EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       เป็นเวลา 4 ปีหลังจากความสำเร็จของ Suicide Squad ที่กวาดรายได้อย่างงดงาม (แต่นักวิจารณ์สับแหลก) ในที่สุดหนังภาคแยกของตัวละคร ฮาร์ลีย์ ควินน์ แฟนสาวขวัญใจของโจ๊กเกอร์ ก็ได้มาขึ้นจอใหญ่เสียที ผ่านการผลักดันของ มาร์โก ร็อบบี้ นักแสดงสาวมากฝีมือที่เสนอโปรเจ็คดังกล่าวกับวอร์เนอร์ด้วยตัวเอง ผ่านทีมของเธอ เป็นเวลานานเกือบ 3 ปีในที่สุด Birds of Prey ก็เป็นจริงขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่มาร์โก ยืนยันคือมันจะไม่ใช่หนังเดี่ยวของฮาร์ลีย์ เพราะตัวละครเธอมักพูดกับคนอื่นเสมอ มันจึงกลายเป็นหนังพลังหญิงเรื่องใหม่ ที่หยิบเอาตัวละครหญิงมากมายในจักรวาลดีซีมาเป็นทีมนกผู้ล่า ผ่านการดูแลของ เคธี่ หยาน ที่กลายเป็นผู้กำกับหญิงชาวเอเชียคนแรก ที่ได้กุมบังเหียนโปรเจ็คหนังซูเปอร์ฮีโร่แบบนี้

       สำหรับ Birds of Prey จะเล่าเรื่องราวต่อจาก Suicide Squad เมื่อฮาร์ลีย์ ควินน์ เลิกรากับโจ๊กเกอร์ เธอก็ไม่มีใครคอยคุ้มครองอีกต่อไปแล้ว ทำให้อดีตคู่อริและเหล่าคนที่เธอเคยไปซ่าส์ด้วย กลับมาตามเช็คบิลแก้แค้นแถวยาวเหยียด แต่คนที่ดูเหมือนว่าเตรียมจะจองกฐินเธอมากที่สุดคือ โรมัน ซีโอนิส (รับบทโดย ยวน แม็คเกรเกอร์) มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในก็อตแธมที่ชอบฆ่าคนด้วยการถลกหนังหน้า บุคคลที่เคยมีเรื่องกับฮาร์ลีย์มาหลายต่อหลายครั้ง แต่เพื่อให้รอดพ้นจากการตามล่าครั้งนี้ ฮาร์ลีย์จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับกลุ่มหญิงที่ต่างมีความแปลกประหลาดในตัว ไม่ว่าจะเป็น คาสแซนดร้า เคน เด็กสาวที่ดันไปขโมยเพชรของโรมันมา และถูกตามล่าเช่นกัน, ฮันเตรส หญิงปริศนาที่กำลังตามไล่ล่าบุคคลรอบตัวของโรมัน, แบล็ค แคนนารี่ อดีตนักร้องในผับของโรมันที่หักหลังเขา และคนสุดท้ายคือ เรเน่ มอนทาย่า ตำรวจหญิงที่ไม่เติบโตในหน้าที่การงานเสียที เพราะมัวแต่คิดจะจับโรมัน ทำให้ตำรวจผู้ใหญ่ไม่โปรโมตเธอ พวกเขาจึงต้องร่วมมือกันเพื่อปลดแอกตัวเอง จากอำนาจของเขา

       โดยรวม Mood & Tone ของหนังไม่ต่างอะไรจากคาแร็คเตอร์ของฮาร์ลี่ย์ ควินน์ เมื่อเธอทั้งเป็นตัวเล่าเรื่องและตัวเดินเรื่อง ดังนั้นหนังจึงเต็มไปด้วยความเท่ห์ ผสมผสานกับความบ้า ยียวนกวนประสาทสไตล์ฮาร์ลี่ย์ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นไม่ซ้ำทางกับหนังเรื่องไหน แต่ชูเสน่ห์ของเธอได้เป็นอย่างดี เหมือนเราได้ดู Deadpool ผสมกับ John Wick แต่เป็นฉบับผู้หญิงเพี้ยนๆ กลิ่นอายของหนังจะเป็นแบบนั้น ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากสิ่งที่แฟนๆคาดหวังเอาไว้ ไฮไลต์หลักของหนังคงหนีไม่พ้นฉากแอ็กชั่น ที่ทั้งดุดัน ดุเดือด และกวนโอ๊ยใช่เล่น และด้วยความที่หนังตั้งใจจะสร้างให้เป็นเรท R ทำให้ฉากเหล่านี้สามารถโหดเลือดสาด และสะใจในแบบที่มันควรจะเป็น (ซึ่งหนังได้ผู้กำกับจาก John Wick ทั้งสามภาค มาช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย)

       แต่ปัญหาสำหรับ Birds of Prey เมื่อหนังพยายามจะเล่าให้เพี้ยนๆตามสไตล์ฮาร์ลี่ย์ ควินน์ บวกกับตัวละครนำที่ค่อนข้างมากมาย ทำให้เกิดความยุ่งเหยิงพอสมควร ซึ่งผู้กำกับไม่สามารถเกลี่ยบทและเชื่อมโยงแต่ละฉากได้สมูธมากพอ ยกตัวอย่าง The Gentlemen หนังของ กาย ริชชี่ ที่เข้าฉายสัปดาห์ก่อน ซึ่งเล่าเรื่องได้วุ่นวายไม่แพ้กัน แต่กลับดำเนินเรื่องค่อนข้างจังหวะลงตัว จนผู้ชมไม่รู้สึกว่ายุ่งเหยิงจนเกินไป โดยเฉพาะครึ่งแรกของหนังที่เป็นช่วงปูเรื่อง และต้องตัดสลับหลายช่วงเวลา หลายตัวละคร ไปมาบ่อยครั้งมากเกินความจำเป็น

       อันที่จริงแล้ว Birds of Prey มีองค์ประกอบเจ๋งๆเพียบ นอกจากฉากแอ็กชั่นที่เด็ด บทสนทนาที่กวนประสาทแล้ว ทุกตัวละครหลักในหนังล้วนมีสีสันแทบทุกตัว แต่หนังดึงเสน่ห์ของพวกเขาออกมาใช้น้อยจนเกินไป อย่างฮาร์ลี่ย์ ควินน์ เราคาดหวังให้บ้าและเพี้ยนได้มากกว่านี้ หรือแม้แต่แก๊งนกผู้ล่า ทุกตัวละครมีกิมมิคเก๋ๆทั้งนั้น แต่กลับไม่ขยี้ให้มากกว่านี้ ถ้าหนังสามารถไต่ระดับความแรง ความบ้า ความเพี้ยนได้มากกว่านี้อีก Birds of Prey จะกลายเป็นหนังจากคอมมิคสุดแซ่บแห่งปีได้ไม่ยากเลย

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM