HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          เชื่อว่าผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยทั่วโลก ต่างเติบโตมากับการดู Tom & Jerry คู่หูคู่กัดแมวกับหนู ที่ไล่ฟัดกัดกันเป็นเวลายาวนาน ทั้งในรูปแบบการ์ตูนตอนสั้นๆที่ฉายทางโทรทัศน์ และฉบับตอนยาวที่ฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็นเวลานานถึง 29 ปีแล้ว ที่ ทอมและเจอร์รี่ ห่างหายไปจากจอภาพยนตร์ จนกระทั่งล่าสุดทางวอร์เนอร์ปัดฝุ่นหยิบโปรเจกต์นี้มาพัฒนาอีกครั้ง โดยมอบหน้าที่ให้กับ ทิม สตอรี่ ผู้กำกับจาก Fantastic Four (ฉบับที่สนุกและ Ride Along ซึ่งไอเดียการขึ้นจอใหญ่ของแมวกับหนูคู่นี้ เพื่อให้ทันสมัยและตื่นตามากขึ้น ผู้สร้างจึงตัดสินใจสร้างแบบ Animation Mix Live-Action คือให้มีการวาดตัวการ์ตูน ลงไปในหนังที่คนแสดง แบบเดียวกับ Who Framed Roger Rabbit และ Space Jam ในอดีต แต่ยังคงให้ตัวละคร ทอม และเจอร์รี่ มาในแบบการ์ตูน 2D เหมือนของเดิม ไม่ได้สร้างเป็นตัวละครแบบ 3D เพื่อคงความคลาสสิกของตัวละครไว้

          โดยในหนังฉบับนี้ ทอมกับเจอร์รี่ ตัดสินใจย้ายเข้ามาอาศัยในมหานครยักษ์ใหญ่อย่างนิวยอร์ก โดยเจ้าหนูเจอร์รี่ เลือกที่จะย้ายเข้าไปอาศัยในโรงแรมสุดหรูอย่าง "รอยัลเกตซึ่งมันก็ไปสร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าบรรดาแขกและพนักงานพอสมควร หนึ่งในนั้นคือ เคย์ล่า (รับบทโดย โคลอี้ เกรซ มอเรตซ์) พนักงานชั่วคราวที่หวังจะไต่เต้าเป็นพนักงานประจำ ทางเดียวที่เธอคิดว่าจะกำจัดเจอร์รี่ให้ออกไปจากโรงแรมนี้ได้ คงไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าจ้างคู่กัดของมันอย่าง เจ้าแมวทอม มาเป็นพนักงานโรงแรมเสียเลย โดยหน้าที่เฉพาะของทอมคือ กำจัดเจอร์รี่เท่านั้น นอกจากนี้โรงแรมแห่งนี้กำลังจะเป็นสถานที่จัดงานวิวาห์สุดหรูแห่งปี ของคู่รักเซเลบริตี้ ดังนั้น ปฏิบัติการขับไล่เจอร์รี่จึงเหลือเวลาอย่างจำกัด ก่อนที่งานแต่งงานแห่งนี้จะล่มไม่เป็นท่าเพราะถูกแมวกับหนูเข้ามาป่วนนั่นเอง

          โดยรวมต้องถือว่า Tom & Jerry ฉบับใหม่ถูกสร้างออกมาได้บันเทิงมากๆ สำหรับผู้ชมเด็กๆน่าจะเอ็นจอยกับการไล่กัดกันของ ทอมกับเจอร์รี่ อย่างแน่นอนแม้ว่าพวกเขาจะเกิดไม่ทันก็ตาม แต่สำหรับคนดูกลุ่มผู้ใหญ่ เหมือนว่าพวกเราจะได้รำลึกถึงความหลังในอดีตอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าหลายคนจำไม่ได้แล้วว่า เราได้ดูทอมแอนด์เจอร์รี่ฉบับการ์ตูนล่าสุดนานขนาดไหนแล้ว พอได้เห็นทั้งคู่กลับมาโลดโผนบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง ก็เหมือนได้เจอเพื่อนสมัยเด็กที่หายไปนาน นอกจากนี้มุกตลกสไตล์ ทอมแอนด์เจอร์รี่ มันเป็นมุกตลกคลาสสิก ด้วยความที่สองตัวละครนี้มันไม่พูด ดังนั้น จึงคล้ายๆกับหนังเงียบ แนวตลก (แบบเดียวกับพวกหนัง ชาร์ลี แชปลินที่จะเก่าขนาดไหนก็ยังคลาสสิกและขำเสมอ และมุกส่วนใหญ่ของคู่นี้จะเป็นมุกตลกแบบเจ็บตัว หรือเป็นสไตล์ Slapstick Comedy ดังนั้น มันเป็นตลกแบบสากล ที่คนทุกวัยทุกภาษาสามารถเข้าใจได้

          ต้องถือว่าหนัง Tom & Jerry ฉบับนี้ได้ใช้ประโยชน์จากการเป็นหนังที่สร้างแบบ Animation Mix Live-Action หรือการ์ตูนผสมคนแสดงได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่หนังสร้างฉากโกลาหลไว้มากมาย เราจะได้เห็นซีนที่มีความวุ่นวายและเว่อร์วังของเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย ซึ่งถือเป็นเสน่ห์มากๆของหนังสไตล์นี้ อีกหนึ่งครีเอทีฟไอเดียที่ผู้เขียนชอบมากเป็นพิเศษ คือการที่หนังตัดสินใจให้ทุกอย่างที่เป็นสัตว์กลายเป็นการ์ตูนหมด สร้างสีสันได้อย่างดี ไม่ใช่แค่ตัวละคร ทอมหรือเจอร์รี่ หรือหมา แมว นก ช้าง ที่ปรากฏ แม้แต่ปลา(ที่ตายแล้ว)ในตลาดปลาหรือบนโต๊ะอาหาร ก็ยังเป็นการ์ตูนเลย ทำให้ภาพที่ปรากฏบนจอดูสร้างสรรค์ดี และเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า นี่คือเมจิกของโลกภาพยนตร์อย่างแท้จริง ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้

          อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ชอบมากเป็นพิเศษคือตัวเลือกด้านนักแสดงของฝั่งตัวละครมนุษย์ ที่บางทีแอบฮาขโมยซีน ทอมและเจอร์รี่ไปเลย เริ่มจากนางเอกอย่าง โคลอี้ เกรซ มอเรตซ์ ที่เล่นได้น่ารักน่าเอาใจช่วยอย่างมาก และเธอก็แอบมีเซนส์ความตลกอยู่พอสมควร แต่ที่โดดเด่นและกลมกลืนกับหนังที่เป็นการ์ตูนจ๋าๆไปเลย คือ ไมเคิล เพนย่า (จาก Ant-Man) ในบทพนักงานที่แอบเป็นคู่กัดของนางเอกเคน จอง (จาก The Hangover) ในบทหัวหน้าเชฟคู่กัดของเจ้าหนูเจอร์รี่ และแพตตี้ เฟอเรน เจ้าของบทพนักงานเปิดประตูโรงแรมหน้าตาแปลกๆ ซึ่งทุกคนที่เอ่ยมา ดึงความน่าสนใจของตัวละครฝั่งมนุษย์ขึ้นมาได้ ยิ่งทำให้คนดูผู้ใหญ่เอ็นจอยกับหนังเรื่องนี้ และความเล่นใหญ่เกินเบอร์ของพวกเขา ก็อาจจะทำให้เด็กๆสนใจดูหนังแม้ช่วงนั้นจะไม่มี สัตว์ตัวไหนปรากฏตัวบนจอก็ตาม

          สรุปแล้ว Tom & Jerry เป็นหนังบันเทิงมากๆเรื่องหนึ่ง ที่ใครกำลังหาหนังที่สามารถพาทั้งครอบครัวไปดูได้ คือตัวเลือกที่น่าสนใจ แน่นอนว่าสำหรับเด็กๆ นี่คือหนังที่ตอบโจทย์มากที่สุด นอกจากพวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับหนังแล้ว น่าจะยิ่งหลงรักมนต์เสน่ห์ของโลกภาพยนตร์ด้วย ที่สามารถเอาคนไปอยู่กับการ์ตูนได้ ส่วนคนดูกลุ่มผู้ใหญ่ ถ้าคุณเคยชื่นชอบทอมและเจอร์รี่ คุณเพลิดเพลินกับหนังตลก รับประกันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะแค่สำหรับเด็ก ยังมีหลายๆฉากที่ไม่ว่าเราจะโตขนาดไหนก็ยังสนุกสนานกับมันได้ เหมือนการไปเที่ยวสวนสนุก ถ้ามีโอกาสหนังเข้าฉายในระบบ 4DX ด้วย ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

(ให้ 7.5 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM