HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมบันเทิงจากเกาหลีใต้ ที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย คือบทพิสูจน์อย่างดีเยี่ยมถึงความสำเร็จของพวกเขา ที่จับมือกันพัฒนาจากอุตสาหกรรมบันเทิงไปไกลไม่แพ้ชนชาติในในเอเชีย ทั้งส่วนของภาพยนตร์ ซีรีส์ และเพลง โดยล่าสุดในพาร์ทของภาพยนตร์ พวกเขาไม่หยุดอยู่แค่บนโลกใบนี้แล้ว เพราะเกาหลีใต้กำลังจะมี "หนังอวกาศเรื่องแรก" เตรียมจะออกฉาย และแม้ว่าจะพวกเราจะไม่ได้พิสูจน์ผลงานชิ้นนี้กันในโรงภาพยนตร์ เนื่องจากสถานการณ์ของโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก แต่ก็เป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่ก้าวสำคัญของเกาหลีใต้ กำลังจะออกสู่สายตาคนทั้งโลกพร้อมกันถึง 190 ประเทศผ่านทาง NETFLIX ในช่วงเวลาเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวเอเชียอย่างเทศกาลตรุษจีน

          เรากำลังกล่าวถึง "Space Sweepers” ภาพยนตร์แอ็กชั่นไซไฟฟอร์มมหึหาจากเกาหลีใต้ ที่มีชื่อไทยว่า "ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล" ซึ่งแน่นอนว่าหนังถ่ายทอดประเด็นของชนชั้นเช่นเดียวกับหนังปรากฏการณ์จากเกาหลีเรื่องก่อนหน้านี้อย่าง"Parasite” ที่ใช้ชื่อไทยใกล้เคียงกันว่า "ชนชั้นปรสิต" แต่การกล่าวถึงประเด็นความแตกต่างทางสังคมในครั้งนี้ ไปไกลมากกว่าบ้านมหาเศรษฐีในกรุงโซล แต่กล่าวถึงอาณาจักรแห่งใหม่ของมนุษย์ที่ชื่อว่า UTS ที่โคจรอยู่รอบนอกของโลกมนุษย์ หลังจากโลกของเราพวกในปี ค.ศ. 2092 ไม่สามารถอาศัยอยู่เหมือนเดิมได้อีกต่อไป คนรวยในชนชั้นสูงสามารถมีชีวิตใหม่อย่างสะดวกสบาย แต่คนฐานะยากจนที่ไร้ทางออก จำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างอัตคัด ไร้ทางเลือก เช่นเดียวกับเหล่าตัวละครนำในหนังเรื่องนี้ ที่แม้ว่าหนังจะเล่าถึงอนาคตอันห่างไกล และดินแดนนอกโลก แต่พวกเขาก็แทบจะมีชีวิตไม่ต่างจากพวกเราในปัจจุบันเลย

          Space Sweepers ได้พระเอกสุดฮ็อตอย่าง "ซงจุงกิ" จากซีรีส์ Descendants of the Sun มารับบทนำเป็น แทโฮ นักบินหนุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับมีอดีตอันเจ็บปวด และต้องหาเงินก็เพื่อเป้าหมายสำคัญในชีวิตเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจ โดยในเรื่องนี้ ซงจุงกิ ได้ประกบกับ นักแสดงสาวฝีมือดีอย่าง "คิมแทรี" จากหนังเกาหลีเรื่องเยี่ยม The Handmaiden และซีรีส์ Mr.Sunshine ซึ่งรับบท กัปตันจาง อดีตหัวหน้าโจรสลัดอวกาศ ที่ปัจจุบันกลายเป็นกัปตันหญิงสุดเท่ห์ของยานวิกตอรี่ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ และหาเงินด้วยการไล่เก็บขยะอวกาศ ซึ่งมีอีกหนึ่งสมาชิกสำคัญคือ ไทเกอร์ พัค ช่างเครื่องรูปลักษณ์โหดแต่จิตใจอ่อนโยน ซึ่งได้ "ชินซอนกยู" จากซีรีส์ Kingdom มารับบทดังกล่าว และสมาชิกของยานวิกตอรีที่โดดเด่นสุด ไม่เหมือนใครมากที่สุดคือ บั๊บส์ หุ่นยนต์อวกาศฝีมือฉกาจไม่แพ้ใคร ซึ่งบทบาทนี้ได้ "ยูแฮจิน" นักแสดงฝีมือเยี่ยมจาก Confidential Assignment มารับบทดังกล่าว และเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์เกาหลีที่ได้นำเอาเทคนิค Motion Capture จากฮอลลีวู้ดมาใช้ เพื่อให้ ยูแฮจิน ได้กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้

          และก่อนที่พวกเราชาวไทยจะได้ชม Space Sweepers กัน ทางผู้เขียนก็ได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์พิเศษ กับทีมนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ประกอบด้วย ซงจุงกิ, คิมแทรี, ชินซอนกยู, ยูแฮจิน รวมถึงผู้กำกับคนเก่งที่คุมโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่เรื่องนี้ อย่าง "โจซองฮี" ซึ่งเขาเผยว่าได้รับแรงบันดาลใจการสร้างหนังเรื่องนี้มาจากเพื่อนเมื่อ 10 ปีก่อน โดยเขาได้เล่าให้ฟังว่า"เมื่อราว 10 ปีก่อน ผมได้คุยกับเพื่อน เกี่ยวกับขยะอวกาศที่เกิดจากภารกิจท่องอวกาศต่างๆ ของมนุษย์โลก ซึ่งมันเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว มีความอันตราย และยากที่จะกำจัด ผมเริ่มต้นโปรเจกต์นี้จากคอนเซปต์ของคนทำงานในอวกาศที่มีหน้าที่เก็บกวาดขยะอวกาศเหล่านี้"

          ซงจุงกิ พระเอกของ Space Sweepers ที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับ โจซองฮี เล่าเสริมให้ฟังว่า ทั้งสองเคยร่วมงานกันมาก่อนแล้วในภาพยนตร์เรื่อง A Werewolf Boy เมื่อ 10 ปีก่อน ผู้กำกับเคยเล่าไอเดียนี้ให้เขาฟัง ซึ่งซงจุงกิก็คิดว่าน่าสนใจมาก เป็นไอเดียที่เฟรช และใหม่มาก หลังจากผ่านมา 10 ปี จากไอเดียเริ่มต้นนั้นมันกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริงๆ และตัวของซงจุงกิเอง ก็สนใจกับการทำหนังแนวนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกของเกาหลีอีกด้วย ทำให้ซงจุงกิตัดสินใจร่วมงานได้อย่างทันที ซึ่งเขาเผยว่ารับเล่นหนังเรื่อง Space Sweepers โดยที่ยังไม่ได้อ่านบทเลยด้วยซ้ำ

          ในขณะที่ คิมแทรี ก็ตัดสินใจรับบทกัปตันจางได้อย่างไม่ยาก หลังจากอ่านสคริปต์ของหนังและพบกับผู้กำกับ ซึ่งเธอกล่าวว่า - "หลังจากอ่านสคริปต์แล้ว ฉันพบว่ามันสุดยอดมากเลยค่ะ หลังจากที่ฉันได้เจอกับผู้กำกับ ฉันพบว่าเขาเป็นคนที่มี passionมาก และเห็นภาพที่ชัดเจน ทำให้การเตรียมงานในแต่ละขั้นตอนมีความละเอียดสูง เราทำงานได้ง่ายมากค่ะ" – เช่นเดียวกับ ชินซอนกยู ที่ยอมรับว่าถูกใจใน passion ของผู้กำกับ และรับเล่นหนังเรื่องนี้แบบทันที หลังจากได้พบเขา ด้านของ ยูแฮจิน ก็เผยความรู้สึกหลังจากอ่านสคริปต์จบว่ามันบันเทิงมากๆ เขาเผยกับพวกเราว่า - “ตอนผมได้อ่านสคริปต์ครั้งแรกมันบันเทิงมากเลยครับ ช่วงแรกผมกังวลนิดหน่อยเกี่ยวกับบทของผม แต่พอได้พูดคุยกับผู้กำกับ ผมก็พบว่าเขามีทักษะอย่างเหลือเชื่อ มีวิสัยทัศน์ และมีภาพในหัวที่ชัดเจนมาก งานกำกับภาพต่างๆ ของเขาทำให้ผมทึ่งมากจริงๆ และการทำงานกับเขาเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากครับ"

          เมื่อซงจุงกิ ถูกถามถึงการกลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคนเดิมอีกครั้ง ว่ามีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ เขาตอบทันทีว่าไม่คิดว่าจะมีอะไรใหม่หรือแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งซงจุงกิเสริมต่อว่า - "ทุกวันนี้หลายๆคนก็ยังถามถึงบทที่ผมเคยได้รับเมื่อตอนเล่น The Werewolf Boy อยู่เลย ผมว่าเพราะนั่นเป็นตัวละครที่มีชีวิตอยู่ในใจของผู้ชม และผมคิดว่าผู้กำกับก็เป็นแบบนั้นสำหรับผมเหมือนกัน ถึงจะผ่านมาเป็น 10 ปี แต่เขาอยู่เคียงข้างผมมาตลอด ผมคิดว่านั่นคือความสัมพันธ์ที่เรามี ผู้กำกับโจก็ยังเป็นคนเดิม เป็นคนเงียบๆ เหมือนเดิม แต่ก็ยังสนุกกับการทำงานอยู่เสมอ ผมรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากวันเก่าๆ เลยครับ"

          ในขณะที่ผู้กำกับ โจซองฮี ก็กล่าวอย่างถ่อมตนแบบที่ ซงจุงกิบอกว่า เขาเองรู้สึกโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงนำทั้ง 4คนนี้ - "ผมคิดว่าผู้กำกับทุกคนในเกาหลีอยากร่วมงานกับพวกเขา เหตุผลที่ผมได้รับโอกาสนี้ก็เพราะว่านักแสดงที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เลือกที่จะมีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับทุกคนครับ"

          นอกจากนักแสดงนำทั้ง 4 คนที่ถือว่าเป็นดาราแถวหน้าของเกาหลีใต้แล้ว ความน่าสนใจของ Space Sweepers ยังไปไกลกว่านั้น เมื่อผู้กำกับ โจซองฮี เลือกให้ ริชาร์ด อาร์มิเทจ นักแสดงฮอลลีวู้ดเจ้าของบทนำจาก The Hobbit มารับบทสำคัญในหนังเรื่องนี้ คือบท ซัลลิแวน ผู้นำของ UTS ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับทั้ง 4 ตัวละครหลัก ซึ่ง ซงจุงกิ เผยว่าครั้งแรกที่ได้ยินว่านักแสดงริชาร์ด อาร์มิเทจจะร่วมแสดงด้วยเขารู้สึกตกใจมาก เพราะแต่ก่อนชอบดูภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit มาก รู้สึกดีมากที่นักแสดงจากหนังใหญ่ขนาดนั้นมาร่วมเล่นหนังเกาหลีด้วย พอได้เริ่มถ่ายทำจริง รู้สึกตกหลุมรักคุณริชาร์ดเลย เขาเป็นคนที่เท่ มีความเป็นสุภาพบุรษแบบอังกฤษ มีเสน่ห์ที่เหลือล้น และในฐานะนักแสดงด้วยกัน รู้สึกว่าเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง รู้สึกเป็นเกียรติและเป็นการถ่ายทำที่สนุกมาก

          นอกจากนี้ซงจุงกิยังเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศความเป็นกันเองในกองถ่ายว่า - “ ริชาร์ดชอบแนงมยอนมากเลยครับ โดยเฉพาะเมื่อใส่กับน้ำส้มสายชู ผมบอกให้เขาเติมน้ำส้มสายชูลงในชาม แล้วเขาก็ประทับใจกับอาหารจานนั้นมาก เขาพูดถึงมันไม่หยุดเลยครับ และเรามีโอกาสได้รับประทานอาหารร่วมกันหลายครั้ง มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่าจดจำสำหรับเขาครับ"

          แม้ว่า Space Sweepers จะเป็นหนังอวกาศที่มีฉากแอ็กชั่นชวนตื่นเต้นและหวือหวา แต่ทุกตัวละครหลักกลับมีมิติ และมีปมที่น่าสนใจมากมาย ซงจุงกิเผยว่า ตอนที่เขาอ่านบทครั้งแรก และพยายามตีความบทแทโฮ เขานึกถึงคำว่าเศร้าโศกสิ้นหวัง เพราะเขาหมดหวังในชีวิต เขายอมแพ้ในทุกสิ่ง ซงจุงกิเล่าต่อว่า - "ในเรื่องนี้แทโฮต้องประสบกับเหตุการณ์หนักๆ หลายอย่าง แต่เขาก็ยังสามารถเรียกสติกลับมาได้ และได้มาพบกับเหล่าลูกเรือคนอื่นๆของยานวิกตอรี่ ผมอยากจะเรียกพวกเขาว่าเป็นพวกนอกคอก แต่พอรวมกันแล้วกลายเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เกิดเป็นความหวังแวบหนึ่ง และเขาก็เริ่มมีความกระตือรือร้นในชีวิตอีกครั้ง ผมคิดว่าเหล่าสมาชิกของยานวิกตอรี่ มีส่วนช่วยให้แทโฮกลับมายืนได้อีกครั้ง ดังนั้นผมจึงพยายามถ่ายทอดความแตกต่างนั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้"

          ด้านคิมแทรีเผยว่า สำหรับเธอแล้ว บทบาทกัปตันจางค่อนข้างแตกต่างจากงานชิ้นก่อนๆ และตัวตนที่แท้จริงของเธอพอสมควร – "หลายๆคนบอกว่าในเรื่องนี้ฉันดูเท่และคูลมาก แต่นั่นไม่ใช่ตัวจริงของฉันเลยค่ะ โดยส่วนตัวฉันคิดว่าฉันออกจะเป็นคนซุ่มซ่าม แต่กัปตันจางเป็นคนที่มุ่งมั่น และสมบูรณ์แบบเสมอกับทุกสิ่งค่ะ" – คิมแทรีบอกว่า นี่เป็นผลงานที่ท้าทายมากๆ ซึ่งเธอตกหลุมรักตัวบทและพอได้เจอกับผู้กำกับก็เป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก - "พอได้ลองทำจริงๆ แล้วยากกว่าที่คิดไว้มากเลยค่ะ ส่วนตัวฉันคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ผ่านมาได้ด้วยดีก็คือ ทีมวิกตอรีของพวกเรา นักแสดงทั้งสามท่านคอยช่วยเหลือฉันตลอด เพราะโควิด-19 ทำให้ดูเหมือนไม่ใกล้ชิดกัน (ในตอนที่สัมภาษณ์ทั้ง4 นั่งห่างกันและต้องมีกระจกใสๆกั้นไว้ด้วย) แต่จริงๆ แล้วบรรยากาศดีมากเลยค่ะ ได้ทำการแสดงในบรรยากาศที่ดีเลยทำให้ผลงานออกมาดีด้วย"

          สำหรับบท ไทเกอร์ พัค ของ ชินซอนกยู แม้ว่าเขาดูเป็นคนที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่มีหัวใจอบอุ่นมาก เป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว รักเด็ก เขาเป็นทั้งวิศวกรที่ดูแลเครื่องยนต์ของยานอวกาศ และยังรับหน้าที่เป็นเหมือนแม่บ้าน ที่คอยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของยานอีกด้วย ซึ่ง ชินซอนกยู เผยถึงความยากในบทนี้สำหรับเขาในฉากถ่ายทำกับเครื่องยนต์ของยานอวกาศ - "ผมต้องไปถ่ายทำในห้องเครื่องของเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเรือจริงๆเลยครับ ทั้งผมและทีมงานทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะถึงแม้เรือจะจอดที่ท่า แต่เครื่องยนต์ก็ยังต้องทำงานอยู่ ซึ่งเสียงดังมากจริงๆ ดังนั้นคุณจะไม่ได้ยินเสียงผู้กำกับตะโกนสั่งเลย ดังนั้นผมต้องพึ่งพาสัญชาตญาณของผมเอง มันท้าทายและยากมากครับ ผมว่าผมน่าจะรับบทหนักที่สุดแล้วแหละ"

          ส่วนตัวละครสำคัญของหุ่นยนต์ บั๊บส์ ของยูแฮจินนั้น เขาเผยว่าตัวละครนี้ไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาทั่วไป เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี แต่เขาไม่ค่อยเข้าใจตัวเลขสักเท่าไหร่ (ฮา) และถึงแม้เขาจะเป็นหุ่นยนต์ แต่เขาก็มีจิตใจที่อบอุ่นเหมือนมนุษย์ และมีทักษะเชี่ยวชาญกับการขว้างหอก - “การรับบทเป็นหุ่นยนต์ ต้องใช้เทคนิคโมชั่นแคปเจอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้จากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเท่านั้น แต่ตอนนี้เราได้เห็นมันในภาพยนตร์เกาหลีแล้ว มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผมเลยครับ ตอนแสดงอยู่หน้ากล้อง ผมอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่ามันปรากฏบนหน้าจอได้อย่างไร"

          การที่ Space Sweepers คือภาพยนตร์อวกาศฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของเกาหลีใต้ แน่นอนว่าขั้นตอนการในการสร้างทุกสเต็ป จะต้องเต็มไปด้วยเรื่องยาก โจซองฮี เผยความรู้สึกนี้ว่า - "ขั้นตอนก่อนถ่ายทำในเรื่องนี้ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้ เราต้องเตรียมตัวหลายอย่างและตอนถ่ายทำเวลาอยู่ในกองถ่าย เราต้องใช้จินตนาการเยอะมาก เรื่องนี้เป็นผลงานที่มีความท้าทายและผมรู้สึกตื่นเต้นว่าผลงานที่เสร็จเรียบร้อยจะออกมาเป็นยังไงครับ" – เช่นเดียวกับนางเอก คิมแทรี ที่เสริมผู้กำกับทันทีว่า - "ตามที่ผู้กำกับได้พูดก่อนหน้านี้คือพวกเราต้องใช้จินตนาการในการแสดงค่อนข้างมาก พวกเราจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและถามผู้กำกับตลอดว่าอยากให้แสดงออกมาเป็นยังไงค่ะ" – ความยากที่สุดในการถ่ายทำเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น ยูแฮจิน เพราะเขาต้องรับบทเป็นหุ่นยนต์ โดยเจ้าตัวได้เผยว่า - "ปกติเวลาถ่ายหนังทั่วไป เราจะมอนิเตอร์เช็คกัน แต่สำหรับผมไม่จำเป็นต้องมอนิเตอร์เลย เพราะว่าเป็นภาพ CG ที่จะออกไปแทนตัวผม ผมเองก็เลยรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นยังไง พอได้ดูตัวผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าน่ารักและทำออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นโมชั่นหรือเสียงของผม ทีมงานเอาไปแปลงออกมาได้ดีมาก ผลงานออกมาน่าพึงพอใจกว่าที่ผมคาดไว้ครับ"

          แน่นอนว่าการที่ Space Sweepers ขึ้นแท่นหนังอวกาศเรื่องแรกของเกาหลีนั้น ย่อมสร้างความกดดันให้กับผู้กำกับ ทีมงาน รวมถึงนักแสดงอยู่ไม่น้อย ซงจุงกิ บอกกับเราว่า ตอนที่เขาอ่านบทครั้งแรกรู้สึกว่าได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง มันทำให้เขานึกถึงตอนที่ได้ดูภาพยนตร์แนวผจญภัยในตอนเด็กๆอย่าง The Goonies ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัยเช่นกัน โดยมีเรื่องราวเกิดขึ้นนอกอวกาศ ซึ่งคิมแทรี เสริมต่อว่า นี่เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้นึกถึงภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เราคุ้นเคย - "ฉันมักจะคิดเสมอว่าภาพยนตร์ไซไฟอวกาศเรื่องแรกของเกาหลีที่สร้างโดยคนเกาหลีจะเป็นยังไง หลังจากแสดงเรื่องนี้ฉันคิดว่าเรื่องนี้มีความเป็นเกาหลีมากค่ะ ฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเป็นผลงานที่พวกเราตั้งใจทุ่มเททำงาน" – เช่นเดียวกับ ชินซอนกยู ที่บอกว่ารู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ เขารู้สึกราวกับว่าเล่นภาพยนตร์เพื่อชาติเลย

          และเมื่อ Space Sweepers คือก้าวแรกของวงการภาพยนตร์เกาหลี สำหรับหนังใน Genre อวกาศ เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะมีผู้กำกับท่านอื่นๆ รอเดินตามรอยและสร้างหนังอวกาศอีกมากมาย ซึ่งผู้กำกับ โจซองฮีก็ขอเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา โดยโจซองฮี เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า - “ตอนที่วางแผนทำเรื่องนี้ก็มีหนังเรื่องอื่นที่มีฉากเป็นอวกาศวางแผนอยู่เหมือนกัน และก็มีหลายเรื่องที่ถ่ายทำอยู่ในตอนนี้ด้วย ผมเชื่ออย่างไม่กังขาเลยว่าหนังจะต้องออกมาอย่างยอดเยี่ยม และอยากดูเร็ว ๆ แล้ว ผมคิดว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่เกาหลีแต่ทั้งเอเชียกำลังอยู่ในช่วงขยายแนวของทั้งภาพยนตร์และละคร ผมรอดูความหลากหลายของผลงานจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียด้วยเช่นกันครับ"

          สำหรับ Space Sweepers หรือ ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล จะปล่อยให้ผู้ชมทั้งโลกได้ชมกันผ่านทาง Netflix ในวันศุกร์ที่ 5กุมภาพันธ์นี้ โดยทีมนักแสดงนำได้ฝากหนังเรื่องนี้กับแฟนๆชาวไทย ว่าห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เริ่มจาก ยูแฮจินที่เผยว่า - "นี่เป็นหนังที่เราตั้งใจและใช้เวลาทำนานมาก การถ่ายทำก็ใช้เวลานาน แต่ในส่วนของ Post-Production ผู้กำกับและฝ่ายเทคนิคก็ทุ่มเทกันมาก ทำออกมาอย่างสนุกและเท่ หวังว่าจะรักหนังของพวกเรากันนะครับ ขอบคุณครับ" ด้าน ชินซอนกยู เสริมว่า “Space Sweepers เป็นหนังที่น่าตื่นตาและน่ารักมากกำลังจะเปิดตัวในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้แล้วครับ ฝากทุกคนช่วยชมหนังเรื่องนี้กันด้วย หวังว่าทุกคนจะได้รับความสนุกและความสุขไปครับ"

          ฟากของคิมแทรีกล่าวอย่างผูกพันว่า - "ฉันเคยอยู่ประเทศไทยประมาณ 1 เดือน เลยเป็นสถานที่ที่มีความหมายสำหรับฉันมากค่ะ รู้สึกดีใจที่หนังของเราจะได้ไปพบกับทุกคนผ่านทาง Netflix คิดว่าเป็นหนังที่เหมาะกับการรับชมพร้อมกับครอบครัวมากค่ะ หวังว่าทุกคนจะชมหนังเรื่องนี้อยากสนุกกันค่ะ" – ก่อนที่ ซงจุงกิ จะปิดท้ายว่า - “เวลาผมได้พักทีไร ก็อยากจะไปกรุงเทพฯ เสมอเลย เป็นสถานที่ที่ผมชอบมากครับ แต่ด้วยสถานการณ์ทั่วโลกตอนนี้ทำให้ไปไม่ได้ รู้สึกเสียดายมาก ผมรู้สึกผิดด้วยซ้ำที่จะถามว่าทุกคนสบายดีไหม เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าที่ไทยเป็นยังไงบ้าง อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และหวังว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นความสุขเล็ก ๆ ให้กับทุกคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ ถึงแม้จะแค่ 2 ชั่วโมงก็ตามครับ ขอบคุณครับ"

          ก่อนจะลาจากกันไป ผู้เขียนได้มีโอกาสถามเหล่านักแสดงของ Space Sweepers ว่าก่อนหน้านี้ พวกเขามีหนังอวกาศเรื่องไหนที่อยู่ในดวงใจและจดจำไม่รู้ลืมบ้าง ชินซอนกยู เผยว่า เขาชอบ Guardians of the Galaxy มากๆ เช่นเดียวกับ คิมแทรี ที่สมทบว่าเธอก็เคยดู Guardians of the Galaxy เหมือนกัน แต่ที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้นGravity หนังอวกาศเรื่องเยี่ยมของ อัลฟอนโซ คัวรอน ส่วน ซงจุงกิ บอกว่าชอบ Arrival ของผู้กำกับ เดอนีส์ วิลเนิร์ฟ ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นหนังอวกาศได้ไหม ซงจุงกิเผยว่าเขาดูแล้วร้องไห้หนักมาก เป็นหนังไซไฟเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก สนุกมากเลย เช่นเดียวกับ ยูแฮจิน ที่ก็ชอบ Arrival เหมือนกัน แล้วก็ชอบ Mars ด้วย

          Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล มีโปรแกรมเข้าฉายพร้อมกันทั่วโลก 5 กุมภาพันธ์นี้ เฉพาะใน NETFLIXเท่านั้น

          สัมภาษณ์บางส่วนและเรียบเรียงโดย GOSSIPGUN

          อัปเดตหนังและซีรีส์ใหม่ทุกวันพฤหัสบดี 09:30 น. ในรายการแฉข่าวเช้า ทาง EFM94

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM