัยและมุกต่างๆ โดยเฉพาะพวกมุกจิกกัดหรือแซววงการบันเทิง เรียกว่าทำเอาคอหนังฮาได้ตลอดทั้งเรื่อง สามารถพาลูกพาหลานมาดูได้ เพลิดเพลินอย่างแน่นอน

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM