HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติของประเทศจีน มีภาพยนตร์ฟอร์มดีเข้าฉายมากมาย และต่างกวาดรายได้อย่างงดงาม หนึ่งในนั้นคือ Leap ภาพยนตร์ดรามา ผลงานชิ้นล่าสุดของผู้กำกับฝีมือเยี่ยม ปีเตอร์ ชาน (จาก Comrades : Almost A Love Story และ The Warlords) ซึ่งทำรายได้ไปมากกว่า 100 ล้านเหรียญฯในจีน ที่หยิบเอาเรื่องจริงของทีมชาติวอลเลย์บอลหญิงของจีน มาขึ้นจอใหญ่ ถ่ายทอดผ่านช่วงระยะเวลาถึง 40 ปี โดยมีตัวละครสำคัญคือ หลาง ผิง เธอคือหนึ่งในนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมสุดของจีน และทำสถิติเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ชนะเหรียญทองโอลิมปิก จากทั้งในฐานะนักกีฬา (สมัยที่เธอยังวัยเยาว์) และในฐานะโค้ช (ในยุคปัจจุบัน) แต่เส้นทางของเธอนั้นไม่ง่าย กว่าจะเอาชนะในฐานะนักกีฬา หลังจากนั้นเธอได้ย้ายไปอยู่ที่อเมริกา และกลายเป็นโค้ชของทีมชาติอเมริกา ทำให้ถูกคนจีนดูหมิ่น ก่อนจะกลับมาคุมทีมจีน ในช่วงเวลาที่ทีมอ่อนแอที่สุด ผลลัพภ์ออกมาไม่สู้ดีนัก เธอทำอย่างไรถึงจะพาทีมกลายเป็นแชมป์โลกได้ คงต้องมาติดตามกัน โดยหนังได้ กงลี่ จาก Curse of the Golden Flower และ Mulan มารับบท หลาง ผิง ในวัยผู้ใหญ่ และความพีคกว่าคือการได้ บาย ผิง ลูกสาวตัวจริงของ หลางผิง มารับบทเป็นคุณแม่ในสมัยเด็กๆ

          คงจะไม่เกินจริงนัก ถ้าจะกล่าวว่า Leap คือหนังกีฬาที่ลงตัวและสนุกที่สุดในรอบหลายปีเลย หนังไม่เสียเวลาในการปูเรื่องมากนัก เริ่มต้นมาไม่ถึง 10 นาทีก็เข้าสู่โหมดบีบอารมณ์กันเลยทีเดียว เมื่อตัวละครหลางผิง ถูกกดดันอย่างหนักจากโค้ช เนื่องจากฝีมือเธอยังไม่เท่าเทียมกับเพื่อนร่วมทีม ก่อนที่หนังจะพาเราตามตัวละครพวกเธอ ไปยังการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับหนังกีฬาหลายๆเรื่อง Leap สามารถถ่ายทำฉากการแข่งขันออกมาได้อย่างสมจริง และตัดต่อได้อย่างเร้าอารมณ์ แม้ว่าหลายๆ ครั้ง เราจะพอรู้ผลอยู่แล้ว ว่าทีมจะชนะหรือแพ้ แต่ก็ยังสามารถบีบอารมณ์ผู้ชมได้อยู่ ก่อนที่หนังจะแอบแผ่วในช่วงกลางเล็กน้อย หลังจากหนังข้ามเวลามาเล่าในยุคปัจจุบันที่หลางผิง กลายเป็นโค้ชของทีมวอลเลย์บอลอเมริกา และกำลังจะกลับมาคุมทีมชาติจีน ในจุดนี้เองเหมือนผู้ชมจะต้องทำความรู้จักกับตัวละครอื่นๆ กันใหม่ เหมือนกราฟที่ขึ้นไปจุดสูงสุด ต้องเริ่มมาบิ้วใหม่อีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็สามารถบิ้วได้สำเร็จ เหมือนหนังมีบทสรุปหรือจุดพีคสองรอบด้วยกัน (ถ้าตัดแบ่งตรงกลาง ก็จะดูเหมือนหนังสองภาคแบบทันที)

          ในแง่ของงานโปรดักชั่น Leap ทำได้อย่างดี โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พาผู้ชมย้อนกลับไปสมัยยุค 80 เราได้เห็นงานภาพฉากต่างๆที่ดูมีเสน่ห์ พอตัดมาที่จีนยุคปัจจุบันก็ดูทันสมัย ในแง่ของการแสดงนั้น หลักๆ หลายคนคงรอคอยการปรากฏตัวของ กงลี่ (ที่กว่าจะมาเต็มๆ ก็ครึ่งหลังแล้ว) ด้วยรูปลักษณ์การเป็นโค้ชวอลเลย์บอล อาจจะไม่ได้เห็นเธอแต่งสวยเหมือนเรื่องอื่น ทำให้เราได้สัมผัสอินเนอร์จากภายในแบบเต็มๆ ในฉากที่เธอต้องเผชิญกับตัวละครชายมากมายรอบด้าน เธอก็สามารถปล่อยพลังความน่าเกรงขามได้อย่างอยู่หมัด แต่ที่เซอร์ไพรส์มากๆ คือเหล่านักกีฬาตัวจริงที่มารับบทในหนัง เริ่มจาก บทหลางผิงในวัยเยาว์ที่ได้ลูกสาวแท้ๆ มาเล่น ตอนแรกยังนึกชมเลยว่าคนนี้เก่งเหมือนนักกีฬาจริงๆ เพิ่งมารูปภายหลังว่าคือลูกสาวแท้ๆ ก็ถึงบางอ้อ เข้าใจเลยว่าทำไมฉากแข่งขัน ลักษณะท่าทางจึงได้สมจริงขนาดนี้ ยิ่งในช่วงครึ่งหลังที่เล่าถึงการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อ 4 ปีก่อนที่ปักกิ่ง บทของนักกีฬาทีมชาติแต่ละคนดูสมจริงจัง ปรากฏว่า บุคคลเหล่านี้คือนักกีฬาจริงๆ ที่มีเล่น ถ้าไม่บอกก่อนก็ไม่รู้เลย พวกเธอสามารถถ่ายทอดทั้งฉากในสนามและฉากอารมณ์ได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง

          อีกประเด็นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือในแง่การบิ้วอารมณ์ความรักชาติ สร้างความสามัคคีให้คนเป็นปึกแผ่น เป็นอีกครั้งที่หนังกีฬาสามารถใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างดี ถ้าเป็นคนจีนดูเชื่อว่าสร้างความหึกเหิมได้อย่างสุดๆ อย่างแน่นอน ตามแบบที่ผู้นำต้องการ ซึ่งเป็นปกติของหนังจีนที่จำเป็นต้องสอดแทรกเรื่องประเด็นรักชาติอยู่แล้ว ทำให้นึกถึง Dangal หนังกีฬามวยปล้ำที่ทำเงินถล่มทลายที่อินเดีย ซึ่งสามารถปลุกความรักชาติได้ดีเยี่ยมเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากที่บรรเลงเพลงชาติ (ซึ่งใน Leap มีถึงสองรอบเลยทีเดียว) แต่เมื่อมาฉายในไทย ด้วยบริบทของประเทศที่ต่างกัน ก็อาจจะมีขัดเขินบ้างเล็กน้อย

          โดยรวม Leap ถือเป็นหนังกีฬาที่สนุก เร้าอารมณ์ และสร้างความหึกเหิมอย่างมาก มาพร้อมกับประเด็นเรื่องของการเอาชนะ ทั้งอุปสรรคในตัวเองและจากปัจจัยรอบด้าน แม้ผู้ชมที่ไม่สันทัดในการดูหรือแข่งขันวอลเลย์บอล ก็สามารถสนุกไปกับหนังได้ ถ้ากำลังมองหาหนังดีๆ สักเรื่อง ก็ไม่อยากให้มองข้าม Leap รับประกันว่าสามารถตรึงอารมณ์ได้ตั้งแต่ฉากแรกๆ เลยทีเดียว

(ให้ 8.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน) 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM