HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

                หลังความสำเร็จของ Parasite บนเวทีออสการ์ปีที่แล้ว ดูเหมือนปีนี้ก็จะมีเรื่องราวของครอบครัวชาวเกาหลี ขึ้นมาโลดแล่นบนเวทีรางวัลอีกครั้ง แม้ Minari จะไม่ใช่หนังจากเกาหลี เพราะทุนสร้างต่างๆ เป็นของสตูดิโอในอเมริกา จึงถือว่าเป็นหนังอเมริกา แต่ว่าทั้งผู้กำกับ ทีมนักแสดง และภาษาที่ใช้ในหนังแทบจะเป็นเกาหลีล้วนๆ หนังเป็นผลงานของ อี ไอแซก จอง ผู้กำกับคนเกาหลีที่เกิดและเติบโตในอเมริกา เล่าถึงชีวิตของคนเกาหลีที่ย้ายมาตั้งรกรากในอเมริกา ซึ่งผลงานชิ้นนี้ เริ่มเป็นที่กล่าวถึงตั้งแต่ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลหนังซันแดนซ์ จนกระทั่งล่าสุดได้เข้าชิง 6 รางวัลออสการ์ รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย (ส่วนพี่ผู้กำกับ ก็ได้เข้าชิงผู้กำกับยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมด้วย)

                หนังเล่าถึงครอบครัวลี ครอบครัวชาวเกาหลีที่ย้ายมาเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมความหวังในอเมริกา ในช่วงกลางยุค 80 พร้อมกับลูกสาวคนโตอย่าง แอนน์และลูกชายคนเล็ก เดวิด ซึ่งเกิดในอเมริกา แต่กลับเกิดมาพร้อมปัญหาหัวใจรั่ว ทำให้เขาต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นพิเศษ โดยคุณพ่อ (รับบทโดย สตีเว่น ยอน จาก The Walking Dead) ได้นำเงินเก็บของเขามาลงทุนซื้อที่ดินอันห่างไกลแปลงโต เพื่อหวังจะทำการเกษตรปลูกพืชผักเกาหลีขายคนแถวนั้น ซึ่งทำให้ภรรยาอย่าง โมนิก้า กังวลอย่างมากว่าจะทำให้เงินเก็บของครอบครัวสูญเปล่า ในขณะเดียวกันคุณยายของบ้าน โมนิก้า (ซึ่งรับบทเป็น ยอนยูจอง) ก็ได้เดินทางจากเกาหลีมาอยู่กับครอบครัว เพื่อจะดูแลหลานๆ ท่ามกลางความไม่ต้องการของหลานชายซึ่งไม่เคยเจอยายคนนี้มาก่อน !

                Minari คือหนังชีวิตที่เล่าถึงแก่นการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง หนังเล่าเรื่องไปอย่างเรียบง่ายด้วยเรื่องราวของครอบครัวลี ที่มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ดินอันว่างเปล่าผืนนี้ โดยคุณพ่ออย่างเจค็อบ ก็ได้พยายามสร้างสิ่งต่างๆ ลงทุนเพื่ออนาคต เขาพยายามปลูกพืชผักเพื่อหวังจะเก็บเกี่ยวและสร้างความมั่นคงในกับครอบครัว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ความน่าสนใจคือ หนังค่อยๆพาผู้ชมไปรู้จักกับครอบครัวลี ปมต่างๆที่ครอบครัวเคยผ่านมา และกำลังจะเผชิญ แม้จะไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่รู้ตัวอีกที เราก็ค่อยๆอินไปกับเส้นเรื่องของบ้านนี้แล้ว ค่อยๆอินไปกับสิ่งที่อุปสรรคที่พวกเขากำลังจะเจอ นำไปสู่การตัดสินใจต่างๆ โดยหนังหยิบเอาประเด็นของการไล่ล่าทำตามความฝัน มาผสมผสานกับประเด็นครอบครัวได้อย่างน่าสนใจ แม้จะเล่าถึงไกลตัว เรื่องของคนเกาหลีที่ย้ายรกรานไปอยู่อเมริกา แต่กลับสามารถพูดได้ว่าประเด็นหลักของ Minari ที่แท้จริงทำให้คนดูอินได้ไม่ยากนัก

                ไฮไลต์จริงๆของหนังคือการแสดงอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้โดดเด่นที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่กลับยอดเยี่ยมแบบยกทีม ที่อาจจะไม่ต้องกล่าวถึงแล้วคือ สตีเว่น ยอน กับบทคุณพ่อที่ได้ชิงออสการ์ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และยอนยูจอง กับบทคุณยาย ที่ได้ชิงในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม แต่ระหว่างดูผู้เขียนกลับชอบการแสดงของบทคุณแม่มากเป็นพิเศษ ฮันเยริ ถ่ายทอดบทหญิงที่ต้องแบกรับปัญหาต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม ตัวละครของเธอเป็นเหมือนศูนย์กลางของบ้านที่ต้องดึงสมาชิกไว้ด้วยกัน เธอถ่ายทอดได้อย่างถึงอารมณ์ และอีกคนที่เชื่อว่าทุกคนจะตกหลุมรักคือ อลัน คิม เด็กน้อยที่รับบทหลานชายคนเล็ก เสน่ห์ของเด็กคนนี้เหลือล้นมากๆ โดยเฉพาะเคมีฉากของเขากับยาย เรียกว่าเข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมได้อย่างไม่ยากเย็นเลย และเมื่อเรื่องดำเนินไป เราจะยิ่งตกหลุมรักความสัมพันธ์ของ ยาย-หลาน มากขึ้นเรื่อยๆ

                อีกหนึ่งจุดที่ไม่ชมไม่ได้ คือบทภาพยนตร์ ที่เล่าเรื่องซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไร ให้น่าติดตามได้อย่างเหลือเชื่อ ดึงเสน่ห์ของสมาชิกทุกคนในครอบครัวขึ้นมาได้ และสอดแทรกด้วยประเด็นต่างๆอย่างกลมกล่อม โดยเฉพาะประเด็นของ Minari ซึ่งเป็นชื่อหนัง ซึ่งคนเกาหลีใช้เรียกผักชีเกาหลี ที่สอดแทรกไว้มุมเล็กๆในเรีื่อง แต่กลับสามารถสื่อประเด็นสำคัญได้อย่างดีเยี่ยม ระหว่างที่ผู้ชมดูหนัง จะเริ่มสัมผัสได้ถึง Message ที่ผู้กำกับพยายามหยอดเอาไว้ด้วยจังหวะที่พอเหมาะ ทำให้เมื่อดูจบเชื่อว่าหลายคนน่าจะทั้งอิ่มเอมกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวลี และฉุกคิดถึงประเด็นสิ่ง Minari สื่อสารออกมาตลอดทั้งเรื่อง

                สรุปแล้ว Minari คือหนังดราม่าคุณภาพที่ไม่อยากให้พลาด หนังมีองค์ประกอบดีๆมากมายทั้งการแสดงแบบยกทีม บทภาพยนตร์ที่กลมกล่อม ทิศทางการกำกับของผู้กำกับที่ทำให้ผู้ชมอินไปกับหนังได้อย่างไม่ยาก และแน่นอนว่าแม้จะเป็นเรื่องราวของชาวเกาหลีที่ย้ายไปอยู่อเมริกา แต่หนังประเด็นมากมายที่เชื่อเหลือเกินว่าผู้ชมจะอินและโดนใจไม่มากก็น้อย สมศักดิ์ศรีการเข้าชิง 6 รางวัลออสการ์อย่างแท้จริง และเพื่อให้อินกับเรื่องราวมากที่สุด อยากให้ได้สัมผัส Minari ในจอใหญ่ๆในโรงภาพยนตร์เท่านั้น !

(ให้ 9 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

Minari เปิดรอบพิเศษวันที่ 25-28 มีนาคมนี้เวลา 19:00 น. และฉายจริง 1 เมษายน

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM