HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          ขึ้นแท่นภาพยนตร์แอกชั่นเกาหลีโปรแกรมยักษ์ที่รอคอยกันมานาน นอกจากพล็อตที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับแวดวงหนังเกาหลีแล้ว ต้องยอมรับว่าไฮไลต์จริงๆ หนีไม่พ้นการมาเจอกันของสองพระเอกซูเปอร์สตาร์สองรุ่น อย่าง กงยู จาก Train To Busan และพัคโบกอม จากซีรีส์ Reply 1988 ที่แค่ประกาศสร้างเหล่าบรรดาแฟนคลับก็แทบจะกดจองตั๋วแล้ว ความน่าสนใจของ SEOBOK ไม่ใช่แค่นักแสดงนำ และพล็อตที่เป็นฉากหน้า แต่อันที่จริงหนังมีประเด็นที่น่าสนทนาต่ออยู่ไม่น้อย กงยู รับบทเป็น กีฮอน อดีตสายลับ ที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะเขากำลังป่วยหนักด้วยโรคร้าย และกำลังนับถอยหลังสู่ความตาย ดังนั้นเขาจึงเหลือเวลาไม่มากที่จะใช้ชีวิต ในขณะที่พัคโบกอม รับบทซอบก ชายที่เกิดจากการโคลนนิ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกเขาว่า มนุษย์อมตะ คนแรกของโลก ดังนั้นชายคนนี้กับประเด็นเรื่องความตายจึงเป็นเรื่องไกลตัวมาก การมีชีวิตของซอบกคือสิ่งที่ไม่สิ้นสุด ดังนั้นเมื่อชายสองคน ที่เส้นตายของชีวิตแตกต่างกันสุดขั้วต้องมาเจอกัน จะเกิดอะไรขึ้น ?

          จุดเด่นของ SEOBOK ที่ผู้เขียนยกให้เป็นข้อดีมากๆคือจังหวะการเล่าเรื่อง หนังค่อยๆพาเราทำความรู้จักตัวละครกีฮอน (ซึ่งรับบทโดย กงยู) ว่าตัวละครนี้นึกคิดอย่างไร ประสบปัญหาอะไรบ้างในอดีต และต้องมารับภารกิจปกป้องซอบก หลังจากนั้นไม่นานก็ค่อยๆพาเราทำความรู้จักตัวละครซอบกของ พัคโบกอม ระหว่างทางที่หนังดำเนินไป เราจะได้เห็นพัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงในแง่ความคิดของสองตัวละครนี้ ซึ่งน่าสนใจมากๆ และช่วงเวลานี้เองเราจะตกหลุมรักและให้กำลังใจทั้งสองตัวละครอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อปมหนักในครึ่งหลัง รวมถึงฉากแอ็กชั่นใหญ่ๆดำเนินมากขึ้น มันกลายเป็นเราอินกับฉากเหล่านี้ไปแล้ว เพราะเราค่อยๆอินกับสองตัวละครระหว่างทาง

          แม้หน้าหนังของ SEOBOK ดูจะเป็นหนังแอกชันไซไฟ แต่ภาพรวมจริงๆแล้ว หนังกลับครบรสอย่างมาก ด้วยทั้งมุมดราม่าที่กลายเป็นจุดไฮไลต์ในหนังเรื่องนี้ และมุมตลกน่ารักๆ ที่ให้แฟนๆได้พอยิ้มแย้มกับสองนักแสดงนำ ในมุมของฉากแอกชัน จริงๆแล้ว SEOBOK มีหมัดเด็ดซ่อนอยู่หลายฉาก หนังมีฉากบู๊ที่สนุกและบีบอารมณ์ ซึ่งมากกว่าในตัวอย่างหนังเยอะมาก(เหมือนตัวอย่างไม่ค่อยโชว์ความอลังการของฉากเหล่านี้เท่านั้น) แต่ที่เซอร์ไพรสสุดสำหรับผู้เขียน และกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของหนังที่ชอบสุดๆ คือประเด็นที่หลักที่หนังพยายามจะสื่อสารกับผู้ชม ซึ่งค่อนข้างหนักหน่วงและซีเรียส ซึึ่งเมื่อถึงพาร์ทนี้ เราเองก็น้ำตาซึมอย่างไม่รู้ตัว กลายเป็นหนังทำงานได้ดีมากกว่าแค่พาร์ทแอกชันไซไฟ แต่พาร์ทชีวิต ก็ทำได้สุดไปด้วย ตามสไตล์หนังเกาหลีหลายๆเรื่อง ที่แอกชันมันส์สุด แต่พอดรามาก็ไต่ระดับได้ถึงมากๆ

          อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือการแสดงของสองนักแสดงนำ เริ่มจากกงยู ที่เรื่องนี้ลงทุนลดน้ำหนักเพื่อรับบทสายลับป่วยหนัก แม้อาจจะไม่ได้หล่อสุดแบบในซีรีส์หรือหนังหลายๆเรื่อง แต่เราได้เห็นการแสดงของกงยู ที่แปลกไปจากเรื่องก่อนๆ ซึ่งพี่แกเล่นดีมาก แต่ที่เกินคาดไปไกลมากจริงๆคือ พัคโบกอม ซึ่งในตัวอย่างจะเห็นบทซอบก เมื่อนั่งนิ่งๆไม่ค่อยสื่อสารหรือแสดงอารมณ์ เพราะเป็นมนุษย์โคลนนิ่ง แต่เมื่อหนังพาเราเข้าสู่ครึ่งหลัง จะมีปมต่างๆที่ทำให้ พัคโบกอม ได้แสดงอารมณ์เยอะแบบเยอะมาก ซึ่งโบกอมก็เล่นได้สุดมาก สุดจนผู้เขียนน้ำตาซึมไปด้วยกับฉากเหล่านั้น ใครที่เป็นแฟนของนักแสดงทั้งสอง น่าจะฟินกับหนัง ที่ได้เห็นดาราที่เราโปรดปรานโชว์ฝีมือในฉากอารมณ์เยอะทีเดียว

          โดยรวม SEOBOK ถือว่าเป็นหนังเกาหลีฟอร์มยักษ์ที่คุ้มค่าแก่การรอคอย และไปไกลเกินคาดมาก โดยเฉพาะประเด็นดราม่าที่หนักหน่วงกว่าที่คิด หลายเรื่องที่หนังสื่อสารกับผู้ชมค่อนข้างโตเลยทีเดียว และฉากแอกชั่นไซไฟที่ไปสุด ต้องกราบงาน CG ที่ทำได้ดีมาก เป็นหนังเกาหลีอีกเรื่องที่ไม่อยากให้พลาดในโรงภาพยนตร์ นอกจากความอลังการของฉากต่างๆแล้ว การสื่อสารอารมณ์ของทั้ง กงยูและพัคโบกอม การได้ดู SEOฺBOK ในจอใหญ่ๆช่วยให้เราอินกับหนังมากขึ้นจริงๆ

(ให้ 8.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM