HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       "เอาจริงๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะแนะนำอะไรกับพวกเขาดี เพราะฉันเองก็ยังค้นหาตัวตนของฉันอยู่เลย แต่แค่อยากจะบอกให้ยึดมั่นและจริงใจกับตัวเองให้มากที่สุด เพราะพวกเรามีแค่ชีวิตเดียวเท่านั้น"

       Millie Bobby Brown - นักแสดงสาวน้อยวัย 16 ปี ขวัญใจคอซีรีส์ทั่วโลกจากบทนำใน Stranger Things ทาง Netflix กล่าวอย่างถ่อมตัว เมื่อถูกถามถึงคำแนะนำเรื่องการใช้ชีวิตกับแฟนๆของเธอ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า ซึ่งหลายคนยกให้เธอเป็นไอดอล เธอบอกว่าตัวเธอเองก็เป็นเพียงคนทั่วไป ไม่ใช่คนที่เพอร์เฟคในแง่มุมใดก็ตาม และไม่เคยเลยที่จะเคลมเช่นนั้น มิลลี่บอกว่า เธอก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ไปโรงเรียน มีมุมมองที่ธรรมดาทั่วไป แต่มีหน้าที่ที่แตกต่างจากคนอื่น

       บทบาทหน้าที่ล่าสุดของมิลลี่ คือการรับนำในในหนังผจญภัยเบาสมองเรื่อง “Enola Holmes” ที่ต้นฉบับคือหนังสือชุดชื่อเดียวกันนี้ ของ Nancy Springer ที่หยิบเอาเรื่องราวของนักสืิบระดับโลกอย่าง เชอร์ล็อค โฮมส์ มาเล่าใหม่ โดยให้เขาเป็นเพียงตัวประกอบ และดึงเอาน้องสาวนิสัยแก่นแก้วอย่าง อีโนล่า ขึ้นมาเป็นตัวละครนำ ซึ่งมิลลี่เผยว่า - "ฉันและพี่สาวได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อหลายปีก่อน พวกเราทั้งคู่ตกหลุมรักตัวละครนี้ พวกเรารู้สึกว่า ฉันเหมาะที่จะรับบทเป็นตัวละครนี้มาก และมันน่าสนใจมากขึ้น เพราะเรื่องราวของอีโนล่าไม่เคยถูกเล่าขานผ่านจอภาพยนตร์มาก่อน ฉันเลยอยากมีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้" - มิลลี่ เสริมต่อว่าเธอหวงบทนี้มาก คล้ายๆกับบท อีเลเว่น (ใน Stranger Things) ที่เธอรู้สึกว่าบทนี้เหมือนลูก ไม่อยากให้ใครมาเล่นบทนี้เลยนอกจากตัวเธอเอง

       และในที่สุด Enola Holmes เวอร์ชั่นภาพยนตร์ ก็เกิดขึ้นจริง และสามารถรับชมได้แล้ววันนี้ใน Netflix โดยหนังเล่าถึง อีโนล่า เด็กสาวนักผจญภัยที่เติบโตมาพร้อมกับคุณแม่เพียง 2 คน ซึ่งสอนทุกอย่างในการใช้ชีวิตที่จำเป็นให้กับเธอ ทั้งทักษะการเรียนรู้ และศิลปะการต่อสู้ ทำให้เธอพร้อมที่จะเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง แต่แล้ววันหนึ่งคุณแม่ของเธอกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ก่อนที่อีโนล่าจะออกตามหา เธอได้ติดต่อพี่ชายทั้ง 2 คน อย่าง ไมครอฟต์ พี่ชายคนโตสุดเคร่ง และเชอร์ล็อค พี่ชายคนรองที่โอบอ้อมอารี แต่เมื่อทั้งคู่มาถึง ไมครอฟต์ก็วางแผนจะให้อีโนล่า ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนประจำ กลายเป็นการบีบบังคับให้อีโนล่า ต้องหนีออกจากบ้าน นอกจากจะเป็นการออกตามหาแม่ของเธอแล้ว อีโนล่าจะได้ค้นหาตัวตนของเธอเองในท้ายที่สุดด้วย

       Enola Holmes มีทีมนักแสดงที่ไม่ธรรมดา เริ่มจากบทนักสืบระดับโลกที่ผู้คนต่างจดจำกันดีอย่าง "เชอร์ล็อค โฮมส์" ซึ่งในฉบับนี้ได้ Henry Cavill พระเอกที่คอหนังรู้จักกันดีจากบทซูเปอร์แมน ในเวอร์ชั่น Man of Steel และซีรีส์ The Witcher ทาง Netflix มาคว้าบทดังกล่าว ซึ่งเฮนรี่เผยว่า - "เชอร์ล็อค โฮมส์ ในฉบับนี้แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆ เพราะว่าเชอร์ล็อค ทำหน้าที่เป็นตัวละครสมทบให้กับน้องสาวของเขา นั่นคือ อีโนล่า เขาต้องทำหน้าที่เป็นพี่ชายที่มีส่วนสำคัญในการผลักดัน ให้อีโนล่าเติบโต ในแบบฉบับของตัวเธอเองมากที่สุด เป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมในแบบที่เธอเป็น ซึ่งนั่น จำเป็นอย่างยิ่งที่ตัวละครทั้งสองต้องเชื่อมโยงกันด้านอารมณ์อย่างมาก เชอร์ล็อคมีหลายอย่างคล้ายอีโนล่า อีโนล่าก็มีหลายอย่างคล้ายเชอร์ล็อค ความผูกพันระหว่างทั้งสองตัวละครสำคัญมากในเรื่องนี้ และเป็นส่วนหลักในการผลักดันให้อีโนล่าเป็นตัวของตัวเอง"

       นักแสดงอีกท่านที่สร้างสีสันให้กับ Enola Holmes ได้อย่างดีเยี่ยม คือบทพี่ชายคนโตของบ้าน ที่ต้องก้าวเข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัว นั่นคือ "ไมครอฟต์ โฮมส์" ซึ่งหนังได้ Sam Claflin จาก The Hunger Games และ Me Before You มาสวมบทดังกล่าว ซึ่งเฮนรี่เผยว่า แซมเป็นคนสร้างเสียงหัวเราะให้กับกองถ่ายเยอะมาก เขาเผยว่า - "ตอนที่ แซมอยู่ในกองถ่ายด้วย แซมเป็นคนที่สร้างเสียงหัวเราะตลอดเวลา ผมรักช่วงเวลาที่ได้ร่วมงานกับทั้งแซมและมิลลี่ สำหรับผม รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางชีวิตของมิลลี่ ที่ยังยาวไกลอีกแน่นอน และผมก็เอ็นจอยมากๆเวลาที่ได้ร่วมงานกับเธอ เธอเป็นคนที่มีเสน่ห์มากๆ และเก่งมากด้วย น่าจะมีอนาคตที่ยาวไกลในวงการบันเทิงอย่างแน่นอน เธอทำให้ผมหัวเราะได้ทุกเช้าที่เจอกัน ระหว่างที่พวกเราอยู่กันในรถเทรลเลอร์ เธอเล่าถึงรายการเรียลลิตี้ที่เธอดู อัปเดตว่าชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง พวกเรารักกันมาก"

       และที่ขาดไม่ได้เลยคือบทคุณแม่ของ อีโนล่า บุคคลที่สอนทุกอย่างในการใช้ชีวิตให้กับเธอ ผู้สร้างมอบบทนี้ให้กับ Helena Bonham Carter นักแสดงหญิงร้อยบทบาทจาก Harry Potter และซีรีส์ The Crown ทาง Netflix ซึ่งมิลลี่เผยในตอนสัมภาษณ์ว่า ตอนแรกเธอเกร็งและตื่นเต้นมากที่จะได้แสดงหนังกับนักแสดงที่ฝีมือแพรวพราวคนนี้ มิลลี่กล่าวว่า - "การร่วมงานกับ เฮเลน่า มันเยี่ยมยอดมาก เธอคือหนึ่งในนักแสดงที่เก่งที่สุดในโลก เธอแสดงหลายบทบาทที่ฉันชอบ โดยเฉพาะบทเจ้าหญิงมากาเร็ตใน The Crown ของ Netflix ตอนแรกที่ต้องแสดงหนังด้วย ฉันประหม่ามาก แต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน เธอกอดฉันอย่างแน่น และทักทายอย่างเป็นกันเอง ว่า สวัสดีสาวน้อย ! ประหนึ่งว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว หลังจากนั้นการถ่ายทำกับเธอก็ผ่อนคลายมาก เช่นเดียวกับ การถ่ายทำกับ แซมและเฮนรี่ พวกเขาเยี่ยมยอดมาก ฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้ร่วมงานกับทีมนักแสดงสุดเจ๋งกลุ่มนี้" - นอกจากกลุ่มนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีแล้ว อีกหนึ่งนักแสดงหน้าใหม่ ที่ใครดู “Enola Holmes” แล้ว ต่างจับจ้องกันเป็นอย่างมาก คือ Louis Partridge นักแสดงหนุ่มวัย 17 ปี ที่ร่วมแสดงในบทบาทสำคัญต่ออีโนล่าในเรื่อง ซึ่ง มิลลี่ ดูจะภูมิใจนำเสนอพี่ชายคนนี้มาก เธอกล่าวถึงหลุยส์ว่า เขาคือเพชรเม็ดงามแห่งวงการบันเทิง ที่ทุกคนต้องจับตามอง

       “Enola Holmes” ถือเป็นเส้นทางการเติบโตที่น่าจับตามองของ มิลลี่ เพราะนอกจากเธอจะคว้าบทนำในหนังใหญ่เป็นครั้งแรก ต้องพลิกคาแร็กเตอร์จากบทที่จริงจัง มาลองแสดงอะไรที่เบาสมองมากขึ้น มิลลี่ ยังได้มีโอกาสในการนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวที่ค่อนข้างใหญ่ในวงการบันเทิง สำหรับเด็กสาวที่อายุเพียง 16 ปีเท่านั้น โดยมิลลี่บอกว่า การเป็นโปรดิวเซอร์ ทำให้เธอต้องมีความรับผิดชอบขึ้นมาก จะต้องมีส่วนร่วมมากกว่าการแสดง เธอเกี่ยวข้องในแทบทุกภาคส่วนของการสร้างก็ว่าได้ แต่ความโชคดีคือเธอเองแทบจะไม่เครียดหรือเจอกับปัญหาอะไรเลย อาจเป็นเพราะว่ามีทีมงานคุณภาพอยู่รอบตัว มีทีมและครอบครัวที่คอยสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา มิลลี่กล่าวต่อว่า "ฉันสนุกมาก ฉันพยายามจะสนุกตลอดเวลาที่ทำงาน และมันก็ทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ สำหรับการที่ฉันได้โอกาสในการร่วมอำนวยการสร้าง มันเป็นโอกาสที่ีดีมากๆ เพราะหลายคนแทบจะไม่เคยได้รับโอกาสนี้เลยในชีวิต ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากเลย โดยเฉพาะนักสร้างหนังที่อายุยังน้อย ฉันอยากให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสในการสร้างหนังอย่างเท่าเทียมกับผู้ใหญ่ด้วย"

       อีกหนึ่งสิ่งใหม่ที่ มิลลี่ ได้ลองทำในการถ่ายทำ Enola Holmes คือการแสดงฉากต่อสู้ด้วยตนเอง เพราะตัวละคร อีโนล่า เก่งกาจเรื่องศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่เด็ก มิลลี่บอกว่า เธอทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมสตันท์ในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจ แม็คลาเรน (ตำแหน่ง Stunt Coordinator) ซึ่งเธอทำงานอย่างหนักในการออกแบบฉากต่อสู้ให้ออกมาดุดัน อันตราย และสมจริงมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ดูงดงามบนจอภาพยนตร์ และสนุกสนานในการดู นอกจากนี้ยังตื่นเต้นมากกับการถ่ายทำฉากต่อสู้ โดยที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูง แต่โดยรวม เธอภูมิใจที่ได้ถ่ายทำฉากเหล่านั้นด้วยตนเอง มันเลิศมากที่ได้ถ่ายฉากต่อสู้เหล่านั้น

       ในขณะที่ มิลลี่ ค่อนข้างสนุกไปกับการทดลองทำสิ่งใหม่ๆระหว่างถ่ายทำ “Enola Holmes” เพราะไม่มีกรอบอะไรมาบีบบังคับเธอให้ต้องกังวลและสนุกไปกับมัน ซึ่งแตกต่างจากเพื่อนร่วมจออย่าง Henry Cavill ที่ต้องรับบทพี่ชายของเธออย่าง เชอร์ล็อค โฮมส์ ซึ่งปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์และจอโทรทัศน์มากมายหลายเวอร์ชั่น กลายเป็นภาพติดตาผู้ชม และกลายเป็นความคาดหวังไปโดยปริยายว่า เชอร์ล็อค จะต้องถูกถ่ายทอดออกมาในแบบไหน บุคลิกเป็นเช่นไร ซึ่ง เฮนรี่ยืนยันว่า เชอร์ล็อคในแบบของเขา แตกต่างจากฉบับอื่น เฮนรี่กล่าวระหว่างสัมภาษณ์ว่า นักแสดงท่านอื่นๆที่รับบท เชอร์ล็อค โฮมส์ ก่อนหน้านี้ ล้วนรับบทดังกล่าวในฉบับดั้งเดิม หรือถึงจะคนละเวอร์ชั่น แต่ก็ยึดจากต้นฉบับเดียวกัน แต่สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ เชอร์ล็อคเวอร์ชั่นนี้ต้องแสดงอารมณ์และความรู้สึกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อน้องสาว ที่สะท้อนให้เห็นภาพตัวตนของเขาเอง และนั้นเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เชอร์ล็อคในฉบับนี้ แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆ

       เมื่อกล่าวถึง เชอร์ล็อค โฮมส์ ในฉบับก่อนๆ คำถามหนึ่งที่เฮนรี่มักถูกถามถึงประจำคือ เขามีเชอร์ล็อค โฮมส์ เวอร์ชั่นไหนที่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษหรือไม่ ซึ่งก็ทำให้เขาลำบากใจในการเลือกเสมอ เพราะเขาเองชื่นชอบหลายฉบับเลยทีเดียว - "ผมว่าผมไม่มีฉบับไหนที่ชอบมากที่สุด ผมค่อนข้างสนุกกับหนังเวอร์ชั่น โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ชอบคาแร็คเตอร์ที่เขาเล่น แล้วผมก็เป็นแฟนหนังของ กาย ริชชี่ด้วย ผมเลยค่อนข้างเอ็นจอยกับการที่เห็นทั้งคู่ได้ร่วมกันสร้างงานที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ทำให้ตัวหนังเองได้รับความนิยมมาก แล้วส่วนตัวผมก็ชอบ เชอร์ล็อค โฮมส์ ฉบับ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบชต์เช่นกัน ผมชอบตัวตนของเขามาก ผมคิดว่าเขาคือนักแสดงที่ยอดเยี่ยม มันยากมากเลยนะ ถ้าจะเลือกว่าจะชอบเวอร์ชั่นไหนมากกว่ากัน ผมชอบทั้งสองฉบับด้วยเหตุผลที่ต่างกัน จนไม่สามารถบอกได้ว่าชอบอันไหนมากกว่ากัน ผมว่าทั้งสองเวอร์ชั่นดีทั้งคู่เลย"

       เฮนรี่ บอกกับทุกคนอย่างชัดเจนว่า เขาไม่เคยได้อ่านเชอร์ล็อค โฮมส์ฉบับหนังสือเลย มีเพียงดูเวอร์ชั่นทีวีอยู่บ้างเมื่อก่อน และฉบับภาพยนตร์ แต่เขาก็มั่นใจว่า เขาจะสามารถถ่ายทอดบทนี้ ได้อย่างยอดเยี่ยม "สำหรับการแสดงบทนี้ ผมอยากโฟกัสกับสิ่งที่บทภาพยนตร์นำเสนอเท่านั้น ทิศทางของตัวละครแบบที่ มิลลี่ ผู้กำกับและผู้เขียนบทอยากให้เป็น โดยปกติแล้ว สำหรับบทที่มีที่มาที่ไป ผมมักจะศึกษาถึงตัวละครเหล่านั้นค่อนข้างมาก เพื่อให้ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ควรจะเป็นมากที่สุด แต่สำหรับบทนี้ เปิดโอกาสให้ผมได้ลองในสิ่งที่แตกต่าง ได้ลองเล่นเป็นเชอร์ล็อคในแบบที่แตกต่าง ส่วนในอนาคตถ้ามีหนังภาคต่อตามออกมา ผมอ่านจะลองอ่านหนังสือเชอร์ล็อค โฮมส์ดู เพื่อนำมาปรับใช้เท่าที่จำเป็น จริงๆแล้วผมยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาได้อ่านหนังสือเท่าไหร่ แต่อนาคตมันก็ไม่แน่" - เฮนรี่บอกต่อว่า เชอร์ล็อค โฮมส์ ฉบับนี้ มีหลายอย่างที่เหมือนกับตัวจริงของเขา "การที่คุณจะสามารถสืบเรื่องราวต่างๆได้ คุณต้องรู้ก่อนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะอะไร อะไรที่ส่งผลให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ความใคร่รู้เหล่านี้ ส่งผลต่อการสืบสวนเป็นอย่างมาก เพื่อหาผลลัพธ์ว่าอะไรเกิดขึ้นกันแน่ การค้นหารายละเอียดของสิ่งต่างๆนั้น เป็นสิ่งที่ผมและเชอร์ล็อคมีเหมือนกัน"

       เช่นเดียวกับตัวละคร อีโนล่า โฮมส์ ที่มีหลายอย่างเหมือนกัน มิลลี่ เป็นอย่างมาก นี่คือผลงานชิ้นแรกที่เปิดโอกาสให้มิลลี่ได้พูดในสำเนียงอังกฤษแบบบริทิชเลย จนหลายคนสงสัยว่า การถ่ายทำ Enola Holmes ด้วยสำเนียงอังกฤษ ทำให้การถ่ายทำง่ายขึ้นหรือไม่ ซึ่งมิลลี่เผยว่า "จริงๆฉันก็ไม่ได้ลำบากอะไร ในการพูดสำเนียงอเมริกัน เพราะตลอดระยะเวลา 6 ปีในการถ่ายทำ Stranger Things ก็ต้องพูดสำเนียงนั้นตลอดเวลา ดังนั้น ไปๆมาๆ การถ่ายหนังด้วยสำเนียงอังกฤษ จึงท้าทายกว่า เพราะเริ่มติดสำเนียงอเมริกันมาแล้ว ต้องคอยเตือนตัวเองว่า ไม่นะ ฉันเป็นคนอังกฤษๆ ตลอดเวลา จริงๆการเล่นโปรเจกต์ท้าทายในทุกๆภาคส่วน และต้องคอยไม่ลืมว่า อีโนล่ามีสำเนียงเฉพาะของตัวเธอเอง"

       หลังจากพุดคุยกับ มิลลี่ เสร็จ เชื่อได้เลยว่า Enola Holmes นอกจากจะเป็นหนังผจญภัยที่ตัวละครหลักอย่าง อีโนล่า ได้ค้นหาตัวตนแล้ว นักแสดงที่อยู่เบื้องหลังบทดังกล่าวอย่าง มิลลี่ ก็ได้ลองทำหลายๆอย่าง เพื่อค้นหาตัวตน ตามหาสิ่งที่เธอชอบเช่นกัน อย่างที่เธอกล่าวระหว่างสัมภาษณ์ว่า "เรามีชีวิตเดียว ร่างกายเดียว ใบหน้าเดียว ดังนั้นเราต้องเลือกว่าเราจะเป็นอะไร จะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราไหม ฉันเชื่อว่าทุกคนแวดล้อมไปด้วยมิตรภาพทีี่ดีจากคนรอบตัว โชคดีที่ฉันมีครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่สนับสนุนในตัวฉัน ไม่ว่าฉันจะบ้าบอหรือเสียงดังขนาดไหนก็ตาม และนั่นทำให้ฉันยังคงเป็นฉันในทุกวันนี้ ดังนั้น จงอยู่กับคนที่รักคุณในแบบที่คุณเป็น ทำในสิ่งที่คุณรัก เพราะไม่มีประโยชน์เลยที่จะใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น" – นั่นคือสิ่งที่ มิลลี่ ได้เรียนรู้ระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ และเชื่อว่าสิ่งเดียวกันนี้ ผู้ชมจะสัมผัสได้ จากการชม Enola Holmes เช่นกัน

       Enola Holmes ดูได้แล้ววันนี้ใน NETFLIX

       สัมภาษณ์ และเรียบเรียง โดย GOSSIPGUN

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM