HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

เป็นที่เห็นต้องกันว่า Suicide Squad ในฉบับปี 2016 คือความน่าผิดหวัง ไม่ว่าอุปสรรคของมันคืออะไรก็แล้วแต่ และผลลัพภ์ท้ายสุดแม้หนังจะทำเงินถล่มทลาย แต่คำวิจารณ์กลับเล่ะไม่เป็นท่า ส่วนคะแนนผู้ชมก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก เมื่อเทียบกับหนังในจักรวาลดีซีหลายๆเรื่อง จึงไม่แปลกใจที่วอร์เนอร์พยายามจะเริ่มต้นใหม่กับมันอีกครั้ง ประจวบกับโอกาสดีงามที่ผู้กำกับ เจมส์ กันน์ จาก Guardians of the Galaxy หนังที่มีธีมคล้ายๆกัน คือแก๊งฮีโร่ไม่สมประกอบ ดันมีปัญหากับฝั่งมาร์เวลพอดี (แต่ตอนนี้คืนดีกันแล้ว) เลยชักชวนมาทำหนังในฟากคู่แข่งเสียเลย พร้อมกับเปิดโอกาสให้กันน์ ได้จัดหนักแบบเต็มที่ ปล่อยให้หนังได้เรต R แบบที่ต้องการ (ซึ่งมาร์เวลไม่ปล่อยแน่นอน เพราะอยู่ใต้ชายคาดิสนีย์) เลยทำให้ กันน์ ได้ทำหนังแก๊งฮีโร่ไม่สมประกอบ แบบจัดหนักอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน

The Suicide Squad (ใช่ครับ ชื่อต่างจากภาคก่อนแค่เติมคำว่า The เข้าไปข้างหน้า) คือหนังภาคต่อที่ไม่ได้เชื่อมโยงจากภาคแรกนัก ยกเว้นเพียงแต่มีบางคาแรคเตอร์ที่กลับมา ประกอบด้วย ฮาร์ลีย์ ควินน์ ของ มาร์โก้ ร็อบบี้, ริค แฟลค ที่รับบทโดย โจเอล คินนาแมน, กัปตัน บูมเมอแรง ที่รับบทโดย ไจย์ คอร์ทนีย์ และอแมนด้า วอลเลอร์ ของ ไวโอล่า เดวิส ซึ่งในภาคนี้เล่าถึงภารกิจใหม่ของหน่วยแทสฟอร์ส-เอ็กซ์ ที่รวบรวมกลุ่ม Suicide Squad แก๊งใหม่ ที่เลือกเอาเหล่าอาชญากร (หรือตัวร้ายในจักรวาลดีซี) มารวมตัวกันเพื่อทำภารกิจเสี่ยงตาย ในภาคนี้พวกเขาถูกส่งไปยังเกาะแห่งหนึ่งในอเมริกาใต้ เพื่อบุกไปยังเมืองที่เพิ่งมีการปฏิวัติและทหารยึดครอง โดยที่นั่นมีห้องแลปลับที่ทำการทดลองสุดอันตรายนับตั้งแต่าสมัยนาซี ซึ่งถ้าเหล่าทหารที่ทำการยึดครองล่วงรู้ถึงความลับนี้ พวกเขาอาจจะได้อาวุธที่อันตรายต่อโลกไป อเมริกาจึงต้องทำทุกทางเพื่อหยุดยั้ง และเหล่า Suicide Squad คือความหวังเดียวของภารกิจนี้

สำหรับใครที่เคยผิดหวังไปกับ Suicide Squad ต้นฉบับ นี่คือหนังที่โคตรมันส์ บ้าระห่ำ และตลกอย่างบ้าคลั่งแบบที่ควรจะเป็น ต้องลุกขึ้นปรบมือให้กับ เจมส์ กันน์ เขาสามารถสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่เรต R ออกมาได้สนุกลงตัวตามที่แฟนๆต้องการ (ลองนึกถึง Deadpool ภาคแรกที่จัดเต็มแบบนั้น) หนังสนุกแบบกราฟไม่ตกตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากลีลาการเล่าเรื่องที่สับขาหลอกตลอดเวลา หนังเลือกที่จะตัดสลับเรื่องราวแบบบางทีก็ไม่ไปตามเวลา เพื่อให้แฟนๆได้เซอร์ไพรสกับเส้นเรื่อง นี่คือหนังที่สร้างความแปลกใจให้กับผู้ชมได้ตั้งแต่ 10 นาทีแรก และคาดเดาไม่ได้จนจบเรื่องว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง (ซึ่งมันบ้ามากๆเลย) ต้องชื่นชมบทภาพยนตร์ของ กันน์ ที่แพรวพราวในวิธีการเล่าเรื่องอย่างมาก !

จุดเด่นมากๆของ The Suicide Squad คือการที่หนังใช้เรต R อย่างคุ้มค่าในทุกๆองค์ประกอบ เริ่มจากฉากแอ็กชั่นที่ทั้งโหด ทั้งตลก และจัดเต็ม แบบไม่ยั้ง หลายฉาก กันน์ สามารถผสมอารมณ์ขันเข้าไปอย่างลงตัว หลายฉากสร้างสีสันได้อย่างดีเยี่ยม และฉากแอ็กชั่นไคลแม็กซ์ช่วงท้ายก็จัดเต็มอลังการโปรดักชั่นแบบไม่ผิดหวัง (เทียบกับ Wonder Woman 1984 ที่ฉากแอ็กชั่นไคลแมกซ์เบามาก) ในแง่ของมุกตลก เขาก็ใช้เรต R อย่างพอเหมาะพอดี หนังใส่คำหยาบแบบจังหวะถูกต้อง มุกตลกที่ กันน์ สอดแทรกมาแต่ละฉาก ถือว่าเวิร์กเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ของเขา นับตั้งแต่ Guardians of the Galaxy แล้ว เพียงแค่เรื่องนี้เปิดโอกาสให้มันหยาบขึ้น ไปสุดขึ้นมากกว่าจักรวาลมาร์เวลเท่านั้นเอง

สีสันสำคัญคือการสร้างคาแรคเตอร์ในหนัง นี่คือหนังเรื่องแรกที่อาจกล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าใครคือตัวขโมยซีน เพราะทุกตัวละครต่างขโมยซีนกันไปขโมยซีนกันมา มีช่วงเวลาที่แต่ละตัวละคร ที่โชว์ความเท่ห์ โชว์ความบ้า หรือแม้แต่โชว์มุมอบอุ่นของตัวเอง แม้แต่ฮาร์ลีย์ ควินน์ ที่เราเห็นเธอมาแล้วทั้งใน Suicide Squad และ Bird of Preys ในเรื่องนี้ก็ยังสร้างความเซอร์ไพรสได้เสมอ และที่เซอร์ไพรสไปกว่านั้น คือ กันน์ ทำให้เราคาดเดาไม่ได้ว่าตัวละครไหนจะมีบทบาทมากน้อยเพียงใด บางตัวก็โดดเด่นขึ้นมา บางตัวก็ลาเราไปดื้อๆ (ซึ่งอันนี้เซอร์ไพรสดี) แต่ถ้าจะได้เลือกตัวละครที่ขโมยซีนจริงๆ ขอยกให้ คิงชาร์ค ฉลามบ้าคลั่งกินเนื้อมนุษย์ (ที่ให้เสียงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) มาขโมยซีนดื้อๆแบบตลกหน้าตายบ่อยมาก แบบเดียวกับที่กันน์ เคยปั้น กรูทในจักรวาลมาร์เวลมาแล้ว (แต่ตัวละครนี้เป็นสายโหดนะ มาคนละสไตล์กับกรูทเลย)

โดยรวม The Suicide Squad คือหนังแอ็กชั่นบล็อคบัสเตอร์ที่สนุก มันส์ จัดเต็ม แบบที่พวกเรารอคอยสำหรับซัมเมอร์นี้ ถือว่าเป็นความบันเทิงที่ลงตัวมากๆในแทบทุกองค์ประกอบ ทั้งการเล่าเรื่อง การสร้างตัวละคร ฉากแอ็กชั่น มุกตลก มุมดราม่า จังหวะการหยอดสิ่งต่างๆเข้าไปในหนังถือว่าทำได้ดีทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนจะจัดให้ The Suicide Squad คือหนังดีซีที่สนุกที่สุดลำดับต้นๆ และสำหรับผู้กำกับ เจมส์ กันน์ นี่คืองานชิ้นที่ตอกย้ำว่า ถ้าให้เขาปล่อยของแบบเต็มที่ มันจะออกมาดีมากเลยทีเดียว หวังว่าหลังจากกันน์ กำกับ Guardians of the Galaxy Vol.3 เสร็จ วอร์เนอร์จะมีข้อเสนอดีๆสำหรับโปรเจกต์ของเขาในอนาคตกับดีซี (และอย่าไปก้าวก่ายมากเชียว ปล่อยให้ผู้กำกับทำสิ่งที่เขาถนัดไป)

(ให้ 9.5 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM