HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

ก่อนที่จะออกฉาย Sweet Girl เริ่มต้นจากการที่เป็นหนังแอ็กชันล้างแค้นที่ดูจะไม่แตกต่างจากขนบทั่วไปเท่าไหร่นัก เรามักเห็นหนังที่ตัวละครนำซึ่งเป็นคนธรรมดา สูญเสียคนรักไปอย่างไร้ความยุติธรรม คนที่อยู่เบื้องหลังมักจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือองค์กรยักษ์ใหญ่ ตัวเอกก็ออกไประบายแค้นให้สาสม เราเห็นหนังพล็อตแบบนี้มาทุกยุค ไล่ตั้งแต่ Death Wish ยาวมาจนถึงJohn Wick โดยแต่ละเรื่องก็หาความแตกต่างในแบบของมันไป สไตล์การเล่าเรื่องบ้าง ฉากบู๊บ้าง แต่ดูเหมือนแว้บแรก Sweet Girl จะไม่มีอะไรแตกต่าง จนกระทั่งมันเริ่มฉายใน Netflix และกระแสผู้ชมเรื่องกล่าวถึงฉาก "หักมุม"

Sweet Girl คือผลงานล่าสุดของ เจสัน โมมาอา พระเอกจาก Aquaman และซีรีส์ Game of Thrones และกำลังจะมี Dune เข้าฉายกับบทบาทชายธรรมดาๆ(ในเสื้อผ้าทั่วไปซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นกัน) ชายที่ต้องสูญเสียภรรยาไปจากโรคร้าย เนื่องจากยาที่เธอต้องการถูกกีกกันโดยบริษัทยายักษ์ใหญ่ ผลจากการคอรัปชั่นทำให้คนที่เขารักต้องตาย เหลือแต่เพียงลูกสาว (รับบทโดย อิซาเบลล่า เมอร์เซด จาก Dora and the Lost City of Gold) เขาจึงทำทุกทางเพื่อจะให้ ซีอีโอบริษัทยา ที่อยู่เบื้องหลังการรับสินบนต้องตายเพื่อชดใช้ แต่เมื่อเขายิ่งสืบเรื่องราวต่างๆ ยิ่งพบว่ามันโยงใยไปมากกว่าที่เขาคิด ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงอาจมีอิทธิพลมากกว่านั้น

โดยรวมอย่างที่เกริ่นไป Sweet Girl เหมือนหนังแอ็กชั่นล่าล้างแค้นทั่วๆไป ที่เราอาจจะเคยดูมาเป็นสิบๆเรื่อง ตลอด 80 นาทีแรกของหนัง พาเราตาม เรย์ คูเปอร์ (พระเอก) ไปสืบเบื้องลึกสาเหตุการตายที่แท้จริงของภรรยาเขา เหตุที่ยาตัวดังกล่าวถูกระงับเป็นเพราะใครกันแน่ เช่นเดียวกับลูกสาวของเขา อย่าง ราเชล ที่ไม่ปล่อยวางเช่นเดียวกับพ่อ เธอพยายามแอบตามรอยพ่อไปเสมอไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม (และช่วงนี้ผู้ชมจำนวนไม่น้อยพบว่าตัวละครเธอแอบชวนหงุดหงิดใช่เล่น) หนังเดินเรื่องตามขนบทั่วไปมาก ๆ เผยให้เห็นตัวร้ายทีละคนสองคน ตัดสลับกับฉากแอ็กชั่นเมื่อพระเอกพยายามจะแก้แค้น และต้องเผชิญกับตัวละครฝั่งตัวร้าย ในขณะเดียวกันเขาเองก็ถูกไล่ล่าจากเอฟบีไอ หนังพาเราเดินเรื่องไปเช่นคนนี้ จนกระทั่งเหลืออีก 30 นาทีก่อนจะจบ และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกินขึ้น..

ใช่ครับ จากหน้าหนัง จากตัวอย่าง จากสิ่งที่โปรโมตก่อนหน้านี้ ไม่มีผู้ชมคาดมาก่อนว่าหนังเรื่องนี้จะมีการหักมุม และเป็นการพลิกเรื่องที่ค่อนข้างจะโอเคด้วย (ขออนุญาตไม่สปอยล์เรื่องราวเพื่ออรรสรสในการชมนะครับ) จากที่ Sweet Girl ดูจะเป็นหนังแอ็กชั่นล้างแค้นทั่วไป ที่หลายคนอาจจะลืมมันทันทีเมื่อดูจบ กลายเป็นหนังล้างแค้นที่ชวนให้จดจำแบบทันที หลายเสียงบอกว่าแม้หนังจะหักมุม แต่ก็ไม่อาจลบล้างการเดินเรื่องแบบเดิมๆใน 80 นาทีแรกได้ แต่ก็ยังดีที่มีอะไรมาเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นของหนัง กลายเป็นว่าจาก องค์ที่ 1-2 ที่เดินเรื่องมาในแบบเดิมๆ ช่วงสุดท้ายของหนัง ก็มีอะไรให้ได้ติดตามมากขึ้น และจบตรงที่ Sweet Girl กลายเป็นหนังแอ็กชั่นล้างแค้นที่พยายามจะสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมา

เจสัน โมมาอา ยังคงทรงพลังและน่าเกรงขามเวลาเล่นฉากแอ็กชั่น แต่พอถึงซีนที่ดราม่าเราอาจจะยังไม่เห็นพลังตรงนั้นจากเขามากนัก กลับกลายเป็นบทลูกสาวที่เล่นโดย อิซาเบลล่า เมอร์เซด ที่ได้โชว์ฝีมือการแสดงที่หลากหลายมากกว่า ทั้งบทดราม่าที่เธอทำได้โอเคเลย และเซอร์ไพรสกับฉากแอ็กชันหลายๆฉากจากเธอด้วย (แม้ว่าช่วงครึ่งแรกตัวละครเธอจะชวนหงุดหงิดไปบ้าง) ท้ายที่สุด แม้ Sweet Girl จะไม่ใช่หนังแอ็กชั่นที่ยอดเยี่ยมหรือแปลกใหม่นัก แต่มันก็พอมีอะไรให้ชวนดูจนจบ และคนจะจดจำได้ในฐานะหนังแอ็กชั่นล้างแค้นที่กล้าฉีกปมในแบบของมัน

 

(ให้ 7 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM