HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          ถ้ามอบตำแหน่ง “ดาราดาวเด่นประจำเดือน ของ NETFLIX” ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ให้กับใครสักคน คงหนีไม่พ้นพระเอกหนุ่มหน้าใส “ซงจุงกิ” เพราะผลงานการกลับมาทั้งในส่วนของภาพยนตร์และซีรีส์ ล้วนปล่อยออกมาสู่สายตาของผู้ชมพร้อมกันในเดือนนี้ เริ่มจาก “Space Sweepers” ภาพยนตร์แอ็กชั่นไซไฟฟอร์มยักษ์ ซึ่งถือว่าเป็นหนังอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี ก็ถูกปล่อยออกมาให้ชมกันเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยการขึ้นอันดับ 1 คอนเทนต์ยอดนิยมในหลายประเทศทั่วโลก และล่าสุดถึงคิวของ "Vincenzo” การกลับมารับบทนำในฐานะพระเอกซีรีส์เรื่องแรกในรอบ 2 ปี ถัดจากซีรีส์พีเรียดแฟนตาซีอย่าง Arthdal Chronicles ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมาใส่ชุดสูทรับบทนำในรอบหลายปีเลยทีเดียว

          “ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ เวลาที่เลือกเล่นเรื่องไหน ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องภาพลักษณ์ภายนอกหรือวิชวลเท่าไหร่ แต่แฟน ๆ หรือคนดูอาจจะสังเกตเห็นได้ชัดกว่า แต่สำหรับผม ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ครับ” – ซงจุงกิ พูดถึงประเด็นที่แฟนๆ หลายคนสังเกตเรื่องการแต่งตัวของเขาในหนังหรือซีรีส์ ในการสัมภาษณ์พูดคุยกับสื่อมวลชนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมพูดคุย โดยนอกจากซงจุงกิแล้ว ยังมีทีมนักแสดงนำจากซีรีส์ “Vincenzo” อย่าง ชอนยอบิน และอ๊กแทคยอน ร่วมพูดคุยด้วย โดยซงจุงกิเสริมต่อเรื่องประเด็นที่ซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างจากผลงานชิ้นก่อนๆ ในแง่ภาพลักษณ์ – “พอได้ฟังคำถามแล้ว ผมก็รู้สึกว่ามีส่วนที่คล้ายกันตรงที่อย่าง Arthdal Chronicle กับ Space Sweepers เป็นแฟนตาซีที่ไม่เกิดขึ้นในชีวิตจริง แต่พอได้คำถามนี้แล้วก็รู้สึกว่าบริบทมันคล้ายกัน Vincenzo ก็เหมือนกัน ในมุมนึงอาจจะมองได้ว่าเป็นละครที่อิงตามความจริงวิจารณ์สังคม แต่ในอีกมุมนึงผมคิดว่า Vincenzo ก็เป็นแฟนตาซีเหมือนกัน เป็นอะไรที่ไม่ค่อยเห็นในชีวิตจริง”

          Vincenzo เป็นซีรีส์ใหม่แกะกล่องเล่าถึง “วินเซนโซ่ กาซาโน” (รับบทโดย ซงจุงกิ) ดาร์กฮีโร่ที่เป็นทนายที่ปรึกษาให้กับมาเฟียอิตาลี ในที่สุดเขากลับมาเกาหลี ได้พบกับเพื่อนบ้านที่แปลกประหลาด และเข้าไปมีส่วนพัวพันกับการต่อสู้กับศัตรูที่น่าเกรงขาม โดยร่วมมือกับ ฮงชายอง (รับบทโดย ชอนยอบิน) พวกเขาจะลงโทษเหล่าคนชั่วแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน และทำให้เรื่องราวเดือดขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันซีรีส์เรื่องนี้จะสอดแทรกฉากตลกๆ น่ารักๆ ให้ได้ฟินกันด้วย โดยซงจุงกิ เล่าถึงคาแร็คเตอร์ของทีมนักแสดงนำทั้ง 3 คนว่า - “จุดร่วมของเราสามคนคือ เป็นตัวละครที่ประกอบอาชีพทนาย แต่เอาจริงๆ แล้วตัวละครเราต่างกันมาก ผมเป็นมาเฟียมาจากอิตาลี เรียกว่า Consigliere ถ้าเกิดรู้สึกว่าเข้าใจยาก ให้นึกถึงภาพยนตร์ดังเรื่องThe Godfather มีตัวละครชื่อว่า ทอม เป็นทนายความที่ปรึกษา อยู่ใต้ตัวละครของ อัล ปาชิโน่ (ที่เป็น ก็อดฟาเธอร์) คอยควบคุมการทำงาน บท วินเซนโซ่ เป็นมาเฟียอิตาลีที่มาเกาหลี ถึงแม้จะไม่มีใบประกอบอาชีพในเกาหลี แต่ก็มาช่วยจัดการเรื่องราวต่างๆ รับบทแบบนั้นครับ”

          ในขณะที่นักแสดงหญิงอย่าง ชอนยอบิน เผยถึงตัวละครของเธอว่า - “สำหรับฉันรับบทฮงชายอง เป็นทนายตัวท็อปของบริษัทกฎหมายที่เกาหลี ฮงชายองไม่สนใจว่าอะไร ดีหรือไม่ดี แต่สนใจว่าทำแล้วตัวเองจะได้กำไรอะไร มองแต่ส่วนได้ส่วนเสีย เป็นคนที่วิ่งเข้าหาผลประโยชน์ของตัวเอง” - ส่วนของนักแสดงหนุ่ม อ๊กแทคยอน เล่าถึงตัวละครของเขาว่า - "ผมรับบท จางจุนอู ครับ จุนอูเป็นตัวละครที่ไร้เดียงสา ทำพลาดบ่อยๆ มองแต่ชายองเสมอ เป็นตัวละครที่จะทำให้คนดูเกิดความสงสัยว่า สอบผ่านเข้ามาได้ยังไงเนี่ย เป็นทนายฝึกหัดที่น่ารักมากครับ”

          “ซีรีส์เรื่องนี้ ไม่ได้พูดถึงแค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะที่ไหน สังคมอะไร ประเทศใด ก็มีคนชั่วอยู่เสมอ” - ซงจุงกิ กล่าวถึงความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้อ่านสคริปต์ของซีรีส์ Vincenzo เรื่องนี้ ซึ่งเขาเล่าต่อว่า - “ล่าสุดนี้เวลาดูข่าวที่เกาหลี ก็มีหลายเรื่องที่เห็นแล้วผมโกรธจนน้ำตาจะไหล ในซีรีส์เรื่อง Vincenzo มีตัวร้ายอยู่เยอะมาก ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นตัวร้ายที่มีอยู่จริงในโลกของเรา ซีรีส์มีวิธีการจัดการกับคนชั่วเหล่านั้นแบบแปลกใหม่ ทำให้รู้สึกโล่งใจ ทำให้มีความรู้สึกร่วมไปกับละครได้” -ในขณะที่ ชอนยอบิน เสริมต่อว่า - “ทุกตอนของซีรีส์ไม่สามารถคาดเดาได้ ดำเนินเรื่องไปแบบรวดเร็วและมีรายละเอียดเยอะ เลยรู้สึกว่าอยากร่วมงานนี้ ตัวละครแต่ละตัวในคดีเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ในบรรดาตัวละครเหล่านั้น ฮงชายองเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก รู้สึกทันทีเลยว่าอยากแสดงให้ได้ เป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นสัมผัสได้จากตัวบท นอกจากนี้ละครของเรายังเป็นละครที่ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ระหว่างความเยือกเย็นและความร้อนผ่าว สลับกันไปมา เป็นเสน่ห์ของละครเรื่องนี้”

          พูดถึงประเด็น “มาเฟียอิตาลี” นี่เป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับซีรีส์เกาหลีเป็นอย่างมาก ซึ่งความแปลกใหม่นี้เอง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ซงจุงกิ ตัดสินใจรับเล่นในบทนี้ ซึ่งซงจุงกิกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า - “ตอนที่ได้ยินว่าจะทำละครเกี่ยวกับทนายความมาเฟียจากอิตาลี บอกตรงๆ เลยผมคิดว่า นี่มันอะไรเนี่ย เพราะว่าคอนเซปต์มาเฟียเป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับเกาหลี เลยคิดว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ แต่พอได้เห็นบทแล้ว ผมรู้สึกว่าผู้กำกับและนักเขียนได้ผสมผสานเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเกาหลีและคอนเซปต์ของมาเฟียออกมาได้เยี่ยมยอด มีหลายจุดที่ทำให้รู้สึกแปลกใหม่” - ซงจุงกิเสริมต่อว่า ปกติเขามักจะหลีกเลี่ยงการรับบทที่เคยมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทที่ตัวเขานั้นเคยเล่นเองหรือว่าไม่ได้เล่นเองก็ตาม ในมุมนี้เรื่องนี้ก็เลยเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆ สำหรับเขา ทนายมาเฟียที่จะมาจัดการกับคนชั่วร้ายมากๆ ในสังคมเกาหลี คอนเซปต์นี้ทำให้เขาตัดสินใจรับเช่น Vincenzo

          ความสดใหม่ของ Vincenzo นอกจากเส้นเรื่องแล้ว ยังเป็นเรื่องของเคมีนักแสดง ซึ่งนักแสดงทั้ง 2 ท่านเพิ่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับซงจุงกิเป็นครั้งแรก ซึ่งซงจุงกิชื่นชมเพื่อนร่วมจอทั้งสองท่านว่า แสดงบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม - “ผมได้เจอกับทั้งคุณยอบินและคุณแทคยอนเป็นครั้งแรกเลย ตอนได้ยินครั้งแรกว่าจะได้ร่วมงานกัน ผมได้เจอกับตัวละครผ่านจากในบทมาหมดแล้ว เลยรู้สึกว่าจับคู่ตัวละครกับนักแสดงได้ดีมาก เหมาะกับทั้งสองท่าน พอได้เจอตัวจริงครั้งแรก รู้สึกอุ่นใจ ตอนนั้นเจอกันที่มีตติ้งรวมกับสตาฟ รู้สึกมั่นใจขึ้นมาเลยว่าถ่ายทำละครกับสองคนนี้จะต้องสนุกแล้วก็มีกำลังใจมาก แน่นอนว่าถ้าเริ่มถ่ายเมื่อไหร่ ก็จะต้องมีความยากลำบากเกิดขึ้น แต่สองคนนี้จะช่วยทำให้ถ่ายได้อย่างสนุกและมีกำลังอย่างแน่นอนครับ”

          อีกหนึ่งสิ่งที่แปลกใหม่และต้องเตรียมตัวอย่างมากสำหรับทั้ง 3 นักแสดงนำ คือการเล่นเป็นอาชีพ “ทนายความ” ซึ่งทั้ง 3 คนต้องเตรียมตัวอย่างหนัก ซึ่ง ซงจุงกิ ย้ำชัดว่า - “แน่นอนว่าบททนายก็ต้องเตรียม แต่สำหรับวินเซนโซ่ การเป็นทนายก็แค่อาชีพของเขา แต่ในมุมของการนำเสนอตัวละครวินเซนโซ่ ผมพยายามจะนำเสนอความรู้สึกที่อยู่ในตัวละครออกมามากกว่า ผู้ชายที่เกิดและอาศัยในอิตาลีมาตลอดชีวิต กลับมาเกาหลีประเทศของแม่เขา เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย ความเหงาและความเปล่าเปลี่ยวในตัวเขา และความแตกต่างของตัวเขากับสิ่งที่เกิดขึ้นในโซล ผมก็เลยพยายามจะเข้าถึงความรู้สึกของเขามากกว่าจะโฟกัสที่อาชีพทนาย”

          ส่วนชอนยอบินเผยว่า - “ฮงชายองเป็นทนายที่หมกมุ่นกับการเอาชนะ สำหรับฉันแล้วคำขยายของตัวละครนี้ที่ว่า ‘หมกมุ่นกับการเอาชนะ’ สำคัญกับฉันมากกว่าจุดที่ว่าเธอเป็นทนาย ทำไมคนถึงอธิบายถึงเธอแบบนั้น เอาจริงๆ แล้วเป็นจุดที่ต่างกับตัวฉันค่อนข้างมาก ฉันไม่ค่อยชอบการแข่งขันเท่าไหร่ อยากจะเจอกันที่เส้นตรงกลางมากกว่า รอบนี้เธอชนะ รอบหน้าฉันชนะแล้วกัน เป็นคนที่ต่างกับฉันมาก เลยอยากหาตัวตนของเธอ การพูดเร็วๆ ท่าทางของเธอ ว่าโดยละเอียดแล้วมันเป็นยังไง แล้วลักษณะเหล่านั้น ความรวดเร็วในตัวของเธอมันมาจากอะไร โฟกัสตรงนั้นและสร้างตัวละครขึ้นมา” - สำหรับ อ๊กแทคยอน ในประเด็นของการเตรียมตัวสำหรับอาชีพทนายความนั้น ค่อนข้างแตกต่างจาก ซงจุงกิ และชอนยอบิน เขากล่าวว่า บทบาททนายฝึกหัด เขาจึงไม่ได้เตรียมอะไรเลย - “จุนอูเป็นทนายฝึกหัดก็จริง แต่ตามในบทแล้ว เขาไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลยครับ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าตัวผมอ๊กแทคยอนน่าจะรู้อะไรเยอะกว่าจุนอูด้วยซ้ำ ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรเลยครับ จุนอูเป็นตัวละครที่ไม่รู้อะไรถึงขั้นนั้นเลยครับ”

          ความท้าทายสำหรับทีมนักแสดง สำหรับซีรีส์ Vincenzo นอกจากจะต้องรับบททนายความ ซึ่งต้องเตรียมตัวอย่างหนักแล้ว สำหรับซุงจิงกิ อาจจะท้าทายแบบคูณสองกว่าทุกคน เพราะตัวละครของเขา จะต้องพูดภาษาอิตาลีได้ด้วย ซึ่งซุงจุงกิเผยว่าเขาขั้นตอนเข้าคอร์สเพื่อเรียนภาษากับอาจารย์อย่างจริงจังเลยทีเดียว - “มีฉากที่ต้องพูดอิตาเลี่ยนเยอะมากครับ มีแบคกราวฉากหลังเป็นอิตาลีด้วย ผู้กำกับและนักเขียนพยายามใส่ Element ต่างๆ ที่ทำให้เห็นความแตกต่างของวินเซนโซ่และความเป็นเกาหลีจ๋าๆ ด้วย พยายามใส่จุดเด่นของอิตาลีเข้าไป ซึ่งส่วนที่เด่นที่สุดก็น่าจะเป็นภาษา ผมก็ตั้งใจเรียนภาษากับคุณครูอิตาเลียนและตั้งใจถ่ายทำอยู่ครับ”

          นอกจากการรับบทเป็นอาชีพทนายความและต้องพูดภาษาอิตาเลี่ยนในซีรีส์แล้ว ซงจุงกิ ก็บอกกับพวกเราว่า คาแร็คเตอร์ของตัวละคร ก็มีความเป็นตัวตนของเขาพอสมควร แต่สิ่งแปลกใหม่อื่นๆ จะเป็นในพาร์ทของซีรีส์เป็นหลัก - “ในส่วนของตัวละคร ผมคิดว่าไม่ต้องพยายามมองหาภาพใหม่ๆ จากผมก็ได้ครับ ที่พูดแบบนี้หมายความว่า ที่ผ่านมาผมดึงการแสดงทั้งหมดออกมาจากในตัวผม เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วมันก็คือตัวผมนั่นแหละครับ แต่ในส่วนของประเภทละคร (genre) จะสัมผัสได้ถึงความแปลกใหม่แน่นอนครับ เป็นละครที่มีความยูนิคพิเศษ นำประเด็นที่ดาร์กออกมาแสดงแบบสดใสและแปลกใหม่ คิดว่าให้ตั้งตารอจุดนั้นดีกว่า”

          อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า นี่คือเดือนของซงจุงกิ ใน Netflix อย่างแท้จริง หลังจากที่เขามีผลงานมาฝากผู้ชมพร้อมกันถึง 2เรื่อง นั่นคือภาพยนตร์ Space Sweepers และซีรีส์อย่าง Vincenzo ซึ่งซงจุงกิบอกกับพวกเราว่า ความต่างของ Space Sweepers และ Vincenzo ถ้าเป็นในแง่ตัวละคร เขาคิดว่า วินเซนโซ่ กาซาโน ใน Vincenzo คล้ายกับตัวเขามากกว่า ในขณะที่แทโฮ ใน Space Sweepers ยิ่งอายุมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามุมมองของเขาเริ่มไปอยู่ที่คนรอบตัว ที่ๆ เขาอาศัยและละแวกบ้าน มากกว่าตัวเขาเอง

          และเมื่อถามถึงบทบาทในอนาคตที่สนใจ ซงจุงกิก็บอกว่าเขาน่าจะเป็นคนที่โชคดีมากๆ เพราะมีโอกาสได้ลองแสดงบทที่หลากหลายก่อนหน้านี้ - “ในส่วนของบทที่อยากลองในอนาคต ผมเคยบอกไปในสัมภาษณ์อื่นแล้วว่า บทที่อยากลอง ได้ลองหมดแล้ว เลยรู้สึกพึงพอใจมาก ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักแสดงที่โชคดีมาก คิดไปคิดมาแล้วผมน่าจะชอบแฟนตาซีนะครับเนี่ย ตอนเดบิวต์ ผมเคยอยากลองเล่นแนวแวมไพร์ไม่ก็หมาป่า แล้วก็ได้เล่นเรื่อง A Werewolf Boy อยากลอง Space Cinema ก็ได้เล่นเรื่อง Space Sweeper ได้มีโอกาสเล่นบทพระเจ้าเซจง บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาหลี ผมคิดว่าความฝันหลายๆ อย่างของผมได้เป็นจริง แต่มนุษย์ก็มีความโลภ ช่วงนี้ผมก็อยากจะลองแนวลึกลับ เหงาๆ แบบ under cover หนังที่ผมชอบที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือเรื่อง Tinker Tailor Soldier Spy ยิ่งพออายุมากขึ้นก็รู้สึกว่าอยากลองแสดงตัวละครที่ทำให้เห็นภาพสองด้าน ถ้าเป็นของเกาหลี ผมได้ดูหนังเรื่อง The Spy Gone North เกินสิบรอบ รุ่นพี่ฮวังจองมินได้แสดงตัวละครที่มีสองด้าน เวลาดูก็จะรู้สึกว่าต้องแสดงออกมายังไงนะ ช่วงนี้ผมสนใจแนวนี้ ขอโทษที่ตอบยาวไปหน่อยครับ”

          ก่อนจะหมดเวลาพูดคุย ทั้ง 3 นักแสดงนำจาก Vincenzo ก็ขอฝากข้อความสั้นๆ ไปถึงผู้ชมทั่วทั้งเอเชียีที่กำลังรอชมผลงานของพวกเขา โดย อ๊กแทคยอน เชิญชวนด้วยเหตุผลสุดอารมณ์ดี เขาบอกว่า - "เพราะผมแสดงครับ (แหม) ล้อเล่นครับ มีนักแสดงยอดเยี่ยมหลายท่าน เรื่องราวก็สุดยอด ผู้กำกับก็เยี่ยม มีหลายๆ ท่านที่ช่วยพยายามทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ออกมายอดเยี่ยม ส่วนตัวรู้สึกว่าเหตุผลที่ต้องดูคือ คลิฟแฮงเกอร์ ในทุกอีพี ตอนจบที่ทำให้อยากรู้ตอนต่อไป จะเกิดอะไรขึ้น เชื่อมต่อกันยังไง ฝากช่วยดูกันด้วยครับ" ด้านนักแสดงสาวหนึ่งเดียวอย่าง ชอนยอบิน ก็ขอตบมุกในการฝากแบบเดียวกับ อ๊กแทคยอนว่า - "ก่อนอื่นก็เพราะฉันแสดงค่ะ (หัวเราะ) สิ่งที่รู้สึกจากตอนอ่านบทคือ ทุกตอนเหมือนโชว์ดอกไม้ไฟเลยค่ะ แต่ละตอนรู้สึกเหมือนมีคนจัดงานเทศกาลที่สนามและฉันได้รับเชิญไป เขาจัดงานขนาดนี้แล้ว คนที่ไม่มานี่น่าเสียดายนะ อยากให้ทุกคนมาสนุกด้วยกันค่ะ" – ปิดท้ายกันด้วย ซงจุงกิ ที่ขอกล่าวถึงผลงานซีรีส์ที่ไม่ได้แสดงมา 2 ปีแล้วว่า - "เรื่องนี้เป็นละครคอมเมดี้ที่ไม่ได้เห็นกันมานานครับ ในช่วงที่ไม่มีเรื่องให้เราหัวเราะกันได้เท่าไหร่ อยากให้เป็นสุดสัปดาห์ที่ทำให้ทุกคนหัวเราะ สนุกสนานไปกับครอบครัวได้ ดูแล้วไม่รู้สึกว่าหนักไป ผมจึงอยากแนะนำละครเรื่อง Vincenzo ให้ครับ”

          Vincenzo คืออีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีฟอร์มดีรับต้นปี ที่แฟนๆไม่ควรพลาด สามารถรับชมได้ ทุกคืนวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 21:00 น. ทาง Netflix

          สัมภาษณ์บางส่วนและเรียบเรียงโดย GOSSIPGUN อัปเดตหนังและซีรีส์ใหม่ทุกวันพฤหัสบดี 09:30 น. ในรายการแฉข่าวเช้า ทาง EFM94

** ขอขอบคุณภาพประกอบ จาก NETFLIX **

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM