HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

                ถือเป็นแมตช์หยุดโลกที่คอหนังมอนสเตอร์ต่างรอคอยสำหรับการมาเจอกันของสองสัตว์ประหลาดยักษ์ใหญ่อย่าง ก็อดซิลล่าและคิงคอง ซึ่งเคยปะทะบนจอใหญ่กันมาบ้างในฉบับของญี่ปุ่น แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้มาเจอกันในหนังใหญ่ของฝั่งฮอลลีวู้ด ซึ่งถือเป็นหนังเรื่องที่ 4 ในจักรวาล MonsterVerse ของวอร์เนอร์และเลเจนดารี่ หลังจากมี Godzilla มาแล้ว 2 ภาคและ Kong : Skull Island โดยในโปรเจกต์นี้ได้ อดัม วินการ์ด จาก You're Next มากุมบังเหียน เล่าถึงเมื่อมนุษย์ได้จับตัวคองออกมาจากเกาะกระโหลก ทำให้ก็อดซิลล่าได้รู้ถึงการมีอยู่ของคอง และแน่นอนว่าในโลกย่อมมีราชันย์เพียงหนึ่งเดียว ก็อดซิลล่าจึงเดินทางมาเพื่อกำจัดคองและครองความเป็นหนึ่ง ในฟากของฝั่งมนุษย์ ก็พยายามหาสิ่งที่จะสามารถควบคุมสัตว์ประหลาดทั้งสองได้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นไปมากกว่านี้ ด้วยความพยายามของ เอเพ็กซ์ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่พยายามค้นหาพลังที่จะทำให้มนุษย์อยู่เหนือมอนสเตอร์ทั้งสอง

                ข้อดีมากๆของ Godzilla Vs. Kong คือหนังรู้ตัวดีว่าผู้ชมต้องการอะไร ก็จัดให้แบบสาแก่ใจ สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหนัง ก็คือฉากที่ทั้งก็อดซิลล่าและคิงคอง มาปะทะกันนั่นเอง ซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ และความมันส์ที่มาเต็ม ทุกครั้งที่สองตัวละครนี้ต้องปะทะกัน เต็มไปด้วยฉากบู๊แบบสะใจขั้นสุด ความรุนแรงที่ไม่ปราณี และความเสียหายต่อบ้านเมืองและสิ่งรอบข้างขั้นสุด ซึ่งนี่คือหัวใจ นี่คือสิ่งที่แฟนๆปรารถนา และผู้สร้างก็จัดให้แบบไม่ผิดหวัง แค่ฉากที่สองมอนสเตอร์ปะทะกัน ก็คุ้มค่าแก่การจะชมในโรงภาพยนตร์แล้ว โดยเฉพาะอย่างจอใหญ่ยักษ์แบบ IMAX ที่ทำให้เห็นรายละเอียดและความยิ่งใหญ่ของสองสัตว์ประหลาดแบบเต็มๆ ทั้งสองไม่ได้ปะทะกันแค่แมตช์เล็กๆสั้นๆ แต่จัดเต็ม สู้กันแบบเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว

                อีกไฮไลต์มากๆของ Godzilla Vs. Kong คือสิ่งที่หนังแอบซ่อนเอาไว้ อันที่จริงแล้วนอกจากสิ่งที่ปรากฏในตัวอย่างหนัง(ยกเว้นฉบับจีน) และเรื่องย่อที่เผยออกมาตามสื่อต่างๆและบทความนี้ ล้วนเป็นการโปรโมทแบบแอบความลับเอาไว้ สำหรับแฟนๆที่ได้ติดตามข่าวสารของ Godzilla Vs.Kong น่าจะพอทราบกันแล้ว ว่าหนังเองมีรายละเอียดหลายอย่างที่แอบซ่อนอยู่ หนังพยายามโปรโมทไปทาง ก็อดซิลล่าปะทะคอง เป็นหลัก แต่จริงๆมันมีองค์ประกอบอื่น ที่ชวนตื่นตาและน่าตื่นเต้นเช่นกัน สิ่งน่าสนใจและทำให้หนังแปลกตาอยู่ไม่น้อย ซึ่งจุดนี้ต้องไปติดตามกันเองในหนัง แค่ขอยั่วน้ำลายและชื่นชมเฉยๆ ว่าหนังเก่งกาจเช่นกันในการเก็บไฮไลต์เด็ดๆไว้อีกเพียบ

                แน่นอนว่าปัญหาหนึ่งของหนังสัตว์ประหลาดหลายๆเรื่อง คือตัวละครพาร์ทมนุษย์ ที่พอหนังทุ่มความเข้มข้นให้กับพาร์ทสัตว์ประหลาดไปแล้ว กลายเป็นตรงนี้จืดสนิทไปเลย แม้ Godzilla ฉบับปี 2014 จะทำตัวละครคนได้ดีมากๆก็ตาม แต่ Godzilla : King of the Monsters ภาคต่อนั้นมีปัญหาตรงนี้ชัดเจน เช่นเดียวกับหนังภาคนี้ แน่นอนว่าตัวละครมนุษย์มีส่วนสำคัญในการเดินเรื่อง แต่ทุกอย่างถูกตัดต่อให้ไปไวปานจรวด เพื่อให้หนังไม่ยาวเกิน 2 ชั่วโมงตามคอนเซ็ปท์ที่วอร์เนอร์ชอบทำ ทำให้อาจจะยังไม่อินกับตรงนี้เท่าไหร่นัก ยกเว้นพาร์ทความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสาวชาวเผ่ากับคองที่ประทับใจอยู่ในน้อย แต่ปัญหาหลักเลยคือเส้นเรื่องของแก็งตัวละครเด็กมัธยมและหนุ่มพอดแคสท์ผู้คลั่งมอนสเตอร์ ที่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่ตั้งใจจะตลกจนประหลาดและความบังเอิญมากมาย ซึ่งกลายเป็นฉุดให้ความเข้มข้นของเรื่องดูอ่อนเบาลงไปเลย แน่นอนว่าตรงนี้สร้างความบันเทิงให้ผู้ชมได้ แต่ก็ลดความหนักแน่นของหนังไปเช่นเดียวกัน

                โดยรวม Godzilla Vs. Kong คือหนังบล็อคบัสเตอร์ที่คอหนังทั่วโลกรอคอย หลังจากปีที่แล้วแทบจะไม่มีหนังฟอร์มยักษ์ให้ชมกันเลยเพราะโควิด-19 ทำให้มันถูกเลื่อนมาปีนี้หมด เช่นเดียวกันเรื่องนี้ นี่คือหนังที่น่าจะดึงคนกลับเข้าโรงภาพยนตร์ได้ เพราะมันเป็นหนังสเกลที่ต้องดูในจอใหญ่ที่สุดเท่านั้น ด้วยโปรดักชั่นและซีจีที่โคตรจะจัดเต็ม ความอลังการต่างๆที่เป็นมนต์เสน่ห์ของโลกภาพยนตร์ นี่คือหนังแอ็กชั่นสุดมันส์แบบที่ผู้ชมไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูเอาบันเทิงขั้นสุด แม้จะไม่ใช่หนังสมบูรณ์แบบอะไรก็ตาม แต่ก็เสิร์ฟสิ่งที่คอหนังสัตว์ประหลาดต้องการให้แบบเต็มๆ

 

(ให้ 8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

Godzilla Vs. Kong วันนี้ในโรงภาพยนตร์ทั้งระบบปกติ, IMAX จอยักษ์และ 4DX

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM