HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       จากตุ๊กตาโทรลล์ ถูกนำมาดัดแปลงกลายเป็นแอนิเมชั่นจากค่ายดรีมเวิร์ค เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม นอกจากหนังจะกวาดเงินไปถึง 350 ล้านเหรียญฯ จากทั่วโลกแล้ว เพลง Can't Stop The Feeling ของ จัสติน ทิมเบอร์เลค ยังขึ้นแท่นเพลงฮิตอันดับต้นๆของปี เรียกว่าไปได้สวยในทุกช่องทางจริงๆ แน่นอนว่าดรีมเวิร์ครีบเดินหน้าต่อเพื่อสร้าง Trolls World Tour แบบทันที แต่น่าเสียใจที่ปลายเดือนมีนาคม เจอพิษโควิด-19 เข้าให้ ทำให้หนังถูกส่งลง Video on Demand  ในอเมริกาแทน (แต่ก็ยังกวาดเงินให้ค่ายชุดใหญ่) แต่ต้องกราบ UIP Thailand งามๆ ที่ยังคงตรึงโปรแกรมให้เข้าโรงฉาย เพราะมันคือแอนิเมชั่นอีกเรื่อง ที่เหมาะมากที่จะดูบนจอใหญ่ๆ และเสียงลำโพงกระหึ่ม ให้เราได้อินกับเพลงต่างๆในหนังแบบเต็มๆ

       ใน Trolls ภาคนี้เล่าถึง ป็อบปี้ที่ขึ้นเป็นราชินีของเหล่าโทรลล์แล้ว และเธอต้องค้นพบในสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เผ่าพันธุ์ของโทรลล์ไม่ได้มีแค่เผ่าของเธอ แต่มีอาณาจักรใหญ่ๆถึง 6 แห่ง แบ่งออกตามประเภทของเพลงที่เหล่าโทรลล์ชื่นชอบ อย่างเผ่าของเธอคือเพลงป็อป ที่ชื่นชอบเพลงติดหู ร้องตามง่าย เผ่าอื่นๆประกอบไปด้วย โทรลล์เพลงคลาสสิก, โทรลล์เพลงเทคโน, โทรลล์เพลงคันทรี่, โทรลล์เพลงฟังค์ และสุดท้ายคือ โทรลล์เพลงร็อก แต่ปัญหาอยู่ที่เผ่านี้แหละ เมื่อราชินีเพลงร็อก คิดการไกล หวังจะทำลายเผ่าพันธุ์อื่นทั้งหมด และยึดให้เพลงร็อกเป็นเพลงแนวเดียวในโลกของโทรลล์ จึงกลายเป็นภารกิจของป็อบปี้ ที่จะหยุดแผนการนี้ เพราะเธอคิดว่าทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ แม้จะแตกต่างกัน

       โดยรวม Trolls World Tour สามารถรักษามาตรฐานความสนุกได้แทบจะเทียบเท่ากับภาพแรกเลย เริ่มจากในแง่ของการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม และยังคงแพรวพราวในลูกเล่น แม้งานภาพจากภายนอกจะดูเหมือนเป็นหนังเด็ก แต่ขอยืนยันว่าผู้ใหญ่สามารถเอ็นจอยกับหนังได้แบบ 100% มีสไตล์การเล่าเรื่องที่เก๋ไก๋และสร้างสรรค์สุดๆ หนังมาพร้อมกับมุกที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ และสร้างเสียงหัวเราะได้อย่างดีมากๆด้วย ถือว่าเป็นหนังภาคต่อที่ในแง่ของความสนุกและเส้นเรื่อง ไม่ได้ตกหล่นไปจากภาคก่อนเลย

       ไฮไลต์สำคัญของ Trolls World Tour คงหนีไม่พ้นเรื่องเพลง ในฐานะหนังที่ถูกเรียกว่า Jukebox Musical คือนำเอาเพลงดังมาเรียกต่อกันในการเล่าเรื่อง (แบบเดียวกับ Mamma Mia!) ภาคนี้ยังคงอันแน่นด้วยเพลงคุ้นหู และสร้างความเพลิดเพลินระหว่างชมได้อย่างดีงาม แต่ที่เจ๋งกว่าเดิมคือ ด้วยภาคแรกเล่าแค่มุมของเพลงป็อบ ทำให้อาจจะมีเพลงแนวเดียว แต่ภาคนี้ พอขยายเส้นเรื่องให้ได้พบเจอกับ โทรลล์ แนวเพลงต่างๆ ทำให้เราได้ยินทั้งเพลง EDM เพลงร็อก หรือแม้แต่เพลงคลาสสิกในหนัง ถูกนำมาผสมผสานกัน ทำเอาโยกตามตลอดทั้งเรื่องเลย ยิ่งในช่วงนี้ที่ไม่มีคอนเสิร์ต หนังเรื่องนี้ถือว่ามาเพื่อแก้ขัดได้ดี ทำให้ยิ่งตอกย้ำว่า เรื่องนี้ควรดูในโรง แบบลำโพงกระหึ่มมากๆ ดูผ่านมือถือ โอกาสฟังเพลงแบบเต็มหู อาจจะไม่เด็ดเท่าในโรง

       สรุปแล้ว Trolls World Tour คือแอนิเมชั่นภาคต่อที่ฟอร์มไม่ตกเลย ถ้าคุณชอบภาคแรก คุณจะเอ็นจอยกับภาคสองนี้อย่างแน่นอน ด้วยเส้นเรื่องที่สนุกเหมือนเดิม การเล่าเรื่องที่แพรวพราวเช่นเดิม บวกกับเพลงประกอบที่หลากหลายขึ้น มีสีสันมากยิ่งขึ้น แถมด้วย Message ในหนังที่เล่าอย่างตรงไปตรงมา แต่เข้าถึงผู้ชมได้อย่างเต็มๆ ใครมองหาหนังบันเทิงคลายเครียด ขอแนะนำเรื่องนี้เลย

(ให้ 8 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM