HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          “ผีมีจริงหรือเปล่า?” นี่คงเป็นคำถามคลาสสิก ที่หลายคนพยายามจะหาคำตอบ บางคนเห็นได้ด้วยตา จนเป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมา แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานใดแน่ชัดมาเป็นเครื่องยืนยันว่า "ผี" นั้นมีจริง ความลึกลับของประเด็นวิญญาณ เรื่องของคนที่จากไปแล้วแต่ยังคงวนเวียนไม่ไปไหน ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อแบบนับครั้งไม่ถ้วน เช่นเดียวกับโลกของภาพยนตร์ คอนเทนต์เรื่อง "ผี" ยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย ผู้สร้างแข่งกันสร้างผีที่ "น่ากลัวที่สุด", “หักมุมมากที่สุด" หรือแม้แต่ "แปลกประหลาดที่สุด" แต่ไม่บ่อยครั้งนัก ที่จะกลับมาสู่คำถามคลาสสิกอย่างจริงจัง สรุปแล้ว "ผีมีจริงหรือไม่?”

          GHOST LAB ฉีกกฏทดลองผี ผลงานล่าสุดของจีดีเอช เลือกที่จะจริงจังกับคำถามนี้ และจริงจังกับการหาคำตอบ หลักการเดียวที่จะพิสูจน์ได้ คือการนำกระบวนการในขั้วตรงข้ามอย่าง "วิทยาศาสตร์" มาเป็นตัวพิสูจน์ พร้อมกับการตั้งทฤษฎีต่างๆ ทำการทดลอง จนกระทั่งนำไปสู่คำตอบที่พวกเขาต้องการ ซึ่งต่างจากหนังผีส่วนใหญ่ที่มักจะหยิบประเด็นความเชื่อมาเล่า หรือสร้างหนังผีแบบฟันธงกันไปเลยว่า ผีมีจริงนะเว้ย แทนที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่ไม่แน่ชัดเช่นเรื่องนี้

          หนังเล่าถึงหมอวี (รับบทโดย ต่อ-ธนภพ) และหมอกล้า (รับบทโดย ไอซ์-พาริส) สองคุณหมอหนุ่มเพื่อนซี้ ที่มีความใคร่รู้ขั้นสุดว่า "ผีมีจริงหรือไม่" พวกเขาเลือกที่จะเดินหน้าโปรเจกต์นี้ ด้วยการทดลองเกี่ยวกับการปรากฏตัวของผีอย่างลับๆ ในห้องทดลองเก่าที่ไม่มีใครรู้ถึงโปรเจกต์นี้ของพวกเขามาก่อน เป้าหมายของพวกเขาคือการที่ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร The Experiment หนังสือระดับโลกที่เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ล้วนใฝ่ฝัน แต่ยิ่งทดลอง พวกเขายิ่งจมลงไปกับโปรเจกต์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหมกมุ่นอยู่กับความสงสัยมากขึ้น และเมื่อทั้งสอง เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นและความตาย นั่นอาจทำให้ทั้งคู่ ต้องแลกคำตอบมาด้วย "ชีวิตของพวกเขาเอง"

          เมื่อหนังยิ่งตั้งคำถาม ทำให้ผู้ชมยิ่งใคร่อยากรู้ "คำตอบ" สิ่งที่ GHOST LAB แตกต่างจากหนังผีขนบทั่วไป คือมันเดินเรื่องแบบหนังทริลเลอร์สืบสวนสอบสวน การหาคำตอบในหนังว่า "ผีมีจริงหรือไม่" คล้ายกับหนัง เดวิด ฟินเชอร์ ที่พยายามถามหาว่า "ใครคือฆาตกร" และสองตัวละครนำอย่าง หมอวีและหมอกล้า ก็มีบทบาทคล้ายกับตำรวจคู่หู ที่พยายามไล่ตามตัวคนร้ายให้เจอ ด้วยหลักฐานต่างๆที่พวกเขามี จนกระทั่งทุกอย่างเริ่มฉิบหายมากขึ้น ตามสไตล์ของหนังประเภทนี้ เมื่อตัวละครหลักเริ่มหมกมุ่นกับสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญ เริ่มผิดหวังที่คำตอบยังอยู่ห่างไกล เริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรคืองานและชีวิตส่วนตัว

          แต่ปัญหาคือ คำตอบเรื่องผี มันยังตอบไม่ได้ในโลกแห่่งความเป็นจริง !? ปัญหาหลักที่ GHOST LAB อาจต้องเผชิญ คือการหาทางออกอย่างน่าพอใจ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องหินพอๆกับการหาคำตอบว่า"ผีมีจริงหรือไม่" เมื่อหนังเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า และหาคำตอบกับวิทยาศาสตร์ แต่พวกเรารู้กันอยู่แล้ว ว่าหนังไม่สามารถหาคำตอบให้กับคนดูแบบวิทยาศาสตร์ได้ แล้วหนังจะหาทางออกแบบไหนกัน ? สิ่งที่น่าเสียดายคือ หนังแอบหาทางลงในองค์สุดท้ายแบบขนบคล้ายๆเดิม สุดท้ายเมื่อตอบเชิงวิทย์ไม่ได้ ก็ต้องตอบด้วยประเด็นความเชื่ออยู่ดี จนแอบไม่ฉีกแบบที่หนังควรจะเป็น ในขณะที่องค์ที่ 1-2 (โดยเฉพาะช่วงกลางเรื่อง) ดำเนินเรื่องแบบไต่ระดับความพีคขึ้นเรื่อยๆได้อย่างดี และแอบมาแผ่วช่วงปลายอย่างน่าตกใจ

          “กอล์ฟ ปวีณ" เจ้าของโปรเจกต์ GHOST LAB คือผู้กำกับสายหนังผีที่เลื่องชื่อในแง่ความหนักมือ จัดเต็มแบบไม่ยั้งในแง่งานวิชวล จะเห็นได้อย่างชัดเจนจากหนังใหญ่เมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่าง บอดี้ศพ19 ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากหนังผีของ จีทีเอช ในยุคนั้น แม้กระทั่งตอนย่อยในรัก 7 ปีดี 7 หนที่พี่กอล์ฟกำกับอย่าง 14 (ตอนแรกที่เป็น เก้า-ปันปัน) สไตล์การเล่าเรื่องยังจัดจ้านเลย แต่น่าเสียดายที่ GHOST LAB เหมือนพี่แกเบามืออย่างชัดเจน ความน่าตื่นเต้นของฉากผี ถือว่ามีไม่มากนัก กลายเป็นฉากที่ชวนตื่นเต้นจนหัวใจระทึกขั้นสุด เป็นพวกฉากเสี่ยงตายหรือฉากเสี่ยงเจ็บตัว ที่ตัวละครพาตัวเองไปสู่จุดนั้นเพื่อจะเห็นผีให้ได้มากกว่า อารมณ์ของหนังเลยแปลกๆ เหมือนกราฟไปขึ้นช่วงกลางเรื่อง แล้วค่อยๆไต่ระดับลงช่วงปลายซะงั้น

          ในแง่ของการแสดง หลายเสียงเห็นตรงกันว่า "ต่อ ธนภพ" คือบุคคลสำคัญในการทำให้หนังโดยเฉพาะครึ่งหลังน่าติดตามเป็นอย่างมาก ในครึ่งแรกตัวละครของต่อจะเน้นบุคลิกนิ่งๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร จนกระทั่งไปสู่จุดพีคช่วงกลางเรีื่อง แต่พอความเข้มข้นของหนังไต่ระดับลงในครึ่งหลัง กลับกลายเป็นว่าการแสดงของเขาคนนี้ ไต่ระดับขึ้นจนกระทั่งถึงขีดสุด แม้จะไม่่สามารถชมได้ว่าต่อแสดงอย่างไรบ้าง เพราะจะเป็นการสปอยล์ แต่ก็ชัดเจนว่า ต่อได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่จริงๆ เชื่อว่าแม้หลายคนที่อาจจะไม่ชอบตัวหนัง น่าจะให้คะแนนบวกตรงกันกับจุดตรงนี้

          น่าเสียดายที่ GHOST LAB ตั้งคำถามอย่างน่าสนใจ ดำเนินเรื่องในการสืบสวนตามหลักวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าติดตาม แต่ยังไม่สามารถหาทางออกที่พึงพอใจได้เท่าไหร่นัก กับอีกจุดอ่อนคือแรงขับเคลื่อนตัวละคร โดยเฉพาะครึ่งหลังเมื่อตัวละครไปไกลกว่าคนปกติจะทำกัน แรงขับเคลื่อนจากการปูตัวละครแรกๆจึงสำคัญมาก เรายังไม่เห็นสิ่งผลักดันตัวละครที่ชัดเจนนัก จนแอบเสียดาย ถ้าช่วงแรกส่งพลังได้ดี อาจทำให้ความน่าเชื่อถือของตัวละครมีมากกว่านี้ก็เป็นอันได้

(ให้ 7 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM