HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ขึ้นแท่นภาพยนตร์ตัวเต็งรางวัลออสการ์ไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ 1917 ภาพยนตร์สงครามโลกครั้งที่ 1 ผลงานชิ้นล่าสุดของผู้กำกับ แซม เมนเดส (จาก American Beauty และ Skyfall) หลังจากที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า จากเวทีลูกโลกทองคำไปครอง ต่อด้วยหนังยอดเยี่ยมจากเวที Critics' Choice Awards ทำให้หนังขึ้นแท่นตัวเต็งออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้ ซึ่งภาพยนตร์เรื่ีองนี้ แซม เมนเดส ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างจากคุณปู่ของเขา ที่เล่าเรื่องราวของนายทหารสองคน กับภารกิจเสี่ยงตายฝ่าสมรภูมิรบ เพื่อนำสารยกเลิกการโจมตีข้าศึกไปมอบให้ เพราะผู้บังคับบัญชาเชื่อว่า นี่คือกับดัก ถ้านายทหารทั้ง 2 นายไปส่งสารไม่สำเร็จหรือไม่ทันเวลา ชีวิตของทหาร 1,600 รายจะตกอยู่ในอันตราย ซึ่งนั่นรวมถึงพี่ชายของ 1 ใน 2 ทหารดังกล่าวด้วย นี่จึงเป็นภารกิจที่พวกเขาต้องทำแข่งกับเวลา ฝ่าแดนศัตรูเพื่อช่วยชีวิตคนนับพัน มิฉะนั้นอาจจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ก็เป็นอันได้

สิ่งที่ทำให้ 1917 ฮือฮาไปทั่วฮอลลีวู้ดตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างหนังแรกออกมานั้น คือการที่หนังประกาศว่า จะเล่าเรื่องแบบ One Continuous Shot หรือเล่าเหมือนช็อตเดียวตั้งแต่ต้นจนกระทั่งหนังจบ โดยที่ไม่มีการตัดต่อเลย การถ่ายทำจึงเกิดขึ้นแบบLong Takes คือถ่ายแต่ละฉากยาวต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ก็มีการคัตและตัดต่อนั่นแหละ แต่หนังพยายามจะทำให้เนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัดต่อให้น้อยสุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านการถ่ายทำของผู้กำกับภาพขั้นเทพอย่าง โรเจอร์ ดีกิ้นส์ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Blade Runner 2049 ที่มีผลงานอันยอดเยี่ยมเพียบ อาทิ Sicario, The Shawshank Redemptionsและเคยร่วมงานกับ แซม เมนเดส มาแล้วใน Skyfall และ Revolutionary Road

       แม้ว่าเส้นเรื่องจะไม่สลับซับซ้อน แต่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม 1917 ถึงเดินหน้าคว้ารางวัลอย่างต่อเนื่องและชนะใจคอหนังไปแบบเต็มๆ เพราะมันเป็นหนังที่งานสร้างมาพร้อมกับความทะเยอทะยานขั้นสูงสุด ทุกฉาก ทุกเฟรมที่เกิดขึ้นในหนัง ล้วนเกิดจากความพยายามของทุกฝ่าย และต้องเตรียมความพร้อมอย่างมาก เพราะการถ่ายทำมันต้องเป็นแบบลองเทค ดังนั้นไม่ว่าจะผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน นักแสดงพูดผิด อุปกรณ์ประกอบฉากไม่ทำงาน กล้องเคลื่อนผิดจังหวะ ทุกอย่างจะต้องหยุดและเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด และความยากของ 1917 เป็นขั้นโหดยิ่งกว่า Birdman ที่ส่วนใหญ่เรื่องราวจะเกิดขึ้นในโรงละคร แต่เรื่องนี้มันคือสมรภูมิรบ ท่ามกลางบรรยากาศสงคราม ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ทั้งดินฟ้าอากาศ ดังนั้นทุกสิ่งที่ปรากฏบนจอของ 1917 จึงดูพิเศษไปเสียหมด ตลอดเวลาที่ดูจึงเกิดอาการอ้าปากค้าง และสงสัยตลอดเวลาว่าเคลื่อนกล้องกันอย่างไร ทำไมถึงได้สมูธขนาดนี้ กลายเป็นหนังไม่กี่เรื่อง ที่เชื่อว่า การชมเบื้องหลังการถ่ายทำ น่าจะน่าตื่นเต้นไม่แพ้กับการดูหนังจริงๆ เลยทีเดียว

       บุคคลที่ต้องกราบงามๆเป็นพิเศษ นอกจาก แซม เมนเดส ผู้กำกับและโรเจอร์ ดีกิ้นส์ ผู้กำกับภาพแล้ว คงหนีไม่พ้นสองนักแสดงนำอย่าง จอร์จ แม็คเคย์ และดีน ชาร์ล-แชปแมน ที่แทบจะแบกหนังทั้งเรื่องไว้สองคน เพราะตลอดเวลาของหนังกล้องจะต้องเคลื่อนตามนักแสดงทั้งสองคนนี้ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องจำบทให้ได้ และถ่ายทอดอย่างถึงอารมณ์แล้ว คิวการเดิน การวิ่ง การปีนป่าย ทุกอย่างจะต้องแม่น 100% ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับอาชีพนักแสดง ไม่ว่าจะใครก็ตาม แต่ทั้งคู่สามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้คอหนังยังสนุกกับการได้เห็นนักแสดงดัง มาปรากฏตัวกันคนละฉากสองฉาก ไม่ว่าจะเป็น โคลิน เฟิร์ธ, เบเนดิกท์ คัมเบอร์แบชต์, มาร์ค สตรอง และริชาร์ด แมดเด่น โผล่มาให้ลุ้นกันว่าพวกเขาจะมาตอนไหน และจะมาในบทบาทอะไร

 

       สิ่งที่เซอร์ไพรสเกินคาดสำหรับ 1917 คือการบิ้วอารมณ์ผู้ชม เพราะคอหนังเดินเข้าไปดูด้วยความคาดหวังว่างานสร้างจะต้องเทพอย่างแน่นอน ซึ่งก็สมหวังเช่นนั้น แต่สิ่งที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะทำได้ดีไม่แพ้กัน คือความ Emotional ของหนัง หลายฉากบีบอารมณ์อย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่เราตื่นตากับงานสร้าง ผู้ชมก็สามารถอินไปกับเรื่องราวด้วย หลายซีนถูกถ่ายทอดออกมาราวกับบทกวี บทสนทนาที่งดงามช่างเข้ากับภาพที่ปรากฏบนจอ ทำให้ 1917 ไม่ใช่แค่หนังสงครามที่จะโชว์อ็อฟเทคนิคการสร้างเท่านั้น แต่ในแง่ของสคริป ก็ลงลึกถึงอารมณ์ และได้เห็นพัฒนาการของตัวละครอีกด้วย

       สรุปแล้ว 1917 คือปรากฏการณ์อย่างแท้จริงสำหรับภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้เห็นหนังที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นนวัตกรรมเช่นนี้ เป็นหนังที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆในงานสร้าง ท้าทายทั้งผู้สร้างและท้าทายผู้ชม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่หลงลืมสิ่งที่สำคัญมากที่สุด หัวใจของภาพยนตร์นั่นคือบท ที่เข้าถึงอารมณ์และถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ได้อย่างดีงาม ท้ายที่สุดไม่ว่า 1917 จะสามารถคว้ารางวัลใหญ่สุดของออสการ์ได้หรือไม่ แต่หนังจะถูกจดจำในฐานะก้าวที่สำคัญของวงการภาพยนตร์อย่างแน่นอน (และคุณไม่ควรพลาดชมในโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับ IMAX จอยักษ์)

(ให้ 10 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM