HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ อ้าย..คนหล่อลวง กลายเป็นหนังไทยเรื่องเดียวของปีนี้จากค่าย GDH แต่ก็ถือว่ามาได้อย่างถูกช่วงเวลา ในขณะที่คนไทยกำลังต้องการหนังบันเทิงซักเรื่อง มาเบี่ยงเบนความสนใจจากสถานการณ์รอบตัวที่ค่อนข้างตึงเครียด หนังถือว่าสามารถทำหน้าที่นั้นได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งการันตีจากเครดิตของผู้กำกับ เมษ ธราธร ที่สะสมชั้นเชิงในการปล่อยจังหวะมุกมาจากผลงานชิ้นก่อนๆ ที่คอหนังไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง ไอฟาย แต้งกิ้ว เลิฟยู้, ATM เออรัก เออเร่อ และบ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้ซึ่งจุดเด่นสุดของ อ้าย..คนหล่อลวง ไม่ใช่แค่การปล่อยมุกตลกแบบร่ายเรี่ยไปตามทาง แต่เกิดจากสถานการณ์ที่หนังสร้างขึ้นมาจนชวนหัว และสร้างเสียงหัวเราะแบบไม่หยุดยั้ง

          หลังจาก ญาญ่า โฉบมาร่วมงานกับ GDH ไปแล้วใน น้องพี่ที่รัก จนขึ้นแท่นนางเอกร้อยล้าน ล่าสุดถึงคิวนักแสดงคู่ขวัญอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ กันมาบ้าง ที่ถึงคิวมาร่วมงานกับค่ายหนังอารมณ์ แต่มาคราวนี้พลิกโฉมจากบทพระเอกจ๋าๆ มาเป็นคนหล่อแต่กลับทำอาชีพเป็นนักต้มตุ๋น คอยหลอกลวงชาวบ้านชาวช่องเพื่อหารายได้ จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับ อีนา รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ที่กลับมาร่วมงานกับ จีดีเอช หลังจาก Friend Zone เมื่อต้นปีที่แล้ว พนักงานบริษัทเงินกู้ ที่หนี้ท่วมหัว เพราะถูกแฟนเด็กหลอกเอาเงินไปกว่าห้าแสน เธอจึงตัดสินใจให้ ทาวเวอร์ (ชื่อตัวละครของณเดชน์เข้ามาวางแผนการหลอกเอาเงินคืนมาจากอดีตแฟนเด็กของเธอ ซึ่งรับบทโดย แบงค์ ธิติ ซึ่งนี่คือการกลับมาขึ้นจอใหญ่ครั้งแรกในรอบ ปีของแบงค์หลังจาก เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ นอกจากนี้หนังยังได้ พี่แหม่ม คัทลียา มาเล่นหนังเป็นครั้งแรกในชีวิต ในบทครูที่หนี้ท่วมหัวจนต้องมาร่วมทีมแก๊งต้มตุ๋นกับคู่พระนาง และได้ เผือก พงศธร นักแสดงจอมขโมยซีน มารับบท โจร (ก็ในเรื่องเค้าบอกว่า โจรแบบขโมยนี่แหละพี่ชายของณเดชน์ที่คลานตามกันออกมาจากคุก

          สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนค่อนข้างกังวลก่อนไปดู คือตัวอย่างหนังที่ไม่ค่อยทำงานกับเราเท่าไหร่นัก มีเพียงฉากแถมตอนท้ายตัวอย่าง ที่มีตัวละครของ เต๋อ ฉันทวิชช์ ที่เราขำหนักๆ แค่ฉากเดียว แต่สิ่งที่ปรากฏระหว่างดูหนังตลอด ชั่วโมงเต็ม คือความบันเทิงแบบไม่อั้น อ้าย..คนหล่อลวง คือหนังที่สนุกมากเรื่องหนึ่งเลย และในบรรดาผลงานของ เมษ ธราธร ส่วนตัวชอบมากที่สุด รองจาก บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อนฯ เพียงแค่เรื่องเดียว เหตุผลที่ตัวอย่างอาจจะไม่ทำงานมากนัก เป็นเพราะไฮไลต์ความสนุกจริงๆ ของหนัง ไม่ใช่มุกที่ปล่อยไปตามทางแล้วตัดมาไว้ในตัวอย่าง แต่คือสถานการณ์การหลอกหลวงที่อยู่ในหนัง ที่ทั้งสนุก ทั้งลุ้น และตลกไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมันไม่สามารถยกมาไว้ในตัวอย่างได้ เพราะต้องอาศัยการปู การตบ การขยี้ แล้วไหลไปตามเส้นเรื่อง ซึ่งทุกครั้งที่มีฉากการต้มตุ๋นใหญ่ๆ หนังทำได้ดีมากๆ ยิ่งคนที่ชอบหนังสไตล์ Ocean's Eleven, Now You See Me ที่มีตัวละครแปลกๆมารวมตัวกัน วางแผนหลอกลวงคน น่าจะชอบกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นหนังไทยทำกันเท่าไหร่นัก

          จุดเด่นมากๆอีกส่วนของ อ้าย..คนหล่อลวง คงหนีไม่พ้นเคมีของทีมนักแสดงที่เข้าขากันอย่างลงตัว และทุกคนดูมาเล่นเรื่องนี้ด้วยความสนุก ความผ่อนคลาย สามารถกระโดดเข้าไปสู่คาแร็คเตอร์ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก เริ่มจาก ณเดชน์ ที่ดูสนุกกับการรับบททาวเวอร์ ตัวละครจอมหลอกลวงที่เปิดโอกาสให้ณเดชน์ได้เล่นบทที่สบายๆ แต่ความหล่อยังคงจัดเต็ม ต้องยอมรับว่าตลอด 120 นาที ทุกครั้งที่ณเดชน์ปรากฏตัวบนจอ เราแทบจะละสายตาไปไม่ได้เลย ส่วนใบเฟิร์นนั้น บทนี้ดูจะใกล้เคียงกับตัวจริงมากที่สุด บทของผู้หญิงรั่วๆ บ้าๆ บอๆ แต่ก็มีเสน่ห์ ใบเฟิร์นเอาอยู่ทั้งฉากตลก ฉากน่ารักๆ รวมไปถึงฉากดราม่าน้ำตาแตกก็แสดงได้อย่างอยู่หมัด ส่วนทีมสมทบทั้งแบงค์ และพี่แหม่ม ก็สร้างสีสันได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งหมดทั้งมวล สองคนที่เอาซีนไปครอง คือ เผือก พงศธร และ เต๋อ ฉันทวิชช์ สำหรับพี่เผือก ถ้าเอาผลงานของแกทั้งหมดมาเรียง อาจกล่าวได้ว่าหนังเรื่องนี้เล่นได้เพี้ยนสุด และตลกมากที่สุด เวลาบนจอหนังตัวละครนี้อาจไม่เยอะเท่า คนแรก แต่ทุกครั้งคือฮาหมด จังหวะการปูมุกและขยี้ในแต่ละอัน เวิร์กมากๆ โดยเฉพาะมุกประเภทสับขาหลอก ในขณะที่เต๋อ ในบทรับเชิญผู้จัดการโรงแรมน้ำลายกระเด็น ปรากฏตัวมากกว่าในตัวอย่างเยอะอยู่ แม้มุกนี้อาจจะสุ่มเสี่ยงถ้าคนไม่ชอบก็เกลียด แต่ต้องยอมรับว่าเวิร์กจริงๆ และชอบความขยี้ของผู้กำกับ ที่ขยี้แล้วขยี้อีก ถ้าใครฮาก็จะฮาหนักไปเลย

          อีกส่วนที่ อ้าย..คนหล่อลวง ทำได้ดีคือ งานโปรดักชั่น ภาพรวมทำได้ดีระดับมาตรฐานทั้งหมด ถ้าสังเกตให้ดี แต่ละฉากแอบสวยอยู่ไม่น้อย มีการกำหนดโทนสีที่วางแผนมาแล้ว ไม่ได้ถ่ายอะไรมาก็ได้แบบหนังตลกหลายๆ เรื่อง ด้านของเพลงโดยเฉพาะเพลงหลักของแบมแบม ก็ติดหู ทันสมัย และเข้ากับหนังอย่างมาก อีกส่วนที่แอบกังวลก่อนไปดู และเป็นปัญหาในหนังเบาสมองของ GDH หลายๆเรื่อง คือช่วงบทสรุป ซึ่งสำหรับ อ้าย..คนหล่อลวง มีจังหวะดราม่า จังหวะอบอุ่น ที่ค่อนข้างลงตัว ถือเป็นหนังที่เล่าเรื่องและตัดต่อออกมาได้กลมกล่อม เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว

          สรุปแล้ว อ้าย..คนหล่อลวง เป็นหนังบันเทิงที่ทำออกมาได้สนุกครบรสมากๆ ด้วยเส้นเรื่องที่สนุกมากอยู่แล้ว บวกกับเคมีของนักแสดงที่เข้ากันยกทีม งานสร้างระดับมาตรฐานของทางค่าย ใครที่กำลังมองหาหนังคลายเครียด ขอเชียร์เรื่องนี้ รับประกันความฮาอย่างแน่นอน

 

(ให้ คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM