HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          แม้แต่เฉินหลงก็ยังต้องหลบให้โควิด-19 โดยภาพยนตร์แอ็กชั่นฟอร์มยักษ์ ผลงานล่าสุดของซูเปอร์สตาร์นักบู๊เรื่องนี้ เดิมทีมีโปรแกรมเข้าฉายในวันตรุษจีน แต่เพียงแค่ 3 วันก่อนเข้าฉายกลับต้องยกเลิกโปรแกรมแบบกะทันหัน เพราะโควิด-19 กำลังเริ่มระบาดหนักในจีน ทำให้โปรแกรมเมื่อปลายเดือนมกราคม ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยายทั่วโลก จนกระทั่งสัปดาห์นี้ สถานการณ์ในจีนแทบจะกลับมาเป็นปกติแล้ว Vanguard จึงได้โปรแกรมเข้าฉายเสียที ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ซะเลย โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ระหว่างเฉินหลงกับผู้กำกับอีกคนที่ร่วมงานบ่อยครั้ง นั่นคือ สแตนลี่ย์ ตง ที่เคยกำกับ Police Story 3-4, The Myth และ Kung Fu Yoga มาแล้ว จึงไม่แปลกหนัก ถ้า Vanguard จะมีรสชาติความสนุกครบรส เช่นเดียวกับหนังเฉินหลงยุคก่อนๆ ที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบ

          หนังเล่าเรื่องราวของหน่วยแวนการ์ด องค์กรคุ้มกันความปลอดภัยสำหรับแขกระดับวีไอพี โดยมีเฉินหลงรับบทเป็นหัวหน้าทีม โดยภารกิจล่าสุดของพวกเขา คือการคุ้มกันชีวิตของนักธุรกิจชาวจีนรุ่นใหญ่ในลอนดอน หลังจากที่เขาถูกหมายหัวจากคนร้าย ที่ทราบว่าชายคนนี้ทราบที่ซ่อนเงินกว่า 20 ล้านเหรียญฯ ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมา โดยปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มยืดยาวเมื่อคนร้ายเริ่มพุ่งเป้าไปที่ลูกสาวของนักธุรกิจที่อยู่กลางป่าในแอฟริกา นำไปสู่การผจญภัยแบบข้ามทวีป ตามสไตล์หนังเฉินหลงหลายๆ เรื่อง

          อย่างที่เกริ่นไป Vanguard ให้อารมณ์คล้ายคลึงกับหนังเฉินหลงระดับท็อป หนังของเขามักจะไม่เน้นพล็อตที่ซับซ้อน แต่เน้นโชว์ฉากแอ็กชั่นเสี่ยงตายแบบเล่นเอง มีความเว่อร์นิดๆ ให้อารมณ์มันส์ปนกับฮากันไป ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้น เป็นหนังแอ็กชั่นแบบไม่โหดจนเกินไป สามารถดูได้ทั้งครอบครัวแบบทุกเพศทุกวัย แต่ที่เพิ่มเข้ามาในหนังเรื่องนี้ คือความไฮเทค ที่บางฉากดูแล้วชวนนึกไปถึง Mission: Impossible บางฉากก็เว่อร์ซะเหลือเกิน จนแอบคิดถึง Fast & Furious แต่ที่จับสังเกตได้แบบชัดเจนคือ แม้หนังจะมีฉากแอ็กชั่นจำนวนมาก แต่ตัวเฉินหลงเองมีส่วนร่วมในฉากบู๊น้อยลง เน้นให้น้องๆนักแสดงรุ่นใหม่โชว์ศักยภาพมากกว่า อาจจะเป็นการเซฟตัวเองที่อายุเริ่มเพิ่มมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม แม้แกจะบู๊เองน้อยลง แต่โดยรวมหนังก็ยังมันส์เหมือนเดิม

          อีกหนึ่งเสน่ห์ที่เห็นชัดเจนในหนังของเฉินหลงเรื่องนี้ คือโลเคชั่นที่หลากหลาย เราจะได้เห็นภาพเมืองที่คุ้นเคยอย่างลอนดอน มีการไล่ล่ากลางป่าแอฟริกาที่แปลกตาออกไป มีฉากไล่ล่าในเมืองสุดหรูอย่างดูไป ไปจนถึงฉากแอ็กชั่นที่ถ่ายทำในป้อมปราการเก่าแก่ ทำให้ไม่รู้สึกซ้ำทางเท่าไรนัก รวมถึงทีมนักแสดง ที่นอกจากเฉินหลงแล้ว สมาชิกในทีมของเขาล้วนมีเสน่ห์แบบยกทีม โดยเฉพาะหยางหยาง ที่ถ้าใครไม่รู้จักมาก่อน มีสิทธิมาเทใจให้จากการดูเรื่องนี้อย่างแน่นอน

         อย่างไรก็ตาม Vanguard ก็ยังมีปัญหาที่เห็นชัดเจนหลายจุด โดยเฉพาะการเชื่อมระหว่างฉากที่ผู้สร้างเลือกใช้การเฟดดำตลอดเวลา จนแอบรู้สึกขัดอารมณ์ ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในเนื้อหนัง รวมไปถึงการเลือกฉายในเสียงภาษาอังกฤษของค่ายหนังในไทย ทั้งๆที่เป็นหนังสัญชาติจีน ทำให้แอบรู้สึกขัดอารมณ์เบาๆ เวลาชม เพราะตัวละครพูดภาษาอังกฤษ ถูกพากย์ทับแบบไม่เนียนเท่าไหร่นัก และเหมือนจะไม่ได้เข้าฉายแบบเสียงจีนด้วย เลยอยากแนะนำว่าถ้าจะไปดูเรื่องนี้กันในโรง แนะนำว่าดูเสียงไทยอาจจะราบรื่นมากยิ่งกว่า

          สรุปแล้ว Vanguard ถือเป็นหนังแอ็กชั่นเบาสมองสไตล์เฉินหลงที่บันเทิงมากๆ และดูเพลินมากๆ เรื่องหนึ่ง หนังมาพร้อมกับทีมนักแสดงนำที่มีเสน่ห์มาก ฉากบู๊แต่ละฉากก็สนุกตื่นตาและแอบเว่อร์เบาๆ หนังมีโลเคชั่นที่หลากหลายไม่จำเจ ถ้าใครกำลังหาหนังมันส์ๆ แบบดูได้ทั้งบ้านทั้งครอบครัว เรื่องนี้ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว

(ให้ 8 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM