HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          หลังจากความสำเร็จของ Resident Evil ที่ออกฉายยาวนานถึง 6 ภาค ในที่สุดผู้กำกับ พอล ดับเบิ้ลยูเอส แอนเดอร์สัน ก็กลับมาพร้อมกับผลงานใหม่ที่สร้างจากวีดีโอเกมส์เช่นเคย และดึงเอานางเอกอย่าง มิลล่า โจโววิช กลับมารับบทนำ (ซึ่งเธอคือภรรยาในชีวิตจริงของพอล) กับโปรเจกต์ Monster Hunter ที่สร้างจากวีดีโอเกมส์ซึ่งพอลชื่นชอบมาก เขาเล่นครั้งแรกตอนอยู่ญี่ปุ่นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน สิ่งที่เขาชื่นชอบในเกมนี้และอยากนำมาสร้างเป็นหนัง คืองานภูมิทัศน์ในเกมที่สวยมาก เหมาะกับการหยิบมาเป็นหนัง และในเกมเองก็ไม่ได้มีเส้นเรื่องเท่าไหร่ ทำให้พอลสามารถสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ได้อย่างเต็มที่ โดยนอกจากมิลล่าแล้ว หนังยังได้พระเอกหนังบู๊อันดับ 1 ของไทยอย่าง จา พนม มารับบทนำ ประกบกับ มิลล่า โจโววิช เลยทีเดียว

          หนังเล่าเรื่องราวของ กัปตันอาร์เทมิส (รับบทโดย มิลล่า โจโววิช) หัวหน้ากองกำลังนานาชาติของยูเอ็น ที่เจอกับพายุขนาดยักษ์กลางทะเลทราย ทำให้เธอและทีมพลัดหลงเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด ไซส์ขนาดยักษ์ที่ไม่เคยพบเห็นในโลกมนุษย์มาก่อน พวกเขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อหาทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ และในขณะที่พวกเขาตระเวนไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอกับชายปริศนา (ที่รับบทโดย จา พนม) นักล่าที่ผลัดหลงกับฝูงของเขา ซึ่งพยายามสอนให้ อาร์เทมิส เอาตัวรอดในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด และหาทางป้องกันบางอย่างที่อาจทำให้โลกมอนสเตอร์ และโลกมนุษย์ธรรมดาของเราต้องถึงกาลอวสาน

          เชื่อว่าถ้าใครชื่นชอบหนังสไตล์ Resident Evil น่าจะชอบเรื่องนี้ เพราะมีกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกันมาก มันคือหนังแอ็กชั่นแบบNon-Stop ที่อัดแน่นไปด้วยฉากต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงตอนจบ ใครที่ชื่นชอบความมันส์น่าจะชอบ เพียงแค่เปลี่ยนจากซอมบี้ในผีชีวะ มาเป็นเหล่าสัตว์ประหลาดในหนังเรื่องนี้ ข้อดีมากๆ สำหรับ Monster Hunter คือหนังเดินเรื่องไว หนังไม่เสียเวลาในการปูเรื่องอะไรมากนัก กระโจนเข้าสู่โลกแห่งมอนสเตอร์ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้แฟนๆที่กระหายอยากเห็นสัตว์ประหลาดเยอะๆในหนังเรื่องนี้ น่าจะสมใจอยากอยู่ไม่น้อย มีเพียงช่วงกลางเรื่อยที่แอบแผ่วนิดหน่อย แต่เมื่อถึงช่วงครึ่งหลังก็บู๊กันแบบไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง

          มิลล่า โจโววิช ยังคงมีเสน่ห์ในฐานะนางเอกหนังบู๊เหมือนเดิม แม้ว่าคาแร็คเตอร์ของเธอ ดูจะไม่ต่างจากอลิซ ใน Resident Evil มากนัก แต่ก็สามารถทำให้เราลุ้น เราเอาใจช่วยเธอไปได้ตลอด ส่วนเคมีระหว่าง มิลล่า กับ จา พนม ดูจะเป็นส่วนผสมที่แปลกๆดี ดูแตกต่างกันมาก แต่ก็แอบมีมุมที่ลงตัวเบาๆ มุมน่ารัก จากความต่าง จากความสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็มีอะไรให้อมยิ้มได้อยู่ ส่วนแฟนๆของ จา พนม ก็จะได้เห็นเขาทำอะไรที่ต่างจากเดิมบ้าง เพราะปกติจะเน้นต่อสู้กับมนุษย์จริงๆเป็นหลัก แต่เรื่องนี้ต้องมาสู้กับสัตว์ประหลาด ถ้าใครอยากเห็นบู๊แบบหนักๆ แบบใน องค์บาก หรือต้มยำกุ้ง อาจจะไม่มากเท่านั้น แต่ก็ดูได้ดูอะไรที่แปลกไปอีกแบบแทน

          สิ่งหนึ่งที่เซอร์ไพรสมากๆระหว่างดู Monster Hunter และไม่ได้คาดหวังมาก่อน คืองานภาพ หนังเรื่องนี้สามารถถ่ายภาพแลนด์สเคป วิวทิวทัศน์ออกมาได้สวยสุดๆ ต้องขอบคุณผู้กำกับ ที่ใช้เวลานานกว่า 6 เดือนในการหาสถานที่ถ่ายทำ เพราะเขาอยากจะถ่ายฉากต่อสู้ในสถานที่จริงให้มากที่สุด แม้จะต้องเดินทางไปไกล ความทุ่มเทมันถูกฉายออกมาให้เห็นบนจอภาพยนตร์ ภาพของทะเลทราย ของเขาหินต่างๆ สวยแปลกตา ถ้าใครมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ในระบบ IMAX น่าจะฟินอยู่ไม่น้อย

          โดยรวม Monster Hunter ก็คล้ายๆกับจะเป็นร่างอวตารของ Resident Evil ที่เปลี่ยนจากซอมบี้เป็นสัตว์ประหลาด เปลี่ยนโลเคชั่นมืดๆให้สว่างกว้างสุดลูกหูลูกตา ใครที่ฟินกับหนังแอ็กชั่นแบบต่อสู้ไม่หยุด สัตว์ประหลาดเยอะๆน่าจะชอบ ส่วนถ้าใครหวังจะมาดูเส้นเรื่องอะไรที่มากมาย อาจจะไม่ใช่นัก ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหนังแอ็กชั่นแฟนตาซีที่ไม่ซับซ้อน ที่ดูผ่อนคลายได้เพลินๆช่วงส่งท้ายปี

(ให้ 7.5 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM