HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          นี่คือภาพยนตร์ดราม่าในบรรยากาศเวสต์เทิร์นคาวบอยที่ถูกจับตามองอย่างมาก ว่าน่าจะมีบทบาทพอสมควรในเวทีประกาศรางวัลต่างๆช่วงต้นปีนี้ เพราะเป็นการกลับมาเจอกันของพระเอกเจ้าของสองรางวัลออสการ์อย่าง ทอม แฮงค์ และผู้กำกับ พอล กรีนกราส หลังจากผลงานชิ้นก่อนอย่าง Captain Phillips ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ โดยผลงานชิ้นล่าสุดอย่าง News of the World หยิบเอาหนังสือชื่อเดียวกันของ พอลเล็ตต์ ไจลส์ ที่ตีพิมพ์เมื่อ 5 ปีที่แล้วมาดัดแปลงขึ้นจอใหญ่ สำหรับใครที่อาจจะสงสัยว่าอาชีพเล่าข่าว แบบสรยุทธสมัยก่อนมันมีหรือไม่ หนังเรื่องนี้จะฉายให้เห็นถึงการเล่าข่าวในเวอร์ชั่น 150 ปีที่แล้ว เมื่อพระเอกทำหน้าที่ตระเวนไปตามเมืองต่างๆ เพื่ออ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ให้บรรดาประชาชนได้ฟังกัน เพื่อแลกกับเงินที่พวกเขาบริจาคมาให้ ซึ่งชาวบ้านเหล่านี้อาจจะไม่มีเวลาตามข่าวหรือมีเงินซื้อหนังสือพิมพ์ จึงเข้ามาฟังข่าวที่พระเอกเดินทางมาเล่า

          เล่าเปิดเรื่องด้วยฉากเล่าข่าวของ ผู้กองเจฟเฟอร์สัน (รับบทโดย ทอม แฮงค์) อดีตทหารจากสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ ที่ตระเวนไปตามเมืองต่างๆเพื่อเล่าข่าวแลกกับเงินเพื่อเลี้ยงชีพ จนกระทั่งเขาได้เจอกับ โจฮานน่า (รับบทโดย เฮเลน่า เซนเกล) เด็กสาวผิวขาวที่ไร้ที่พึ่ง เขาพบว่าเธอถูกลักพาตัวมาตั้งแต่ยังเล็ก และใช้ชีวิตอยู่กับชาวอินเดียนแดง จึงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้และใช้ชีวิตเยี่ยงคนป่า เขาจึงตัดสินใจพาตัวเธอไปส่งทางการ และจึงค่อยเดินทางต่อไปยังเมืองต่างๆ แต่ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง ทำให้เจฟเฟอร์สัน ตัดสินใจพาเด็กสาวไปส่งบ้านเกิดด้วยตนเอง กลายเป็นการเดินทางข้ามทวีป ที่ใช้เวลานานหลายสัปดาห์ มิตรภาพระหว่างทั้งคู่จึงเริ่มขึ้น

          ถ้าเทียบกับงานชิ้นก่อนๆ ของผู้กำกับ พอล กรีนกราส อย่างหนังชุด Jason Bourne, United 93 หรือแม้แต่ Captain Phillip จะพบว่าผลงานชิ้นล่าสุดนี้ มีความลุ่มลึกมากขึ้น ละมุนละไมมากขึ้น แต่ก็ยังสอดแทรกประเด็นสังคมที่ค่อนข้างแรง และแทรกด้วยฉากระทึกขวัญที่บีบอารมณ์ไม่แพ้ผลงานชิ้นก่อนๆ สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ หนังค่อนข้างเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กลับสามารถตรึงอารมณ์ผู้ชมได้ตลอด ส่วนสำคัญคือ การแสดงของทั้ง ทอม แฮงค์ และนักแสดงหน้าใหม่วัย 12 ปีจากเยอรมนี อย่าง เฮเลน่า เซนเกล ที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม พอสองตัวละครนี้สื่อสารกันคนละภาษา ทำให้การสื่อสารทางกาย และอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ ความรู้สึกเหล่านั้นจึงถูกถ่ายทอดออกมายังผู้ชมด้วย

          แม้ว่าบรรยากาศของ News of the World จะเป็นหนังแบบ Western หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าหนังคาวบอย แต่โครงเรื่องจริงๆอาจกล่าวได้ว่ามันเป็นหนัง Road Movie เสียมากกว่า คือ ตัวละครหลักเดินทางไปร่วมกัน แล้วพบเจอเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรซึ่งกันและกัน ซึ่งในกรณีนี้คือ เจฟเฟอร์สัน และโจฮานน่า ทหารผ่านศึกและเด็กหญิงกำพร้า ที่ต่างเผชิญกับอดีตอันปวดร้าว และพยายามเดินทางไปข้างหน้า เพื่อค้นหาเป้าหมายชีวิต ที่ก็ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ แม้ว่าสองตัวละครจะต่างวัย ต่างเพศ ต่างเชื้อชาติ แต่กลับสามารถเรียนรู้และค้นหาเป้าหมายชีวิตจากการอยู่ร่วมกันได้

          นอกจากประเด็นเรื่องการเยียวยาของตัวละครแล้ว ประเด็นภาพกว้างที่หนังฉายให้เห็นค่อนข้างชัดเจน มีทั้งเรื่องของเชื้อชาติและสีผิว ที่ในหนังเผยให้เห็นถึงความร้ายแรงและการเหยียดของคนขาว ซึ่งแม้ว่าหนังจะเล่าถึงเหตุการณ์ 150 ปีก่อน แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่าแม้เวลาจะผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่มีวันหมดไปง่ายๆ ในอเมริกา รวมถึงหนังยังใส่ประเด็นเรื่องการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชนเข้ามา เมื่อพระเอกทำหน้าที่เป็นผู้เล่าข่าว และคัดกรองข่าวเพื่อนำเสนอกับประชาชน เขาจึงต้องเลือกสิ่งที่เหมาะสม เลือกจะสื่อสารสิ่งที่นำพาสังคมไปสู่จุดที่ดีกว่า ดูแล้วก็หันกลับมามองสังคมปัจจุบัน ที่สื่อมวลชนกลายเป็นเครื่องมืออันเลวร้ายของคนบางกลุ่มเท่านั้น และไม่ได้พาสังคมไปในจุดที่ดีขึ้น หรือพัฒนาไปมากกว่าเดิม

          โดยรวม News of the World มีงานสร้างที่ดี จนแอบเสียดายนิดๆ ที่พวกเราจะไม่ได้ชมกันในโรงภาพยนตร์ เพราะหนังมีคุณค่าในความเป็นภาพยนตร์ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว หนังเข้าฉายในโรงที่อเมริกาเมื่อช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ส่วนนอกอเมริกานั้นยูนิเวอร์แซล ขายสิทธิ์ให้กับ Netflix พวกเราจึงได้ชมกันในจอขนาดเล็กลงมา แต่กระนั้นคุณค่าก็หนังก็ไม่ได้ลดทอนไป แม้จะได้ดูในจอที่เล็กลง แต่สิ่งที่หนังพยายามจะสื่อสารกับผู้ชม ก็ยังคงมาครบ รวมถึงการแสดงของ ทอม แฮงค์ และเฮเลน่า เซนเกล ที่ไม่ว่าจะดูในจอขนาดไหน ก็ยังสื่ออารมณ์มาได้อย่างดีเยี่ยม

 

(ให้ 9 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน)

News of the World สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ใน NETFLIX

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM