HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          ขึ้นแท่นหนังอวกาศเรื่องแรกของเกาหลีสำหรับ Space Sweepers (ชื่อไทย ชนชั้นขนะปฏิวัติจักรวาล) หนังอวกาศทุนสร้าง600 กว่าล้านบาทของผู้กำกับ โจซองฮี ที่โคจรกลับมาร่วมงานกับพระเอก ซงจุงกิ อีกครั้งหลังเคยผ่านผลงานด้วยกันอย่าง A Werewolf Boy มาแล้วเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน และเคยเกริ่นถึงไอเดียการทำหนังอวกาศมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่เพิ่งมาเป็นจริงล่าสุด โดยหนังได้ คิมแทรี นางเอกจาก The Handmaiden มาร่วมจอ รวมถึงชินซอนกยู และยูแฮจิน ที่รายหลังรับบทเป็นหุ่นยนต์ในหนังด้วย ซึ่งผู้กำกับเลือกใช้เทคนิคการสร้างโมชั่นแคปเจอร์ แบบเดียวกับ Avatar มาใช้ ทำให้ตัวละครหุ่นยนต์ดูมีชีวิตชีวาเหมือนคนเล่นจริงๆ ซึ่งเดิมที Space Sweepers มีโปรแกรมจะเข้าโรงในเกาหลีตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่เพราะโควิด-19ทำให้ต้องมาเจอกับผู้ชมใน Netflix ทั่วโลกสุดสัปดาห์นี้แทน

          หนังเล่าเรื่องราวในอนาคต ปีค.ศ.2092 ที่โลกมนุษย์แทบจะอาศัยอยู่ไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์สร้างอาณาจักรใหม่ขึ้นในวงโคจรดาวเทียมเพื่อให้คนฐานะดีไปอาศัยอยู่ ส่วนคนธรรมดาก็ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เช่นเดียวกับกลุ่มของตัวละครนำที่เป็นคนเก็บขยะที่ล่องลอยในอวกาศ เอามาขายเพื่อแลกเงินไปหาเลี้ยงทีม โดยทีมของยานวิกตอรี่ประกอบด้วย แทโฮ (รับบทโดย ซงจุงกิ) นักบินที่ทำทุกอย่างเพื่อเงินเพราะมีอดีตบางอย่างอันเจ็บปวด, กัปตันจาง (รับบทโดย คิมแทรี) อดีตโจรสลัดที่ลูกสมุนตายเกลี้ยงจนต้องมาคุมยานลำนี้, ไทเกอร์ พัค (รับบทโดย ชินซอนกยู) ช่างเครื่องที่เคยเป็นอาชญากร และสมาชิกคนสุดท้ายคือ บั๊บส์ (รับบทโดย ยูแฮจิน) หุ่นยนต์ที่มีความเก่งกาจและกวนตีนไม่แพ้ใคร โดยในระหว่างที่พวกเขากำลังไล่แข่งขันเพื่อเก็บขยะบนนอกโลก กลับไปเจอเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังถูกประกาศตามล่า เพราะแท้จริงแล้วเธอคืออาวุธที่ร้ายแรง ซึ่งอาจสร้างอันตรายต่อโลกมนุษย์ !

          ในฐานะหนังอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี ก่อนอื่นต้องชื่นชม Space Sweepers ที่งานโปรดักชั่นสามารถทำได้เทียบชั้นกับฮอลลีวู้ดแล้ว ระหว่างดูสัมผัสได้เลยว่างานของชาวเอเชียเรา ไม่ได้น้อยหน้าฝั่งตะวันตกเลย นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ เช่นเดียวกับ The Wandering Earth ของจีน ที่เผยให้เห็นว่า งานสร้างหนังประเภทไซไฟของแถบบ้านเรา สามารถไปไกลได้ถึงขั้นนี้แล้ว หนังมาพร้อมกับฉากแอ็กชั่นที่ไม่ธรรมดา และชวนตื่นตาอยู่ไม่น้อย จนแอบเสียดายนิดๆที่หนังโปรดักชั่นยิ่งใหญ่ระดับนี้ เรากลับอดชื่นชมมันในโรงภาพยนตร์ น่าจะดีไม่น้อยถ้าเราจะได้สัมผัสความอลังการของ Space Sweepers กันบนจอยักษ์ๆอย่าง IMAX

         สิ่งที่โดดเด่นมากของ Space Sweepers นอกจากงานสร้างแล้ว คือเคมีระหว่างทีมนักแสดง ซึ่งใครดูหนังก็คงจะล้วนตกหลุมรักสมาชิกของยานวิกตอรี่ รวมถึงเด็กน้อยสุดอันตรายที่กลายมาเป็นสมาชิกใหม่ ทุกคนคงเห็นตรงกันว่าพวกเขาห่างไกลจากคำว่า สมบูรณ์แบบ แต่ความไม่เพอร์เฟ็คนี่แหละที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน สถานการณ์บนยานลำนี้จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ให้อารมณ์คล้ายคลึงกับหนังอย่าง Guardians of the Galaxy ที่เต็มไปด้วยตัวละครบ้าๆบอๆ ที่ทุกคนล้วนมีปม แต่พอพวกเขาอยู่ด้วยกัน เรากลับสัมผัสได้ถึงมิตรภาพและความสุขที่ผู้ชมได้รับ ซึ่งในหนังมีหลายฉากเลยที่พิสูจน์ให้เห็น

          ข้อเสียที่ชัดเจนสำหรับ Space Sweepers คือส่วนของเล่าเรื่อง โดยรวมหนังค่อนข้างยาวไปนิด สามารถตัดบางฉากที่ไม่จำเป็นได้ โดยเฉพาะในช่วงแรก และสังเกตได้คือการตัดต่อที่ค่อนข้างมีบาดแผล หลายฉากที่กระโดดไปไวเกิน จนอาจทำให้ผู้ชมงงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะตัวหนังเองมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ มีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง จังหวะในการเล่าเรื่องจึงแอบมีแปร่งๆอยู่บ้าง รวมถึงฉากแอ็กชั่นบางซีนที่ตัดต่อไวเกิน จนอาจทำให้ผู้ชมงงบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นในฉากเหล่านั้นกันแน่

          ภาพรวมต้องถือว่า Space Sweepers เป็นอีกหนึ่งผลงานจากเกาหลีใต้ ที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า ด้วยเวลาเพียงแค่ 20 ปี แต่อุตสาหกรรมบันเทิงของที่นั่น พัฒนาแบบก้าวกระโดดจริงๆ นอกจากงานสร้างจะไปไกล มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมากมายแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ลืมรากฐานสำคัญของหนังเกาหลี ความเป็นเกาหลีที่สอดแทรกในหนัง มุมการวิพากท์สังคม ทั้งประเด็นสิ่งแวดล้อมและชนชั้นที่แทรกไว้ รวมถึงมุมชวนซาบซึ้งที่ไม่ว่าหนังจะฟอร์มใหญ่ขนาดไหน กลับสามารถบีบหัวใจผู้ชมได้เสมอ ถ้ามีโอกาส นี่คือหนังฟอร์มยักษ์จากเอเชียที่อยากให้ทุกคนได้พิสูจน์ รับชมได้แล้ววันนี้ใน Netflix

(ให้ 7.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM