HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          ถ้าจะมีหนังซักเรื่องที่เจอผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด ต้องยกให้ A Quiet Place Part II นี่คือหนังที่ต้องเลื่อนกระทันหันเพียงไม่เกิน 5 วันเท่านั้น ก่อนจะเข้าฉายในอเมริกา เรื่องอื่นๆยังพอมีช่วงเวลาให้หายใจระหว่างวันเลื่อนกับวันฉายจริงมากกว่านี้ แต่การเลื่อนครั้งนั้น เมื่อเดือนมีนาคม 2020 เป็นการเลื่อนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะหนังกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดนับตั้งแต่มีโควิด-19 ในอเมริกา จากการเข้าฉายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นหนังเรื่องแรกที่กวาดเงินทะลุหลักร้อยล้าน และสามารถทำรายได้มากกว่า Godzilla Vs. Kong เลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้ หนังยังสามารถมอบประสบการณ์อย่างดีเยี่ยมให้กับผู้ชมได้อย่างดี ด้วยคอนเซปต์หลักที่ทำให้ A Quiet Place จะได้อรรถรสมากขึ้น เมื่อชมในโรงภาพยนตร์

          หลังความสำเร็จของภาคแรก ผู้กำกับ จอห์น คราซินสกี้ ควงภรรยานอกจออย่าง เอมิลี่ บลันต์ กลับมาสานต่อความสำเร็จอีกครั้ง แม้ว่าตัวละครคุณพ่อของจอห์น จะสละชีวิตไปแล้วในตอนจบของภาคแรก แต่เขาก็แอบกลับมารับเชิญอีกครั้งในฉากเปิดของภาค 2 ที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไป DAY 1 วันแรกที่เหล่าสัตว์ประหลาดที่ล่าเหยื่อด้วยเสียงมาถึงโลกมนุษย์ ก่อนที่จะตัดไปเล่าเหตุการณ์ต่อจากตอนจบของภาคแรกทันที เมื่อครอบครัวแอบบอตต์ เหลือสมาชิกเพียง 4 คนเท่านั้น นั่นคือ คุณแม่,ลูกสาวคนโตที่เป็นใบ้, ลูกชายคนรอง และทารกแรกเกิด พวกเขาได้ออกเดินทางเพื่อจะไปตามหาผู้รอดชีวิต จนกระทั่งเจอกับ เอมเมตต์ (รับบทโดย ซิลเลี่ยน เมอร์ฟีย์) เพื่อนของครอบครัวที่รอดตายได้เช่นกัน ระหว่างที่พวกเขากำลังพยายามเอาชีวิตรอดจากเหล่าสัตว์ประหลาด ก็ได้เรียนรู้ว่า มนุษย์ผู้รอดตายนั้น ต่างก็อันตรายไม่แพ้กัน

          อย่างที่เกริ่นไปว่า A Quiet Place คือหนังประเภทที่ต้องดูในโรงจึงจะได้อรรถรสแบบเต็มร้อย หลายคนคงเซอร์ไพรสตอนไปดูภาคแรก ว่าบรรยากาศในโรงมันเงียบกริบขนาดไหน แม้แต่ป็อปคอร์นยังไม่กล้าเคี้ยวเสียงดัง บรรยากาศแบบนั้น ยังคงกลับมาในภาคนี้ ทุกอย่างที่ผู้ชมคาดหวัง เรื่องความระทึกของฉากต่างๆ A Quiet Place Part II สามารถทำได้ไม่แพ้ภาคแรกเลย ตลอดระยะเวลา 97 นาทีที่เดินเรื่องไป เชื่อว่าจะทำให้ผู้ชมลุ้นกันจนเหนื่อย แม้ข้อแม้ของหนังจะไม่ต่างจากภาคแรก ตัวละครต้องใช้ชีวิตอย่างเงียบสงัดที่สุด แต่หนังก็ยังคงสร้างกิมมิคใหม่ๆ มาทำให้หนังเฟรชอยู่เสมอ ไม่ได้รู้สึกว่าหนังซ้ำรอยเดิมแต่อย่างใด

          สิ่งที่ทำให้ A Quiet Place Part II แตกต่างจากภาคแรกอย่างชัดเจน คือเส้นเรื่องที่เลือกจะเดินไปข้างหน้า หนังพาเราออกไปสำรวจโลกมากกว่าแค่ในภาคแรก เราจะได้เห็นตัวละครคุณแม่ของ เอมิลี่ บลันต์ แข็งแรงมากขึ้นเมื่อเธอเสียคนรักไป และต้องดูแลลูกๆของเธอทั้ง 3 คน แต่ที่เซอร์ไพรสยิ่งกว่า คือเด็กๆ 2 คนโต นั่นคือ เรแกน และมาร์คัส เมื่อหนังดำเนินไปเราจะได้เห็นบทบาทของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ (ต่างจากภาคแรกที่บทของพ่อแม่จะเด่นมากกว่า) หนังฉายให้เห็นการเติบโตของพวกเขาอย่างชัดเจน ในวันที่ไร้พ่อ เด็กๆพยายามจะเข้มแข็งขึ้น พยายามจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำครอบครัว เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครชัดเจน ทำให้ไม่ย่ำอยู่กับที่

          เสน่ห์สำคัญของ A Quiet Place Part II นอกจากฉากระทึกที่ทำได้ดีเยี่ยม เส้นเรื่องที่ไม่ซ้ำเดิม ทีมนักแสดงชุดเก่าที่ทำให้ตัวละครน่าสนใจขึ้นแล้ว ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ เอ็มเมตต์ ตัวละครใหม่ของ ซิลเลี่ยน เมอร์ฟีย์ ที่เขาสามารถถ่ายทอดออกมาได้น่าค้นหา เขาเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยอดีตอันน่าเจ็บปวด ซึ่งซิลเลี่ยนถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีมิติมากๆ โดยเฉพาะเคมีของเขากับ มิลลิเซนต์ ซิมม่อน ที่รับบทเรแกน พี่สาวคนโตของบ้านแอ็บบอตต์ ถือว่าดีเลย จนผู้ชมอยากจะติดตามตัวละครพวกเขา

          ในวันที่โรงหนังกำลังจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง A Quiet Place Part II คือหนังที่เหมาะสมที่สุด กับการเข้าไปชมในโรง ด้วยเสน่ห์และบรรยากาศที่ได้อรรถรสมากกว่าดูที่บ้าน คุณภาพของหนังที่ทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ภาคแรก แถมยังทิ้งให้ผู้ชมกระหาย อยากจะดูภาคต่อๆไปอีก ก่อนหน้านี้มีการประกาศออกมาแล้ว ว่า A Quiet Place กำลังจะมีภาคแยกที่เล่าเรื่องในจักรวาลเดียวกัน ซึ่งน่าสนใจอยู่ไม่น้อยว่าจะพาเราไปยังทิศทางไหน แต่หลังจากดูภาคนี้จบ ยังไงก็เชื่อว่า เราจะได้ดูเรื่องราวของดินแดนไร้เสียง ไปอีกซักพักใหญ่ๆอย่างแน่นอน

(ให้ 8.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM