EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็คที่ทิ้งช่วงห่างจากภาคก่อนหน้านี้อย่างยาวนาน เป็นเวลาถึง 17 ปีหลังจาก Bad Boys II (และห่างจากภาคแรกถึง 25 ปี) ในที่สุด Bad Boys ก็กลับมาขึ้นจอใหญ่อีกครั้งพร้อมกับสองนักแสดงนำคู่เดิม นั่นคือ มาร์ติน ลอว์เรนซ์ และ วิล สมิธ ภายใต้การโปรดิวซ์ของ เจอร์รี่ บรั๊คไฮเมอร์ ผู้อำนวยการสร้างมือทอง ที่คอหนังบู๊ยุค 80-90 จะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี มีเพียงบุคคลเดียวที่ไม่ได้กลับมาในที่นี้คือ ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับจากสองภาคแรก ที่ส่งไม้ต่อให้กับ อาร์ดีล เอล อัลบี และบีลัล ฟาลาห์ ผู้กำกับคู่หูชาวเบลเยี่ยม ที่ก้าวเข้ามาทำหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มโตเป็นครั้งแรก โดยในภาคนี้ นักสืบมาร์คัส (รับบทโดย มาร์ติน ลอว์เรนซ์) ต้องการที่จะวางมือหลังจากลูกสาวของเขาให้กำเนิดหลานชาย การเป็นคุณตา ทำให้มาร์คัสอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตรงข้ามกับคู่หูสุดบ้าระห่ำของเขาอย่าง นักสืบไมค์ (รับบทโดย วิล สมิธ) ที่อยากไล่ล่าคนร้ายต่อไป แต่แล้วอดีตของเขาก็ตามกลับมาหลอกหลอน เมื่อทายาทของแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก หมายหัวไมค์เพื่อแก้แค้น ทั้งมาร์คัสและไมค์ จึงต้องจับมือกันลุยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะวางมือจากการเป็นคู่หูขวางนรก

       สำหรับคอหนังที่เป็นแฟนคลับของ Bad Boys ทั้งสองภาคแรก การมาถึงของ Bad Boys For Life เปรียบเสมือนการกลับมาเจอเพื่อนสมัยเด็กๆอีกครั้ง ความทรงจำจากสมัยก่อนมาค่อยๆย้อนกลับมา เหมือนตอกย้ำกับเราว่า หนังแอ็คชั่นจากสมัยยุค 90 มันสนุกขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกหนังแนวตำรวจคู่หู ซึ่งปัจจุบันอาจจะหาดูได้ยากแล้ว เพราะเน้นไปทางหนังซูเปอร์ฮีโร่หรือหนังสายลับที่เน้นเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่หนังตำรวจคู่หูบ้านๆแบบนี้ ดูเหมือนจะเลือนหายไปกับเวลา พอนานๆทีได้ดูหนังแบบ Bad Boys For Life ก็ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่างจากหนังบู๊ในสมัยปัจจุบัน ซึ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบหนังประมาณนี้อยู่แล้ว น่าจะพึงพอใจภาคนี้อย่างง่ายดาย

       ข้อดีสำหรับ Bad Boys For Life ยังคงเป็นฉากแอ็กชั่นและมุกตลก สององค์ประกอบที่ชูรสมาโดยตลอดสำหรับแฟรนไชส์นี้ แม้ว่าไมเคิล เบย์จะไม่ได้กำกับเอง แต่เรายังเห็นกลิ่นอายสไตล์เขาในภาคนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มากมายนัก แต่ยังมีการเคลื่อนกล้อง หรือสไตล์แบบเขาแฝงอยู่เบาๆ ความวินาศสันตะโรอาจจะไม่พีคเท่าภาคสอง (ซึ่งใช้ทุนสร้างเยอะกว่า) แต่รับประกันว่า มีหลายซีนที่มันส์อ้าปากค้างแน่นอน ส่วนมุกตลกภาคนี้ มีความพีคและวายป่วงหลายฉากเลย ต้องขอบคุณเคมีที่เข้ากันขั้นสุดของสองนักแสดง ที่ทำให้ไม่ว่าจะรับส่งมุกอะไร ก็ดูลื่นไหลและไปด้วยกันได้แทบทั้งหมด

       ข้อเสียสำหรับภาคนี้ อาจจะเป็นช่วงครึ่งแรกที่ใช้เวลาในการปูเรื่องค่อนข้างนาน สำหรับแฟนๆที่ติดใจสไตล์ของเบย์ที่ลุยเลย อาจจะรู้สึกว่าช่วงพักหายใจระหว่างฉากบู๊นานไปนิด และพล็อตของภาคนี้ ค่อนข้างยุ่งเหยิงเกินความจำเป็นไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้หนังวุ่นวายแต่อย่างใด ภาพรวมยังถือว่าเป็นหนัง Bad Boys ที่ค่อนข้างน่าพอใจ และหยิบเอาประเด็นอายุที่มากขึ้นของตัวละครมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดี ในเมื่อตัวละครไม่ได้หนุ่มๆแบบเมื่อ 25 ปีที่แล้วอีกต่อไปแล้ว หนังก็มีการปรับคาแร็คเตอร์ของตัวละคร และปมบางอย่างให้เข้ากับวัย ซึ่งน่าสนใจพอสมควร

       โดยรวม Bad Boys For Life ยังคงเป็นหนังแอ็กชั่นเบาสมอง ที่โคตรสนุก ทั้งมันส์ทั้งฮา สร้างความบันเทิงได้อย่างดี แม้จะไม่เคยดูภาคก่อนๆมา ก็เชื่อว่าจะยังสนุกกับภาคนี้ได้ ส่วนใครที่เป็นแฟนๆของสองภาคแรก น่าจะยิ่งฟินที่ได้เห็นทั้ง มาร์ติน ลอว์เรนซ์ และวิล สมิธ กลับมาขึ้นจอคู่กันอีกครั้ง ถือว่าเป็นเคมีที่เข้ากันสุดๆ และทำเอาหายคิดถึงกันไปเลย

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM