HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       “อมตะ” คำๆ นี้คือ Keyword สำคัญของภาพยนตร์แอ็กชันเรื่องใหม่ล่าสุดใน Netflix อย่าง The Old Guard เป็นทั้งคำที่อธิบายวิถีของตัวละครหลัก อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่หนังเลือกตั้งคำถาม คุณคิดว่า “อมตะ” แท้ที่จริงแล้วเป็นพรหรือคำสาปกันแน่? โดยเรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่าน แอนดี้ นักฆ่าหญิงแกร่งที่มีชีวิตผ่านช่วงเวลาหลายทศวรรษ นานจนไม่มีใครทราบว่า แท้จริงแล้วเธออายุเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งบทนี้ แสดงโดย Charlize Theron นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Monster ที่ระยะหลังหลงเสน่ห์ของภาพยนตร์แอ็กชันเป็นอย่างมาก หลังประสบความสำเร็จกับบทบาท ฟิวเรียสซ่า ใน Mad Max : Fury Road เธอเลือกจะทำงานในโปรเจกต์หนังบู๊อย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่ Atomic Blonde ต่อเนื่องมายัง Fast & Furious ภาคล่าสุด จนนำมาสู่ The Old Guard ที่จะปล่อยให้ได้ชมกันใน Netflix สุดสัปดาห์นี้

       นอกจากชาร์ลีซแล้ว บุคคลสำคัญที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของ The Old Guard ล้วนเป็นผู้หญิงเก่งทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ Gina-Prince Bythewood จาก Love & Basketball และ The Secret Life of Bee ที่จับโปรเจกต์หนังแอ็กชันเต็มตัวเป็นครั้งแรก และอีกหนึ่งนักแสดงนำร่วมจอ Kiki Layne ที่เฉิดฉายสุดๆในภาพยนตร์ดรามาสะท้อนสังคมอย่าง If Beale Street Could Talk ที่ร่วมแสดงในหนังแอ็กชั่นเป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยทั้ง 3 คนเลือกที่จะถ่ายทอดภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ โดย กีกี้ รับบทเป็น ไนล์ ทหารหญิง หัวหน้าปฏิบัติการลับ ที่ถูกผู้ก่อการร้ายฆ่าตายในภารกิจที่ประเทศอัฟกานิสถาน แต่ไม่นานเธอกลับฟื้นคืนชีพ และพบว่าแผลที่ได้รับบาดเจ็บ สามารถหายได้เองในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เธอได้พบกับ แอนดี้ หญิงแกร่งที่เป็น “อมตะ” เช่นเดียวกับเธอ ผู้ซึ่งจะเข้ามาตอบข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับไนล์กันแน่ และความเป็นอมตะทำให้ชีวิตพวกเธอ ต้องปรับเป้าหมายในการใช้ชีวิตเช่นไร

       เมื่อหลายวันก่อน ผู้เขียนมีโอกาสได้สัมภาษณ์ 2 นักแสดงนำอย่าง ชาร์ลีซ และ กีกี้ ผ่าน Video Conference ร่วมกับสื่อมวลชนจากหลากหลายประเทศในเอเชีย (ซึ่งถ้าไม่มีโควิด-19 ระบาด ผู้เขียนก็อาจจะได้เจอกับสองนักแสดงมากฝีมือตัวจริงในงานเปิดตัวภาพยนตร์ก็เป็นอันได้) หลังจากผ่านโปรเจกต์หนังแอ็กชันเรื่องเยี่ยมมากมายในเส้นทางการทำงาน หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ ชาร์ลีซ สนใจในภาพยนตร์เรื่อง The Old Guard นี้ ซึ่งชาร์ลีซเผยว่า สิ่งแรกที่ทำให้เธอสนใจคือโลกในหนังเรื่องนี้ เธอชื่นชอบความเป็นหนังไซไฟฟอร์มใหญ่มานานแล้ว แต่นอกจากจะเล่าภาพรวมได้อย่างน่าตื่นตา ในขณะเดียวกัน The Old Guard ก็สะท้อนความรู้สึกตัวละครได้อย่างดี ทุกตัวละครล้วนมีพื้นหลัง สะท้อนแง่มุมในจิตใจ ไม่ใช่แค่แอนดี้เท่านั้น ชาร์ลีซเผยว่า “ฉันหลงใหลในความสัมพันธ์ระหว่าง แอนดี้กับไนล์ มันฟังดูน่าตื่นเต้นมาก แถมยังได้ร่วมงานกับ กีกี้ นักแสดงหญิงที่ทำให้ฉันสติกระเจิงไปเลยเมื่อได้ดูผลงานของเธอ ฉันรู้สึกได้ว่าหนังเรีื่องนี้มีประเด็นให้สำรวจเยอะมาก แถมยังได้ร่วมงานกับนักแสดงฝีมือดีมากมาย นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันสนใจ มากกว่าแค่หลงใหลในตัวละครแอนดี้ที่ฉันแสดง”

       ในขณะที่ กีกี้ ซึ่งคว้าบทหนังแอ็กชั่นเป็นครั้งแรกใน The Old Guard เผยถึงการเตรียมตัวเพื่อแสดงในหนังเรื่องนี้ว่า เธอมีของเพื่อเตรียมตัวเยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิยายกราฟฟิกของ Greg Recka ที่เป็นต้นฉบับของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเกร็กเอง เป็นคนดัดแปลงนิยายของเขาเป็นบทภาพยนตร์ด้วยตัวเอง กีกี้กล่าวชมว่า เกร็กได้สร้างโลกที่น่าตื่นเต้นขึ้นมา และนำมาดัดแปลงมาเป็นบทภาพยนตร์ แต่สิ่งที่ยากสำหรับเธอนั้น คือการเตรียมความพร้อมทางร่างกาย กีกี้บอกกับพวกเราว่า “ก่อนถ่ายทำหนังเรื่องนี้ มีการฝึกซ้อมหนักมาก ฉันต้องเตรียมตัวนานหลายเดือนก่อนเปิดกล้อง ฉันต้องฝึกซ้อมเหมือนกับทหาร ทั้งการโจมตี ชกมวย ศิลปะป้องกันตัว เหล่านี้ล้วนแตกต่างจากการเตรียมตัวเพื่อหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของฉันอย่างมาก แต่มันก็จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความแข็งแกร่งเป็นจุดเด่นของตัวละครไนล์ และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตัวละครหลักในหนังเรื่องนี้”

       อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ The Old Guard เป็นการรวมพลังกันของหญิงเก่งมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 บุคคลหลักอย่าง ชาร์ลีซ, กีกี้ และจีน่า ผู้กำกับ โดยหนังเองก็ได้แฝงแนวคิดให้กับคนดูผู้หญิงรุ่นใหม่พอสมควร กีกี้เผยว่า เธอหวังว่าสาวๆจะมองเห็นความเป็น “ฮีโร่” ความเป็น “ผู้นำ” ในตัวเอง และไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ นั่นคือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากคาแร็คเตอร์ของแอนดี้ หรือแม้แต่ตัวละครไนล์ ที่กีกี้เผยว่า “ไนล์ก็เป็นผู้นำกองกำลังในปฏิบัติการช่วงต้นของหนัง ฉันว่านี่คือสิ่งอัศจรรย์อย่างมากสำหรับผู้หญิง ที่ได้เป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และเชื่อมั่นในตนเอง ฉันหวังว่าสาวๆ รุ่นใหม่จะไปอยู่ในจุดนั้นมากยิ่งขึ้น”

       ในขณะที่ ชาร์ลีซ เสริมอย่างหนักแน่นว่า “สาวๆ ต้องไม่กลัวที่จะอายุมากขึ้น” ชาร์ลีซแสดงความเห็นว่า มันเยี่ยมมากที่จะอายุ 20 กว่าหรืออายุ 40 กว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้น ยิ่งมีเรื่องราวให้เล่าขานมากขึ้น เธออยากให้สาวๆ อย่ากลัวที่จะแก่ มีหลายอย่างซึ่งเป็นแง่ดีเมื่อคุณอายุมากขึ้น อย่างสองตัวละครหลักใน The Old Guard แอนดี้และไนล์ แม้จะเป็นอาจารย์กับศิษย์ แต่ก็มีหลายจังหวะที่ทั้งคู่แลกเปลี่ยนบทบาทกัน ไอเดียที่ว่า ผู้คนรุ่นก่อนมักจะรู้มากกว่า ไม่สำคัญเท่าสามารถนำมาปรับใช้ได้หรือไม่ ยิ่งในองค์สุดท้ายของหนัง เราจะได้เห็นตัวละครไนล์ แสดงพลังของคนรุ่นใหม่ ที่สอนแอนดี้ให้เข้าใจว่าทำไมเราถึงยังมีชีวิตอยู่ และคุณค่าของการยังสู้ชีวิตคือสิ่งใด ชาร์ลีซกล่าวทิ้งท้ายคำถามนี้ว่า “ฉันอยากให้คนรุ่นใหม่สัมผัสได้ถึงพลังในตัวเองจากหนังเรื่องนี้”

       กล่าวถึงฉากแอ็กชันใน The Old Guard ในฐานะนักแสดงนำและโปรดิวเซอร์ ที่ผ่านผลงานหนังแอ็กชันมากกว่านักแสดงร่วมจอคนอื่นๆ หรือแม้แต่ผู้กำกับอย่าง จีน่า ชาร์ลีซเผยกับพวกเราว่า เธอเรียกร้องอย่างมากกับทีมงานที่ดูแลด้านการออกแบบคิวบู๊ในหลายๆอย่าง ชาร์ลีซกล่าวว่า “ฉันรู้สึกว่าถ้าเราจะถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เราควรจะไปให้สุด ฉันอยากจะสะท้อนให้เห็นในหนังเรื่องนี้ว่า ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้บ้างในเชิงกายภาพ ฉันเลยกดดันทุกฝ่าย ให้ก้าวออกมา และยกระดับคุณภาพของงาน แล้วมันน่าตื่นเต้นอย่างมาก”

       เมื่อถามถึงฉากการต่อสู้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าทำให้ทั้ง ชาร์ลีซ และกีกี้ ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ พวกเธอยืดอกรับทันทีว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ชาร์ลีซย้ำชัดว่า เมื่อพวกเราเล่นหนังแอ็กชันที่มีฉากการต่อสู้ และฉากบู๊มากมาย มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่อาจจะบาดเจ็บบ้าง เธอเองก็ทำตัวเองเจ็บตัวอยู่บ่อยครั้ง แต่เราก็มีพยาบาลฝีมือเยี่ยมที่คอยดูแล ในขณะที่กีกี้ ก็เสริมว่า เธอเองก็ไม่ได้บาดเจ็บหนักหนาอะไรมาก ซึ่งโชคดีมาก แต่ก็มีฟกช้ำบ้าง ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน ความเห็นของทั้งสองนักแสดงนำ แสดงให้เห็นถึงความแกร่ง ความใจสู้ของทั้งคู่ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนัก ที่เราจะได้เห็นนักแสดงหญิง รับบทนำในหนังแอ็กชั่นแบบนี้ถึง 2 คน

       การที่ ชาร์ลีซ และกีกี้ สวมบทบาทตัวละครหลัก ทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนทกันมากขึ้นเรื่อยๆ กีกี้เผยถึงการทำงานกับนักแสดงระดับโลกคนนี้ว่า มันยอดเยี่ยมมาก เธอเผยว่าจริงๆแล้วความสัมพันธ์ระหว่าง ไนล์และแอนดี้ มีหลายอย่างที่คล้ายกับเธอและชาร์ลีซ การทำงานในหนังเรื่องนี้ถือว่าแตกต่างจากก่อนมาก กีกี้ไม่เคยเล่นหนังแนวนี้มาก่อนเลย แต่ชาร์ลีซก็สอนและแนะนำเธอในการเล่นหนังประเภทนี้ บอกว่าเราสามารถนำพาหนังไปสู่จุดไหนได้บ้าง เราสามารถเจ๋งได้สุดแค่ไหน ชาร์ลีซสอนแม้ก็ได้เรื่องเล็กๆอย่าง การรักษาแผลฟกช้ำที่แขนได้อย่างไร กีกี้รู้สึกขอบคุณมากกับทุกอย่าง ดังนั้นความสัมพันธ์ของไนล์และแอนดี้ที่ปรากฏในหนัง มันสมจริงมาก เพราะความผูกพันระหว่างกีกี้และชาร์ลีซถูกแสดงผ่านบทบาทดังกล่าว

       ทิ้งท้ายการพูดคุยข้ามทวีปกับ ชาร์ลีซ และกีกี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสถามนักแสดงยอดฝีมือทั้งสอง เกี่ยวกับคอนเซปท์ของคำว่า “อมตะ” ที่ถูกหยิบมาใช้เป็นแกนหลักของเรื่อง ดังที่กล่าวไปในตอนต้น บ้างก็ว่าอมตะ เปรียบเหมือนพรจากพระเจ้า ให้เราได้มีเวลาบนโลกใบนี้มากยิ่งขึ้นอย่างไม่จำกัด ในขณะเดียวกันบ้างก็ว่า สิ่งนี้คือคำสาป เพราะความเป็นอมตะทำให้เราต้องสูญเสียหลายสิ่ง ชาร์ลีซ บอกกับเราว่า เธอคิดคล้ายๆ กับสิ่งที่หนังพยายามจะนำเสนอ ตอนที่เธอและทีมงานพัฒนาบทหนัง พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้กันเยอะมาก ชาร์ลีซย้ำว่า “ฉันเชื่อในสิ่งที่ถูกนำเสนอในหนัง หนังสะท้อนสิ่งที่ฉันคิดเยอะมาก ผิวเผินประเด็นเรื่องการมีเวลาบนโลกมากขึ้น ดูเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่เมื่อเราลงลึกไปในประเด็นนี้ สิ่งที่เราต้องแลกมามันมีอะไรมากกว่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ฉันรู้สึก จึงถูกสะท้อนออกมาผ่านตัวละครนี้”

       เพื่อให้เข้าใจแง่คิดเกี่ยวกับคำว่า “อมตะ” ในแบบที่ชาร์ลีซคิด ผู้ชมน่าจะต้องเข้าไปหาคำตอบในหนังเรื่อง The Old Guard เช่นเดียวกันกับ กีกี้ ที่เผยว่าทันทีที่ความเป็นอมตะเกิดขึ้นกับตัวละครไนล์ ไนล์ก็ถามถึงเหตุผลที่สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัว กีกี้ เล่าต่อว่า “การเป็นอมตะทำให้ตัวเองได้ช่วยเหลือผู้คนบนโลกเป็นจำนวนมาก แต่ในส่วนของเธอเอง ไนล์ก็จำเป็นที่ต้องละทิ้งชีวิตส่วนตัวแบบเดิมไป ต้องจากลาคนที่เรารัก ซึ่งเป็นสิ่งที่แย่มากๆที่จะเกิดขึ้นกับใครสักคน” ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นเรื่องความเป็นอมตะ ก็ยังคงเป็นคำถามปลายเปิด ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ค้นหาคำตอบในแบบของตัวเอง หลังดู The Old Guard จบ คุณอาจจะตั้งคำถามนี้กับตัวเองเช่นกัน ถ้าความเป็นอมตะเกิดขึ้นกับเรา คุณจะคิดว่ามันเป็นพร หรือคำสาปกันแน่?

       The Old Guard สามารถรับชมได้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมนี้ ทาง NETFLIX

       สัมภาษณ์และเขียนบทความโดย GOSSIPGUN

 

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM