HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       หนึ่งในหนังที่กระแสดีสุดในช่วงปลายปีนี้ บนเวทีรางวัลต่างๆ ต้องยกให้ Call Me By Your Name หนังรักที่สร้างจากหนังสือของ Andre Aciman ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2007 กลายมาเป็นภาพยนตร์โดย Luca Guadagnino จาก A Bigger Splash

       หนังพาผู้ชมย้อนกลับไปในช่วงเวลาฤดูร้อนปี 1983 ในอิตาลี เมื่อบ้านของเอลิโอ้ เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ต้องต้อนรับ โอลิเวอร์ ผู้ช่วยหนุ่มชาวอเมริกัน ที่ร่วมงานกับคุณพ่อของพระเอก ที่เดินทางมาอาศัยอยู่ในบ้านร่วมกับครอบครัวของเอลิโอ้ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ และนี่คือช่วงเวลาที่ทั้งสอง ได้เริ่มรู้จัก เรียนรู้ และพัฒนาความสัมพันธ์กัน จนกลายเป็นฤดูร้อนที่ทั้งคู่นั้น ไม่มีวันลืม..

       คงไม่ผิดนัก ที่จะเรียก Call Me By Your Name ว่าคือหนังเกย์ เพราะหน้าหนัง เนื้อเรื่องและตัวอย่าง สื่อสารกับผู้ชมชัดเจน ว่านี่คือเรื่องราวความรักในช่วงฤดูร้อนของชายสองคน แต่หลังจากดูจบแล้ว ก็ค้นพบว่า แม้หน้าหนังจะเป็นเกย์ แต่นี่คือหนังรักที่เหมาะกับผู้ชมทุกเพศ เพราะสิ่งที่หนังพยายามจะเล่า หรือสื่อสารกับคนดูนั้น ที่ลึกกว่าเรื่องราวความรักของชายรักชาย คือความรักของคนสองคน เหตุการณ์ในหนัง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกเพศ ดังนั้น มันคือหนังที่ผู้ชมทั่วไป สามารรถอินได้ทั้งหมด

       สิ่งที่ชอบมากที่สุดใน Call Me By Your Name คือการเล่าเรื่องที่หนัง ไม่พยายามจะทำอะไรให้ชัดเจนมาก หรือเล่าอะไรแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเข้ากับคาแรคเตอร์พระเอก เด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่ไม่แน่ใจ สับสน และมึนงงกับชีวิต ว่าควรจะทำอย่างไรกันแน่กับความรู้สึกที่เขามี หนังถ่ายทอดอารมณ์ของพระเอก ผ่านการเล่าเรื่องได้อย่างดี คนดูก็จะรู้สึกสับสนไปด้วย จนเราเข้าใจเลย ว่าคนที่มีความรักแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร มันคือความรู้สึกแบบนี้นี่แหละ

       มันเป็นหนังรักที่ผสมผสานความรู้สึกที่แตกต่าง ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ในมุมนึงหนังก็ดูละมุนมาก สัมผัสได้ถึงความสวยงามของความรัก แต่ในขณะเดียวกันผู้ชมก็รู้สึกถึงความเร่าร้อน สัมผัสได้ถึงความต้องการของบรรดาตัวละครต่างๆ หนังสามารถปรุงออกมา ได้อย่างลงตัว

       ความลงตัวของหนัง ต้องยกให้องค์ประกอบต่างๆ ไล่ตั้งแต่ หนังสือต้นฉบับ จนกระทั่งคนเขียนบท ที่นำมาขยายให้ชัดเจน ถ่ายทอดออกมาเป็นงานภาพ รวมถึงงานดนตรีประกอบและเพลง ที่ช่วยให้ผู้ชม สัมผัสถึงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครได้ดีมากๆ ถ้าขาดองค์ประกอบที่ดีงามเหล่านี้ไป แม้แต่ส่วนเดียว หนังคงจะไม่ออกมาดีขนาดนี้ และแน่นอนว่า ต้องยกความดีความชอบให้ 2 นักแสดงนำ ที่ถ่ายทอดบทออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

       Call Me By Your Name คือหนังที่ดึงเอามนต์เสน่ห์ของทั้ง ความเป็นฤดูร้อน ความเป็นยุค 80 และความเป็นยุโรป มาใช้กับเรื่องราวได้อย่างเต็มที่ หากเปลี่ยน Setting เหล่านี้ไป หนังคงไม่ออกมาสุดขนาดนี้ ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือหนังรัก ที่เชื่อว่าหลายคนที่ไปดูแล้ว อาจจะรู้สึกคล้ายๆกัน นึกถึงรักครั้งหนึ่ง ที่ไม่ว่าคนๆนั้นจะอยู่กับเราหรือไม่ในตอนนี้ แต่ก็จะอยู่ในใจของเราไปเสมอ

      Call Me By Your Name มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 14 ธันวาคมนี้ เฉพาะที่ House RCA เท่านั้น

ให้ 9 คะแนนเต็ม 10

รีวิวโดย GOSSIPGUN

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM