HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       อีกหนึ่งโปรแกรมหนังซัมเมอร์นี้ ที่โดดพิษโควิด-19 ไปแบบเต็มๆคือ Greyhound หนังแอ็กชั่นในบรรยากาศสงครามโลกครั้งที่2 ของพระเอกเจ้าของรางวัลออสการ์ ทอม แฮงค์ ที่เจ้าตัวถึงขั้นเอ่ยปากเสียดาย ที่จะไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ เพราะเดิมที Greyhound มีโปรแกรมเข้าฉายกลางซัมเมอร์นี้ โดยค่ายโซนี่ แต่เพราะโควิด-19 ทำให้โรงหนังปิด หนังน้อยใหญ่จำนวนมากก็ต้องเลื่อนฉาย บางเรื่องก็ถูกส่งลง Video on Demand ให้ดูที่บ้านไปเลย ส่วนชะตากรรมของเรื่องนี้คือ ได้ไปดูกันที่ Apple TV+ แทน เมื่อทางแอปเปิ้ลเจรจาซื้อสิทธิ์หนังจากโซนี่ ด้วยเม็ดเงินถึง 70 ล้านเหรียญฯ เรียกว่าโซนี่ไม่ขาดทุนแล้ว ด้านแอปเปิ้ลเองก็กำลังต้องการหนังใหญ่มาเป็นตัวเรียกแขกให้สมัครใช้ Apple TV+ เช่นกัน (ซึ่งผู้เขียนก็โดนไปแล้ว เดือนละ 99 บาทเท่านั้น)

       หนังสงครามทุนสร้าง 50 ล้านเหรียญฯเรื่องนี้ กำกับโดย แอรอน ชไนเดอร์ ซึ่งนอกจากพระเอก ทอม แฮงค์ จะแสดงนำแล้ว แกยังเขียนบทหนังเรื่องนี้เองด้วย โดยดัดแปลงจากนิยายเรื่อง The Good Shepherd โดยทอมรับบทเป็น เออร์เนส ผู้บัญชาการเรือรบ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้นำเป็นครั้งแรก ในสมรภูมิแห่งแอตแลนติก เมื่อเขาต้องนำเรือรบของสหรัฐฯ ร่วมกับเรือพันธมิตรราว 37 ลำ แล่นผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แล้วเหตุการณ์ก็ไม่เป็นใจ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีเครื่องบินรบคอยช่วยเหลือทางอากาศ พวกเขากำลังจะเผชิญกับสภาพอากาศอันเลวร้าย และที่อันตรายไปกว่านั้น เมื่อเรือดำน้ำอู ของเยอรมนีโผล่มา เพื่อลอบโจมตีพวกเขา เออร์เนส ต้องพาผู้ใต้บังคับบัญชา และเรือพี่น้องทั้งหมด ฝ่าน่านน้ำที่สุดแสนจะอันตรายนี้ไปให้ได้

       แม้จะเป็นหนังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ Greyhound แตกต่างจาก Saving Private Ryan หนังสงครามเรื่องก่อนที่ ทอม แฮงค์ นำแสดงโดยสิ้นเชิง เพราะเรื่องนี้แทบจะไม่มีฉากบนบกแม้แต่น้อย (แอบมีความใกล้เคียงกับ Captain Phillips ของเขาเองมากกว่าด้วยซ้ำ) ภาพรวม Greyhound น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของคอหนังแอ็กชั่นได้ไม่ยาก เพราะความยาวเพียง 90 นาที หนังเรื่องนี้คือ Non-Stop Action ที่แท้จริง หนังใช้เวลาตอนต้นในการปูแบ็คกราวน์ตัวละครพระเอกแค่แป้ปเดียว แล้วก็นำเข้าสู่ภารกิจเลย และหนังก็ใช้เวลาไม่นานหลังจากนั้นเข้าสู่ฉากต่อสู้ฉากแรก แล้วหลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หยุดอีกเลย มีพักหายใจไม่เกิน 3-5 นาที ก็เข้าสู่ฉากให้ลุ้นระทึกอีกแล้ว

       ฉากแอ็กชั่นส่วนใหญ่ของ Greyhound เกิดขึ้นกลางมหาสมุทร เต็มไปด้วยฉากในห้องบังคับบัญชา ฉากระหว่างเรือรบของเออร์เนส และเรือดำน้ำ มีทั้งกลางวันและกลางคืน ที่บางฉากอาจจะมืด ดูยากไปบ้าง อาจจะเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค ที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่หนังสามารถทำให้ผู้ชมลุ้นตามไปกับตัวละครได้ สามารถทำให้ตึงเครียดไปกับสถานการณ์ได้ มีหลายฉากที่ค่อนข้างบีบอารมณ์ และตื่นเต้นพอสมควรเลยทีเดียว

       ข้อเสียหลักๆ ของ Greyhound คือด้วยความยาวของหนังเพียง 90 นาที และทุ่มเทเวลาแทบจะทั้งหมดให้กับฉากแอ็กชั่น นั่นหมายความว่าหนังแทบจะไม่มีเวลาในการพัฒนาตัวละครแม้แต่น้อย นอกจากตัวละครพระเอก หนังก็ไม่มีการปูแบ็คกราวน์ให้กับตัวละครใดๆ ทำให้ผู้ชมไม่ได้เอาใจลุ้นกับใครเลย นอกจากพระเอก ที่เราก็รู้จักเขาเพียงผิวเผินเท่านั้น อันที่จริงแล้ว หนังสามารถขยายเวลาเพิ่มอีกซัก 10-15 นาที แล้วทำความรู้จักกับตัวละครเพิ่ม อาจจะทำให้ผู้ชมอินกับหนังมากยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นอันได้

       สรุปแล้ว Greyhound คือหนังแอ็กชั่นเรือรบในบรรยากาศสงครามโลก ที่ทั้งดูสนุกและตื่นเต้นอย่างมาก ด้วยเวลาจำกัดเพียง 90 นาที หนังเดินเรื่องไวปานจรวดและแทบไม่เสียเวลากับอะไรทั้งนั้น คอหนังแอ็กชั่นจึงน่าจะชื่นชอบได้ไม่ยาก และด้วยคุณภาพของหนังก็ยิ่งทำให้คอหนังคิดถึงการดูหนังในโรงมากยิ่งขึ้น และอดเสียดายไม่ได้ ที่ไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้บนจอใหญ่ๆ ระบบเสียงดังๆ เพราะ Greyhound มีคุณภาพดีพร้อมทุกอย่าง ในการเป็นหนังโรงชั้นเลิศ ยิ่งดูบนจอ IMAX ยิ่งน่าจะฟินมากขึ้นไปอีก Greyhound สามารถรับชมได้แล้วเฉพาะที่ APPLE TV+ เท่านั้น

(ให้ 8 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM