HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

สำหรับมิวสิคัล ในช่วงหลายปีหลังจะได้ยินชื่อของ ลิน-มานูเอล มิแรนด้า ถี่เหลือเกิน หลังผลงานละครบรอดเวย์ที่ฮิตถล่มทลายอย่าง Hamilton (สามารถชมได้ใน Disney+) เขาก็มีผลงานทำเพลงให้กับหนังมิวสิคัลอย่างต่อเนื่อง นับเฉพาะปีนี้ปีเดียวก็มีงานออกสู่สายตาผู้ชมแบบนับไม่ถ้วน เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมาก็เพิ่งมี In The Heights  หนังเพลงที่ดัดแปลงจากละครเวทีของเขาเอง ซึ่งกวาดคำชมไปถล่มทลาย ผ่านมาไม่กี่เดือน งานชิ้นล่าสุดของ ลินก็ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่คราวนี้เป็นหนังแอนิเมชั่น-มิวสิคัล ที่เขาจับมือกับโซนี่ แอนิเมชั่น เดิมทีมีแพลนจะฉายโรงในเดือนมิถุนายน (เรียกว่าแทบจะชนกับ In The Heights ที่เป็นของค่ายวอร์เนอร์เลย) แต่เพราะโควิด-19 ทำให้โซนี่พับแผนดังกล่าวแล้วส่งหนังลง Netflix ทั่วโลกแทน เช่นเดียวกับแอนิเมชั่น 2 เรื่องก่อนหน้านี้ของค่ายคือ The Mitchells Vs. The Machines และ Wish Dragon

Vivo มีตัวเอกในการดำเนินเรื่องคือ วีโว่ ตัวคินคาจู (หรือหมีน้ำผึ้งที่อาศัยในป่าอเมริกาตอนกลาง) ที่พลัดพรากจากครอบครัวมาอยู่ในเมืองกับอันเดรส นักดนตรีรุ่นเดอะ ทั้งคู่เปิดการแสดงที่น้ำพุตรงกลางเมืองฮาวาน่าเป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึ่ง อันเดรสทราบว่า มาร์ธ่า นักร้องหญิงอดีตคู่หูของเขากำลังจะวางไมค์ นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้เผยความในใจให้เธอได้ทราบ หลังจากที่สมัยหนุ่มๆเขาเคยแต่งเพลงบอกรักมาร์ธาไว้ แต่ไม่เคยได้มอบเพลงนี้ให้กับเธอ จึงกลายเป็นหน้าที่ของ วีโว่ ที่จะพาเพลงรักนี้ จากฮาวาน่า ข้ามทะเลไปยังไมอามี่เพื่อมอบให้มาร์ธา โดยระหว่างทางมันได้เจอกับกาบี้ เด็กสาวจอมป่วนที่รักในเสียงเพลงร่วมผจญภัยไปด้วยกัน

ถ้าจะเอ่ยถึงแอนิเมชั่นจากค่ายโซนี่ ส่วนใหญ่จะออกไปทางบันเทิงเป็นหลัก อย่างแฟรนไชส์ดังทั้ง Hotel Transylvania และ The Angry Bird Movie แต่ในระยะหลังต้องยอมรับว่าผลงานออกมาโดดเด่นเกินคาด และแอบดีกว่าหลายๆค่ายคู่แข่งด้วย อย่าง Spider-Man Into The Spider-Verse และ The Mitchells Vs. The Machines ที่โดดเด่นทั้งงานวิชวลและเส้นเรื่องที่ดีงาม ซึ่ง Vivo ได้เดินตามเทรนด์นั้น อาจจะกล่าวได้ว่าหนังมีเสน่ห์หลายอย่างที่ใกล้เคียงกับหนังพิกซาร์มากๆ จนไม่อยากให้มองข้าม หนังมีองค์ประกอบที่ดีๆมากมาย เส้นเรื่องที่แอบบีบหัวใจตั้งแต่ 15 นาทีแรกของหนัง ต่อด้วยฉากผจญภัยที่ทั้งสนุกและน่าติดตาม และความประทับใจที่อัดแน่นในเส้นเรื่อง

แน่นอนว่าไฮไลต์สำคัญของ Vivo คือเพลงโดย ลิน-มานูเอล มิแรนด้า ที่ยังคงเสน่ห์ทั้งท่วงทำนองและเนื้อร้องแบบเดียวกับที่เขาเคยฝากผลงานอย่าง Hamilton และ In The Heights เอาไว้ โดยเรื่องนี้มีเสน่ห์หลายอย่างที่ใกล้เคียงกับ In The Heights มากๆ โดยเฉพาะเนื้อร้องส่วนที่เป็นแร็ป ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะทาง ถูกหยิบมาใส่อย่างลงตัว สนุกสนาน ซึ่งผู้เขียนลองเปลี่ยนไปฟังเสียงไทยบ้างในบางฉาก ซึ่งได้ โอ๊ต ปราโทมย์, เจนนิเฟอร์ คิ้ม และวันเดอร์เฟรม มาร้องและให้เสียงพากย์ตัวละครในเวอร์ชั่นไทย ทำออกมาได้ลงตัว และเสน่ห์แทบจะไม่แตกต่างจากต้นฉบับเลย สามารถลองเลือกชมแบบภาษาไทยกันได้

Vivo ตอกย้ำสารสำคัญที่ ลิน-มานูเอล มิแรนด้า ใช้ตลอดเวลาว่า บทเพลงและท่วงทำนองเป็นภาษาสากล อย่างในเรื่องที่สานสัมพันธ์ระหว่างลุงอันเดรสและเจ้าหมีน้ำผึ้ง วีโว่ แม้ว่าทั้งสองตัวละครจะอยู่ต่างสายพันธ์ ที่บทเพลงและท่วงทำนองก็สานสัมพันธ์ในกับพวกเขา ในขณะเดียวกัน บทเพลงก็ยังถูกใช้เป็นดั่งจดหมายบอกรัก ซึ่งตอกย้ำว่านอกจากมันจะเป็นภาษาสากลแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ไร้กาลเวลาอีกด้วย แม้ว่าช่วงเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน เพลงรักเพลงหนึ่งก็ยังคงสื่อความหมายได้อย่างไม่ลดทอนคุณค่า และหนัง Vivo เองก็เปรียบเสมือนจดหมายรักถึงบทเพลงเช่นเดียวกัน เป็นอีกหนึ่งผลงานของ ลิน-มานูเอล มิแรนด้า ที่เฉลิมฉลองดนตรีได้อย่างยอดเยี่ยม

(ให้ 8.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM