HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

          นี่คือตัวอย่างของหนังที่ปรับตามคำเรียกร้องของคนดูแล้วออกมาประสบความสำเร็จ หากย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ทางค่ายพาราเมาต์ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของ Sonic The Hedgehog ออกมา แต่เกิดกระแสในแง่ลบอย่างมาก เพราะตัวดีไซน์ของโซนิคในตัวอย่างนั้น ดูประหลาดตา จนคอหนังพากันกด Dislike และแสดงความไม่พอใจ ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจทุ่มเงินอีก5 ล้านเหรียญฯ แก้ไขงาน CG ตัวละครโซนิคใหม่ทั้งหมด จนกระทั่งออกมาน่ารักน่าชังแบบเดียวกับในวีดีโอเกมส์ต้นฉบับ ผลลัพภ์คือหนังสามารถเปิดตัวด้วยรายได้สุดสัปดาห์แรกมากถึง 70 ล้านเหรียญฯ ขึ้นแท่นหนังจากวีดีโอเกมส์ที่เปิดตัวแรงสุดตลอดกาล แซงหน้า Pokemon : Detective Pikachu เมื่อปีที่แล้ว และสามารถครองแชมป์ในตารางหนังทำเงินที่สหรัฐอเมริกาฯ นานถึง 2 สัปดาห์

          ต้นฉบับคือเกมส์ของค่าย SEGA ที่วางขายครั้งแรกเมื่อปี 1991 และปีนี้กลายเป็นหนังใหญ่ในแบบของ Live-Action ใช้ตัวละคร CG โซนิคผสมผสานกับคนแสดง เล่าเรื่องราวของโซนิค เม่นสายฟ้าที่ลี้ภัยมาจากดาวอื่น มาแฝงตัวอยู่ที่โลกมนุษย์ ในเมืองเล็กๆที่อเมริกา โซนิคใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ ด้วยพลังในการวิ่งที่ไวกว่าสายฟ้้า ทำให้เวลามันทำอะไรก็จะไม่เป็นที่สังเกตของคน ในขณะที่โซนิครู้จักทุกคนในเมือง เฝ้ามองชีวิตประจำวันของพวกเขา แต่พวกเขากลับไม่มีใครรู้จักโซนิคเลย สร้างความอ้างว้างให้กับมันอย่างมาก ด้วยความเสียใจทำให้วันหนึ่งโซนิคดันเผลอปล่อยพลังไฟฟ้า จนกระทั่งไฟดับทั้งโลก รัฐบาลสหรัฐฯจึงส่ง ดร.โรบอทนิก นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง (ซึ่งรับบทโดย จิม แคร์รี่) มาหาต้นตอ จนกระทั่งเจอโซนิค มันจึงต้องร่วมมือกับ ทอม นายตำรวจประจำเมือง (ซึ่งรับบทโดย เจมส์ มาร์เดน) บุคคลเดียวที่โซนิคไว้ใจ ในการช่วยเหลือและเอาตัวรอด จากการตามล่าครั้งนี้ และหนีกลับไปยังดาวของมันให้สำเร็จ

          ไม่แปลกใจเลย ที่ Sonic The Hedgehog จะประสบความสำเร็จ ทำเงินในอเมริกาได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าเกมส์ต้นฉบับ จะมีอายุเกือบ 30 ปีแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมอย่างมาก เป็นหนังประเภทที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย มีความครบรส มีทั้งฉากแอ็กชั่น ลุ้นตื่นเต้น ผจญภัย ไปจนถึงฉากตลกและฉากความอบอุ่น มิตรภาพระหว่างเพื่อน และระหว่างคนในครอบครัว ผู้กำกับสามารถปรุงหนังออกมาได้แบบกำลังพอดี ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่รู้สึกว่าน่าเบื่อหรือยาวนานจนเกิดไป

          หากมองอย่างละเอียด อันที่จริงแล้ว Sonic The Hedgehog หยิบเอาสูตรของหนังประเภท Road Trip มาครอบ ด้วยพล็อตที่ตัวละครนำ ต้องเดินทางจากเมืองเล็กๆไปยังซานฟรานซิสโก ทำให้ระหว่างทางได้เจอกับอะไรต่างๆนานา ช่วงเวลานี้เอง ที่เปิดโอกาสให้หนังได้ใส่ความสนุกแบบไม่คาดคิดเข้าไป ทำให้สองตัวละครนำอย่าง โซนิค และทอม ได้ศึกษาซึ่งกันและกัน และเพิ่มมิตรภาพระหว่างเพื่อน ซึ่งหนังเองก็หยิบเอาสูตรของหนังประเภทคู่หูต่างขั้วมาใส่ ช่วงแรกของหนังจึงเต็มไปด้วยบทสนทนาถึงความไม่ลงรอยกันของสองตัวละคร ก่อนจะเข้าขากันในที่สุด ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่คนดูชื่นชอบกันอยู่แล้ว

          แต่ไฮไลต์หลักจริงๆที่ทำให้หนัง Sonic The Hedgehog มีสีสันขั้นสุด ต้องยกให้ตัวละคร ดร.โรบอทนิก ตัวร้ายประจำเรื่องที่รับบทโดย นักแสดงตลกตลอดกาลอย่าง จิม แคร์รี่ ที่กลับมารับบทตลกแบบเพี้ยนๆ เน้นโอเวอร์แอคติ้งอีกครั้ง หลังจากห่างหายจากบทบาทสไตล์นี้ไปนาน (ไปเทเวลาให้กับหนังดราม่า) ใครที่เคยชื่นชอบแกจากความบ้าๆแบบที่ไม่มีใครเหมือน ในหนังอย่าง Ace Ventura, Liar Liar และ Bruce Almighty น่าจะหายคิดถึง เพราะเหมือนเราจะไม่ได้เห็นแกเล่นอะไรแบบนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว การกลับมาครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า จิม แคร์รี่ คือนักแสดงตลกที่หาตัวจับได้ยาก และคงไม่มีใครมาทดแทนได้

          โดยรวม Sonic The Hedgehog เป็นหนังที่ดูสนุกเรื่องนึงเลย มาพร้อมกับฉากแอ็กชั่นที่สนุกปนด้วยความฮา ด้วย Mood & Tone ที่ค่อนข้างสบายๆ หนังหยิบเอาเรื่องความเร็วของตัวละครโซนิคมาขยายต่อเป็นฉากที่น่าสนใจ แม้จะคล้ายกับใน X-Men กับ Justice League อยู่บ้าง (แต่ก็แอบหลีกเลี่ยงไม่ได้) ในแง่ของนักแสดง พระเอกอย่าง เจมส์ มาร์เดน อาจจะบทซ้ำๆกับเรื่องอื่นอยู่บ้าง (อาทิ หนัง Hop) แต่ก็เป็นการคัดเลือกดาราที่เหมาะสม ส่วนที่โดดเด่นออกมาเลยคือ จิม แคร์รี่ ที่กลับมารับบทบ้าๆบอๆขั้นสุด ตามสไตล์ที่เขาถนัดอีกครั้ง สร้างสีสันให้กับหนังได้อย่างดีเยี่ยม

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM