HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          การก้าวเข้าไปในโรงภาพยนตร์เพื่อชม Tenet เป็นครั้งแรกนั้น ย่อมสร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดาคอหนังและผู้ชมอย่างแน่นอน เพราะนี่คือผลงานชิ้นล่าสุดของผู้กำกับแห่งยุคอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่มักสร้างเซอร์ไพรส์และสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ในเส้นเรื่องเสมอมา จากผลงานชิ้นเอกอย่าง The Dark Knight ไตรภาค, Inception และ Interstellar ที่ล้วนมาพร้อมกับพล็อตสุดทะเยอทะยาน เส้นเรื่องที่ไม่มีใครเหมือน และฉากแอ็กชั่นชวนตื่นตา ถ่ายทำกันจริงๆไม่เน้นซีจี อีกอย่างที่คอหนังมักลุ้นเวลาไปดูหนังโนแลนนั้น คือการที่เขามักเก็บรายละเอียดไว้เป็นความลับก่อนฉายเสมอ เช่นเดียวกับการเดินเข้าไปชม Tenet ที่ในตัวอย่างหนังเผยเพียงว่าตัวละครพระเอก ของ จอห์น เดวิด วอชิงตัน เป็นสายลับที่ต้องร่วมมือกับตัวละครของโรเบิร์ต แพททินสัน เพื่อหยุดสงครามโลกครั้งที่ 3 โดยเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการไหลย้อนของเวลา (ไม่ใช่การย้อนเวลาด้วยนะ)

          ดังนั้นการรีวิวนี้ เพื่ออรรถรสในการชม ผู้เขียนจึงขอไม่เผยรายละเอียดของเส้นเรื่องเลย ไม่มีการวิเคราะห์เนื้อหา แต่จะเน้นอธิบายความรู้สึกหลังชมเสียมากกว่า แน่นอนว่าผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกคล้ายๆกันในจุดนี้ คือชื่นชมในความเป็นนักประดิษฐ์ของโนแลน เขาได้คิดค้นวิธีการเล่าแบบใหม่ๆอยู่เสมอ เป็นผู้กำกับที่สุดแสนจะทะเยอทะยาน ไม่ยอมเล่าเรื่องซ้ำทางเดิม เช่นเดียวกับ Tenet ที่ทำให้เราชวนตื่นตากับปม "การไหลย้อนของเวลา" เป็นอย่างมาก ไม่เพียงมันจะส่งผลต่อเส้นเรื่องเท่านั้น และยังส่งผลต่อการกระทำในฉากต่างๆด้วย อย่างที่เห็นในตัวอย่าง เราจะได้เห็นสิ่งต่างๆไหลย้อนมากมาย (แบบที่กระสุนไหลกลับเข้าไปยังกระบอกปืนในตัวอย่าง) ซึ่งชวนตื่นตะลึงอย่างมาก โดยเฉพาะซีนใหญ่ๆที่รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ต้องยอมรับว่าทำเอาเราอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว

          แต่ปัญหาหลักสำหรับ Tenet อยู่ที่การสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชม แม้ว่ามันจะชวนน่าตื่นเต้นขนาดไหน แต่หนังก็ค่อนข้างแห้งแล้งในแง่ของความตัวละคร ต่างจาก Inception หรือ Interstellar ที่เราค่อนข้างจะผูกพันไปกับตัวละครหลัก เอาใจช่วย เข้าใจปมลึกๆของพวกเขาอย่างแท้จริง เรื่องนี้มีความใกล้เคียงกับ Dunkirk ในการเน้นโชว์สถานการณ์มากกว่าปล่อยให้เราค่อยๆซึมอินไปกับตัวละคร นอกจากนี้หนังยังใช้เวลาในการอธิบายโครงสร้างของเรื่องค่อนข้างมาก ทำให้ไม่มีเวลาลงลึกในรายละเอียดของตัวละคร และฉากโชว์เด็ดๆมากพอ เท่าที่ควรจะเป็น จนน่าเสียดายที่การดู Tenet เหมือนเราไปนั่งฟังอาจารย์บรรยายในห้องเรียน เหมือนเราเป็นผู้สังเกตการณ์ มากกว่าเราไปลงไปทดลองเอง

          ในแง่ของการแสดง แม้ว่าตัวละครของ จอห์น เดวิด วอชิงตัน จะเป็นตัวเดินเรื่องและมีเวลาบนจอมากที่สุด แต่เสน่ห์ของเขากลับไม่สามารถดึงคนดูไว้กับเขาได้ตลอด แบบเดียวกับ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ใน Inception เขาแอบโดน โรเบิร์ต แพททินสัน แย่งซีนเบาๆทุกครั้งที่ปรากฏตัวร่วมกัน ในขณะที่ อลิซาเบธ เดบิกสกี้ มีเสน่ห์ขั้นสุดในทุกซีน ความสูงของเธอขโมยซีนทุกรอบที่เข้าฉากกับนักแสดงชาย แต่ที่เด็ดสุดคือ เคนเนธ บรานาห์ ที่ตรึงอารมณ์ได้ในทุกครั้งที่เขามีบทสนทนาสำคัญๆ

          แน่นอนว่าสิ่งที่โดดเด่นใน Tenet อย่างมากคือความแปลกใหม่ ความหวือหวาของโครงสร้างเรื่อง งานโปรดักชั่นที่ชวนตื่นตา ดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์และมีสไตล์อันโดดเด้ง ยิ่งเราดูจอ IMAX ขนาดยักษ์ระบบเสียงกระหึ่ม ยิ่งตอกย่้ำว่านี่คือหนังที่คู่ควรแก่การชมในโรงภาพยนตร์ด้วยประการทั้งปวง ถ้าเทียบกับหนังของโนแลน เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ลงตัวที่สุด ไม่ได้ประทับใจมากเท่าชิ้นก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องไปดูซ้ำอย่างแน่นอน เพื่อให้เข้าใจในเส้นเรื่องอย่างถ่องแท้ หรือนี่อาจเป็นหนังที่ต้องใช้เวลาอยู่กับมัน Tenet ดูจะเป็นหนังอีกเรื่องที่มาก่อนกาลก็เป็นอันได้

(ให้ 8.5 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM