EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ในโอกาสขึ้นปีใหม่แบบนี้ ก็ขออนุญาตรวบรวมรายชื่อหนังที่ชอบที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา เอามาแชร์กันนะครับ เผื่อใครยังไม่ได้ดูเรื่องไหน อยากจะเก็บตก แต่ขอบอกก่อนว่า รายชื่อหนัง 10 เรื่องที่เลือกมานี้ ไม่ใช่ลิสต์หนังดีแห่งปีนะครับ แต่เป็นหนังที่เราชอบมากที่สุด (แต่ส่วนใหญ่รับประกันว่าดีแหละ) แต่มันจะมีความโดนใจอยู่ ในส่วนใดก็ส่วนหนึ่ง จากหลายร้อยเรื่องที่ดูปีนี้ จริงๆหนังดีกว่านี้ก็มี แต่ขอหยิบเอาหนังที่ชอบ ที่ยังตราตรึงมาเล่าละกัน ส่วน 10 อันดับหนังโปรดของคอหนังทั้งหลาย มีเรื่องอะไรบ้าง เอามาแชร์กันได้นะครับ

       ปล. เรียงหนังตามลำดับตัวอักษรนะครับ ไม่ได้เรียงตามความชอบแต่อย่างใด เลือกไม่ถูกจริงๆ ว่าชอบเรื่องไหนมากที่สุด

“Black Panther”

       สารภาพว่าเป็นแฟนคลับค่ายมาร์เวลอยู่แล้ว ดังนั้นหนังส่วนใหญ่จากบ้านนี้ เราจะชอบหมด แต่ Black Panther มันดึงดูดเราอย่างบอกไม่ถูกตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างแรก (คงเจอเสน่ห์เพลงฮิปฮอปเข้าไปด้วย) ปรากฏว่ามันเกินคาดไปมาก กลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทั้งแตกต่างและลงตัวที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่มีมา องค์ประกอบต่างๆ ทำออกมาได้พอดี และขอยอมรับเลยว่า หนังเรื่องนี้ โคตรเท่ห์ ยิ่งเจอเพลงประกอบของ เคนดริก ลามาร์ เข้าไป จนท้ายที่สุดกลายเป็นหนังมาร์เวลที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในอเมริกาไปแล้ว (ชนะ Avengers ทั้ง 3 ภาค) มันบ้ามากๆ จนต้องขอคารวะฝ่าบาท ถวายตำแหน่งหนังซูเปอร์ฮีโร่แห่งปีไปเลย

 

“Bohemian Rhapsody”

       สารภาพว่าเกิดไม่ทันวง Queen ช่วงที่วงนี้พีคๆเราก็ยังเด็กมาก แต่ชอบ We Will Rock You และ We Are The Champions มานานแล้ว จนกระทั่งลองฟัง Bohemian Rhapsody แบบตั้งใจ เพลงอะไรโคตรพิลึกแต่เจ๋งโคตร แถมสตอรี่ของวงก็ยิ่งกว่าละคร พอกลายมาเป็นหนังปุ๊ป เลยโคตรอยากดู ยิ่งตัวอย่างหนังยิ่งบิ้วมาก พอดูจบ รักเลย ยอมรับว่าหนังเล่าได้ POP มาก สร้างมาเพื่อเอาใจคนดูวงกว้างโดยเฉพาะ ซึ่งมันก็ทำสำเร็จ โดยเฉพาะ 20 นาทีสุดท้าย ฉากคอนเสิร์ต Live Aid คือโคตรสมจริง นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ของภาพยนตร์ มอบตำแหน่งหนังเพลงแห่งปีให้ไปเลย

 

“Crazy Rich Asians”

       สารภาพว่าไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ แต่โคตรอยากดูเลย เพราะชอบหนังโรแมนติกคอเมดี้(มาก) พอได้ดูคือ ชอบทุกวินาทีในหนังเรื่องนี้ ทุกองค์ประกอบคือดี น่ารัก อบอุ่น ฟีลกู้ด เป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุขมาก ถึงมันจะน้ำเน่าละครหลังข่าว แต่สนุกโคตร แล้วมันเว่อร์แบบเว่อร์สะใจ พอตัวละครพระเอกรวย หนังก็เนรมิตให้รวยแบบไม่เกรงใจคนดูเลย จัดเต็มชอบ แถมถ่ายสิงคโปร์ได้โคตรสวย ถึงแม้ว่าจะเคยไปแล้ว ดูจบปุ๊ปก็แทบจะจองตั๋วไปซ้ำเลย ยกตำแหน่งหนังโรแมนติกเบาสมองแห่งปีไปครอง

 

“Hereditary”

       สารภาพแอบเมียไปดูเรื่องนี้ หนังเข้าพอดีตอนไปเกาหลี เลยรีบตื่นนอนไปดูรอบ 9 โมงเช้า หลังจากนั้น วันนั้นก็กลายเป็นวันที่หม่นหมองที่สุด นี่คือหนังสยองขวัญที่โคตรจิตตก กดดัน และมาพร้อมกับฉากหักมุม ที่ทำให้เรารู้สึกหัวใจโหว่งมากที่สุดไปเลย ระหว่างดูเรื่องนี้อุทานตลอดเวลาว่า เชี่ยอะไรวะเนี่ย ทำไมทำกับเราอย่างนี้ เป็นหนังที่เล่นกับความรู้สึกคนดูได้โหดร้ายมาก ยกตำแหน่งหนังสยองขวัญแห่งปี ไปครองได้แบบสบายๆ (แต่คนดูไม่สบายนะ)

 

“Mission: Impossible – Fallout”

       สารภาพว่าตกใจ ที่เป็นหนังเรื่องนี้ได้คะแนน 97% ในเว็บไซด์ Rotten Tomatoes หนังสายลับภาคที่ 6 ที่สร้างมาแล้วกว่า 22 ปีเนี่ยนะ จะสดใหม่อะไรขนาดนั้น แล้วจะไปเอาอะไรมาทำให้มันสุดยิ่งกว่าภาคก่อนๆ ปรากฏพี่ทอม ครูซ แกทำได้ เป็นหนังแอ็กชันที่สนุกชิบหาย บทโคตรดี ทุกองค์ประกอบในหนังลงตัว แม้ฉากแอ็กชันอาจจะไม่เว่อร์เท่าภาคก่อนๆ แต่มันลงตัวมาก แทบจะไม่มีจังหวะที่ความสนุกลดลงเลย มีแต่เพิ่มมากขึ้นๆ จนกระทั่ง 30 นาทีสุดท้าย ที่ทำเอาคนดูลุ้นจนแทบจะไม่หายใจ คว้าตำแหน่งหนังแอ็กชันแห่งปี ไปครองโดยไม่ลังเลใดๆ

 

“One Cut of The Dead”

       สารภาพว่าไม่เห็นจะอยากดูเรื่องนี้เลย หนังญี่ปุ่นอะไรวะ ก็แค่ถ่าย Long Take มันจะทำไม แล้วทำไมได้คะแนนจาก Rotten Tomatoes ถึง 100% ลองไปดูก็ได้(วะ) ผลลัพธ์คือ หนังตลกชิบหายวายป่วงและที่สุดของความครีเอทีฟ กวนตีน ช่วง 37 นาทีแรกที่ถ่ายแบบ Long Take ไม่ตัดต่อเลย เราก็ว่าเจ๋งนะ แต่ทำไมมันดูถ่ายหยาบๆ ดูแปร่งๆ พอมาถึงช่วงหนึ่งชั่วโมงที่เหลือแค่นั้นแหละ พอมันเฉลยว่าเกิดอะไรขึ้น คือฮาแบบชิบหาย พีคในพีค บ้าแบบบ้าสุดๆ ยิ่งเจอพันธมิตรพากย์ไทยเข้าไป ใส่ยับ รับตำแหน่งหนังตลกแห่งปีไปครองเลย นี่หัวเราะหนักมากจนปรบมือเลยตอนหนังจบ

 

“Phantom Thread”

       สารภาพว่า ในบรรดาหนังที่เข้าชิงออสการ์หนังยอดเยี่ยมปีที่แล้ว สำหรับเราเรื่องนี้ ดึงดูน้อยสุด มันดูน่าเบื่อ ดูชวนจะง่วงนอนมาก ก่อนไปดูที่สกาล่าคืออัดกาแฟแก้วใหญ่ ไปๆมาๆ กลับชอบมากที่สุดในบรรดาหนังที่ได้เข้าชิง คำที่เหมาะสมสุดที่จะบรรยายหนังเรื่องนี้ คือ ประณีต เป็นหนังที่งานสร้างเนี้ยบหมด แทบทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นบทที่ลึก การแสดงที่จริง งานโปรดักชันที่เริ่ด แล้วไม่น่าเบื่อเลย แม้จะเล่าเรื่องแบบนิ่งๆ แต่ตรึงได้แทบทุกวินาที ยกตำแหน่งหนังคุณภาพเยี่ยมแห่งปีไปครอง

 

“A Quiet Place”

       สารภาพว่าอยากดูเรื่องนี้มาก เป็นคนชอบหนังระทึกขวัญที่คอนเซ็ปท์เก๋ๆอยู่แล้ว เวลามีข้อแม้อะไรบางอย่าง เรารู้สึกอยากเข้าไปดูว่า หนังจะมีวิธีการต่อยอดหรือเล่นสนุกกับคอนเซ็ปท์เหล่านั้นยังไง อย่างเรื่องนี้ คือห้ามส่งเสียงดัง ซึ่งหนังใช้ประโยชน์จากข้อแม้นี้ ได้อย่างโคตรคุ้ม กลายเป็นประสบการณ์การดูหนังในโรง ที่ยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งเลย ดูที่บ้านก็ไม่ตื่นเต้นเท่า แต่ละฉากคือโคตรระทึก ในโรงคือเงียบมาก เงียบจนกระทั่งไม่กล้าเคี้ยวป็อปคอร์น ยกตำแหน่งหนังที่ดูแล้วขนมเหลือมากที่สุดแห่งปี เพราะไม่กล้ากินกลัวเสียงดัง ล้อเล่น ยกตำแหน่งระทึกแห่งปีไปครองเลย

 

“Roma”

       สารภาพว่า ตอนแรกแอบนอยด์ พอรู้ว่่า Netflix ได้สิทธิ์หนังเรื่องนี้ไป ว่าเราจะอดดูในโรงใช่ไหม (เพราะนอนดูหนังที่บ้านแล้วชอบหลับ ดูโรงไม่ค่อยหลับ) กลัวง่วงนอนแล้วจะพาลไม่ชอบหนัง ความโชคดีที่สุด คือได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง และตามคาดคือ เราสามารถซึมซับสิ่งที่หนังพยายามจะส่งให้เราได้อย่างเต็มที่ พล็อต ภาพ และเสียง ทุกอย่างที่หนังส่งมา นี่คือหนังดรามาที่สมจริงมาก จนเหมือนดูโฮมวีดีโอ ถ่ายทอดเรื่องราวในสถาบันเล็กๆ แต่กระแทกใจยิ่งนัก ยิ่งช่วงหลังของหนังยิ่งขยี้หัวใจคนดูได้อย่างจัง และสิ่งที่ต้องปรบมือให้สุดๆ คือการถ่ายหนังของ อัลฟองโซ คัวรอน งามทุกช็อต ยกตำแหน่งหนังชีวิตแห่งปีไปครองแบบสบายๆ

 

“Us And Them”

       สารภาพว่า ไม่รู้จักหนังเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งได้เห็นแว้บๆใน Netflix เลยลองค้นประวัติ ปรากฏว่า มันเป็นหนังจีนที่ทำเงินในประเทศเค้าไปกว่า 3,000 ล้านบาท แล้ว Netflix ได้สิทธิ์ในการฉายในประเทศอื่นๆทั่วโลก จึงไม่รอช้าที่จะเปิดดู ปรากฏว่า น้ำตาไหลพรากเลยจ้า เล่าเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง ผ่านระยะเวลากว่า 10 ปี หนังถ่ายทำได้ดีมาก ทั้งประเด็นความรัก ประเด็นครอบครัว จังหวะการเล่าเรื่องดีมาก จนถึงปลายปี ก็ยังไม่ได้ร้องไห้กับหนังเรื่องไหน มากเท่าเรื่องนี้ ยกตำแหน่งหนังรักแห่งปีไปครอง มอบให้เลย

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM