HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

สิ้นสุดการรอคอยเสียที สำหรับแฟนหนังชาวไทย ที่รอคอยผลงานล่าสุดจากค่าย GDH อย่าง "ร่างทรง" หรือ The Medium มานานมาก ด้วยความที่เป็นหนังร่วมทุนสร้างไทยเกาหลี ทางค่าย Showbox จึงวางโปรแกรมฉายในเกาหลีใต้ไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และก็สร้างกระแสความสยองได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเปิดตัวอันดับ 1 ที่นั่น บางรีวิวบอกว่ามันหลอนมากถึงขั้นแทบอยากจะลุกออกจากโรงกันเลยทีเดียว ยิ่งบิลด์กระแสความอยากดูให้กับคอหนังชาวไทยสุดๆ ความน่าสนใจของ ร่างทรง นอกจากจะร่วมทุนสร้างระหว่างสองประเทศแล้ว ยังเป็นการร่วมงานกันของสองตัวพ่อของหนังผีจากสองฝั่งอีกด้วย เพราะนี่คือผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ "โต้ง บรรจง" เจ้าของผลงานหนังผีระดับตำนานอย่าง ชัตเตอร์ กดตติดวิญญาณ และพี่มากพระโขนง (ก็หนังผีนะ) ที่ได้มาเจอกับโปรดิวเซอร์มือทองของเกาหลีอย่าง นาฮงจิน ที่เคยกำกับหนังผีโคตรหลอนอย่าง The Wailing มาแล้ว

ร่างทรง เปิดเรื่องด้วยการพาผู้ชมไปเกาะติดชีวิตของ "นิ่ม" หญิงวัยกลางคนที่ภายนอกอาจดูเหมือนหญิงจากภาคอีสานทั่วไป แต่จริงๆแล้วเธอคือ ร่างทรงของย่าบาหยัน ที่สืบทอดกันมาในตระกูล เธอทำหน้าที่คอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ป่วยหรือมีอาการผิดปกติจากสิ่งลี้ลับ และเหยื่อล่าสุดของสิ่งลึกลับไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "มิ้ง" หลานสาวของเธอเอง มิ้งเริ่มมีอาการผิดปกติ สภาพภายนอกดูโทรม จิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย ตอนแรกครอบครัวคิดว่าอาการของมิ้ง เหมือนจะเป็นการสืบทอดตำแหน่งร่างทรงย่าบาหยัน แต่กลับไม่ใช่ สิ่งที่อยู่ในร่างมิ้ง คือสิ่งลี้ลับที่ทั้งน่ากลัวและอันตรายมากกว่านั้น นิ่มจึงพยายามทำทุกทางเพื่อช่วยเหลืิอหลานสาว และเอาชีวิตของหลานกลับคืนมา!

สิ่งที่แตกต่างสำหรับ ร่างทรง อย่างชัดเจน คือการเล่าแบบกึ่งสารคดี นี่คือหนังสยองขวัญที่ถูกครอบด้วยสไตล์แบบสารคดีปลอมๆ มีตากล้องตามถ่ายตัวละครอย่าง นิ่มและมิ้ง พร้อมด้วยครอบครัว และตากล้องเปรียบเสมือนหนึ่งในตัวละครที่น่าเหตุการณ์ต่างๆไปด้วย มีการขึ้นข้อความกลางจอเพื่อช่วยเล่าเหตุการณ์คล้ายกับเรากำลังดูสารคดี หรือภาพฟุตเทจต่างๆ ด้วยวิธีการแบบนี้ อาจจะไม่ใหม่นักสำหรับหนังต่างประเทศ แต่ในแง่หนังไทยก็ไม่ได้เห็นบ่อยนัก ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับร่างทรง และเพิ่มความสมจริงให้กับหนังได้อย่างดี รวมถึงการแคสนักแสดงที่ค่อนข้างโนเนม มารับบทหลักๆ เพื่อให้คนดูไม่ติดภาพเดิมๆ ยิ่งช่วยให้ความเป็นสารคดีปลอมๆนี้ ดูสมจริงขึ้นมาได้

ด้วยความเป็นกึ่งสารคดีนี้เอง เพิ่มทั้งความสยองและความแตกต่างให้กับ ร่างทรง ได้อย่างดีเยี่ยม ในครึ่งแรกนั้น ร่างทรง ใช้เวลาราว 1 ชม.ในการปูเรื่องราว แนะนำตัวละคร ทำให้ผู้ชมเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งเมื่อผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้ว รับประกันความคุ้มค่าในการรอคอยอย่างแน่นอน เพราะ ร่างทรง จะถูกปรับโหมดเข้าสู่หนังสยองขวัญอย่างเต็มตัว ซึ่งทั้งเฮี้ยนและจัดเต็มมากๆ ในครึ่งหลังมีหลายต่อหลายฉากที่จะช็อกคนดูแบบไม่หยุด ช็อกทั้งงานภาพที่โหดแบบจัดหนัก ช็อกทั้งเส้นเรื่องที่ไปไกลกว่าที่ผู้ชมคิดคาด และด้วยการเล่าเรื่องกึ่งสารคดี ภาพต่างๆเป็นกึ่งแอบถ่าย ยิ่งเพิ่มความสยอง ความอยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่ ยิ่งถ้าดูในโรงภาพยนตร์ ในบรรยากาศมืดๆ สุดหลอน ครึ่งหลังของ ร่างทรง คือความเฮี้ยนแบบขั้นสุด น่าจะเป็นหนังผีไทยที่สยองสุดในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ (และสำหรับ GDH เอง นี่คือหนังผีที่น่ากลัวสุดนับตั้งแต่ ลัดดาแลนด์)

ร่างทรงคือหนัง จีดีเอช ที่แทบจะไม่เหมือนหนังค่ายนี้เรื่องไหนๆ นั่นทำให้รู้สึกแปลกใหม่อย่างมาก เหมือนไม่ย้ำรอยเดิมของผลงานเก่าๆทางค่าย อารมณ์ความหลอนของหนังกลับไปใกล้เคียงกับ The Wailing มากกว่าอีก ที่เล่าเรื่องในบรรยากาศของชนบทเกาหลี ที่มีตัวละครเฮี้ยนๆในนั้น นี่คือหนังไทยที่สร้างออกมาอย่างท้าทาย กล้าลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งร่างทรงก็มอบประสบการณ์การดูหนังผีที่แปลกใหม่ให้กับผู้ชมจริงๆ ถือเป็นการทดลองที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และข้อย้ำว่า ร่างทรง คือหนังที่เหมาะกับการดูในโรงด้วยประการทั้งปวง ทั้งในแง่ของเส้นเรื่องที่ไต่ระดับความหลอนได้อย่างดี และฉากสยองขวัญที่จัดหนักระดับป่าช้าแตกเลยทีเดียว

(ให้ 8.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM