EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       กลายเป็นปรากฏการณ์ภาพยนตร์ที่คอหนังระทึกขวัญต่างรอคอยกันแบบทันที สำหรับ Glass ภาพยนตร์ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งภาคต่อของ Unbreakable หนังระทึกขวัญของ เอ็ม.ไนท์ ชยามาลัน เมื่อปี 2000 และ Split ที่ออกฉายเมื่อสองปีก่อน ทันทีที่หนัง Split เดินทางมาถึงฉากจบ แล้วเผยให้เห็น บรู๊ซ วิลลิส กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในบท เดวิด ดันน์ นั่นหมายถึงว่าหนังทั้งสองเรื่องนี้ อยู่ในจักรวาลเดียวกัน และในที่สุด เอ็ม.ไนท์ ชยามาลัน ก็สร้างหนังเรื่อง 'Glass' ออกมา หนังที่เปรียบเสมือนการปิดไตรภาคหนังซูเปอร์ฮีโร่ในสไตล์ของผู้กำกับเจ้าพ่อหนังหักมุมคนนี้

       Glass เปิดเรื่องด้วย เดวิด ดันน์ ในอีก 19 ปีต่อมา เขาคือผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุรถไฟตกราง และเขาค้นพบว่าตัวเองนั้นมีพลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไป แทบจะไม่ป่วย ไม่บาดเจ็บ และเมื่อสัมผัสกับใครก็ตาม ก็จะเห็นเหตุการณ์อันชั่วร้ายของคนๆนั้น ทำให้เดวิดเริ่มออกไล่ล่าคนร้าย ตั้งตนเป็นศาลเตี้ย มีเพียงสิ่งเดียวที่เขากลัวคือน้ำ จากเหตุการณ์เกือบจมน้ำตายสมัย 5 ขวบ โดยในหนังเขากำลังออกตามล่า ชายปริศนาที่จับเด็กผู้หญิงไปขังไว้ ซึ่งก็คือ เควิน (รับบทโดย เจมส์ แม็คอะวอย) ชายที่มี 24บุคลิกในตัว (จากหนังเรื่อง Split) และมีอีกบุคลิกที่ซ่อนไว้คืออสูร ในขณะพวกเขากำลังไล่ล่ากันอยู่นั้น ทั้งคู่ก็ถูกตำรวจจับตัวไปขังไว้ในโรงพยาบาลบ้า ที่มี ดร.เอลลี่ (รับบทโดย ซาร่าห์ พอลสัน) พยายามจะรักษา เพื่อให้ทั้งคู่เชื่อว่า พวกเขาไม่ได้มีพลังพิเศษเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป และสามารถอธิบายเหตุการณ์ต่างๆได้ ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ และ ณ ที่แห่งนี้เอง ที่ทำให้ เดวิด ได้เจอกับ อีไลจาห์ หรือ มิสเตอร์กลาส (รับบทโดย แซมมวล แอล.แจ็คสัน) คู่ปรับจากหนังใน Unbreakable อีกครั้ง

       ในฐานะหนังที่ทำหน้าที่เป็นทั้งภาคต่อของทั้ง Unbreakable และ Split คนดูมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูหนังทั้งสองเรื่องมาก่อน มิฉะนั้นจะต้องงงเป็นไก่ตาแตกอย่างแน่นอน เพราะใน Glass จะไม่มีการปูถึงปมของตัวละครอะไรทั้งนั้น หนังจะเริ่มต้นและลุยไปกับเหตุการณ์ในภาคนี้เลย ดังนั้น ถ้าไม่เคยดูทั้งสองเรื่องมาก่อน น่าจะมีปัญหาในส่วนของแบ็คกราวน์ตัวละครอย่างแน่นอน ซึ่งสำหรับ Split น่าจะไม่ใช่ปัญหามากนัก เพราะหนังเพิ่งอายุแค่ 2 ปี แต่สำหรับ Unbreakable ซึ่งเก่าถึง 19 ปี หลายคนอาจจะไม่เคยดู หรือถ้าเคยดูก็ลืมไปแล้ว ควรจะทำทวนอย่างมาก เพื่อให้สามารถสนุกกับ Glass ได้อย่างที่ควรจะเป็น

       Glass เก่งสุดในการเชื่อมโยง สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ เอ็ม.ไนท์ ชยามาลัน น่าจะสนุกสนานกับการสร้างจักรวาลของผู้กำกับคนนี้ สนุกกับการดูว่า เขาจะเชื่อมโยงหนังเรีื่อง Unbreakable และ Split อย่างไร ในช่วงองค์แรกของหนัง ถือว่าทำได้อย่างน่าตื่นเต้น ผู้ชมน่าจะสนุกกับการได้เจอกับตัวละครที่คุ้นเคย กลับมาโลดแล่นบนจออีกครั้ง แต่ปัญหาหลักของ Glass อยู่ในองค์ที่ 2 ซึ่งเป็นปัญหาเสมอสำหรับหนังของผู้กำกับคนนี้ ที่มักจะมีช่วงที่เล่าเรื่องค่อนข้างยืด อ้อยอิ่ง จนผู้ชมรู้สึกว่ายาวไป บางฉากไม่ต้องมีก็ได้ ก่อนที่หนังจะกลับมาน่าตื่นเต้นอีกครั้งในช่วงท้าย ช่วงที่ค่อยๆบิ้ว นำไปสู่บทสรุปของหนัง ซึ่งเป็นประจำ สำหรับหนังของเอ็ม.ไนท์ ชยามาลัน ที่ผู้ชมมักคาดหวังว่าจะมีการหักมุม ซึ่งหลายครั้งก็มักจะโดนด่า เพราะหักมุมไม่ได้เรื่อง หรือบางเรื่องทิ้งปมสำคัญดื้อๆ ไม่เฉลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับ Glass ถือว่ามีบทสรุปที่น่าพอใจ น่าจะหลีกเลี่ยงการโดนด่าได้

       ในแง่ของการแสดง โดดเด่นสุดคงหนีไม่พ้นการกลับมาขึ้นจอของ เจมส์ แม็คอะวอย ในบทของเควิน ชาย 24 บุคลิกอีกครั้ง ไม่ว่าซีนนั้นจะน่าตื่นเต้นหรือน่าเบื่อขนาดไหน การปรากฏตัวของตัวละครนี้ ช่วยหนังไว้ได้เสมอ เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม น่าตื่นเต้นมาก ที่ได้เห็นการแสดงที่หวือหวาขนาดนี้ ตามด้วยน้องอันยา เทย์เลอร์ จอย จากเรื่อง Split เช่นเดียวกัน ที่มาพร้อมกับบทที่ค่อนข้างลึก และชวนดึงดูดอย่างมาก ส่วนบรู๊ซ วิลลิส ด้วยบทเองที่นิ่งๆก็เลย ไม่ค่อยได้แสดงอะไรมาก แต่ที่เจ๋งเป้งเสมอ คือลุง แซมมวล แอล. แจ็คสัน รายนี้ถือว่าเล่นน้อยแต่ได้มากเสมอ

       โดยรวม Glass น่าจะเหมาะสำหรับแฟนคลับของ เอ็ม.ไนท์ ชยามาลัน รวมถึงคนที่ดูทั้ง Unbreakable และ Glass มาแล้วเท่านั้น ไม่งั้นคงจะงงกับหลายๆอย่างในหนัง และจังหวะการเล่าเรื่องที่ยังแปร่งๆของแก รวมถึงมุกตลกที่มาแบบงงๆในหลายฉาก ส่วนสิ่งที่เจ๋งมากในหนัง คือการเชื่อมโยงตัวละครต่างๆ รวมถึงแนวคิดที่เป็นประเด็นหลักของหนัง เรียกว่าทำได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ถ้ามีเวลาแนะนำให้ดูทั้งสองเรื่องที่เกริ่นมาก่อน แล้วไปดู Glass ในโรงภาพยนตร์ น่าจะเพลิดเพลินพอสมควร

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM