EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       นี่คือผลงานแอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจากค่าย Blue Sky ในสังกัดของฟ็อกซ์ (ซึ่งปัจจุบันตกเป็นของดิสนีย์แล้ว) สำหรับผลงานค่ายนี้ส่วนใหญ่ เน้นไปทางเอาฮาเป็นหลัก แต่ก็มีปมให้ประทับใจ และตัวละครได้เติบโตขึ้น เห็นได้จากงานชิ้นก่อนๆอย่างIce Age, Rio, Epic และ Ferdinand ซึ่ง Spies In Disguise ก็มีส่วนที่ใกล้เคียงกับเหล่าบรรดาหนังที่กล่าวมา ซึ่งนอกจาก Ice Age แล้ว ส่วนใหญ่หนังยังไม่เป็นที่จดจำของบรรดาคอหนังเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะการออกแบบตัวละครที่ไม่ได้มีเอกลักษณ์อะไรมากนัก เช่นเดียวกับหนังเรื่องล่าสุด ที่คาแร็คเตอร์นำในหนังแทบจะถอดแบบมาจากนักแสดงที่พากย์เสียงหลักทั้งสองคน นั่นคือ วิล สมิธ และ ทอม ฮอลแลนด์ นั่นเอง

       หนังเล่าเรื่องราวของ แลนซ์ สเตอร์ลิ่ง สุดยอดสายลับที่ถอดแบบรูปลักษณ์ภายนอกมาจาก วิล สมิธ เป๊ะๆ ทุกภารกิจของเขาล้วนประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของผู้คนในองค์กร แต่แอบขัดใจหัวหน้าอยู่บ้าง เพราะแลนซ์ชอบทำงานคนเดี่ยว ไม่ชอบการทำงานแบบทีม แต่แล้ว ความซวยก็เกิดขึ้นกับเขา เมื่อมีคนร้ายดันปลอมหน้าตาเป็นเขาขโมยอุปกรณ์อาวุธชิ้นสำคัญไป ทำให้เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย และต้องหลบหนีเพื่อพิสูจน์ตัวเอง บุคคลเดียวที่จะช่วยเหลือเขาได้คือ วอลเตอร์ เบ็คเก็ตต์ เด็กหนุ่มสุดเนิร์ด ผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์ไฮเท็คมากมาย เขาคือความหวังเดียวของแลนซ์ในการปลอมแปลงตัวเพื่อหลบหนี แต่ด้วยความผิดพลาด ทำให้แลนซ์ดื่มยาแปลงกายที่ยังไม่มียาแก้เข้าไป ทำให้เขากลาบเป็นนกพิราบโดยไม่ได้ตั้งใจ จึงกลายเป็นภารกิจของแลนซ์และวอลเตอร์ ในการปราบเหล่าร้ายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสุดยอดสายลับ รวมถึงหาทางแก้ไข ให้แลนซ์กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์อีกครั้ง

       จากพล็อตจะเห็นได้ว่า หนังเปิดโอกาสให้ผู้สร้างได้ยัดมุกตลกมากมาย เมื่อสุดยอดสายลับ ต้องกลายร่างจากมนุษย์เป็นนกพิราบอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่หนังกลับใช้ประโยชน์จากตรงนี้ไม่มากพอ พอถึงจุดที่จะต้องตลก กลับไม่ฮามากมายอย่างที่คิด อันที่จริงหนังก็ยังมีจุดสนุกสนานมากมาย แต่ยังไม่มากพอ เมื่อเทียบกับหนังแอนิเมชั่นสายฮา หรือแม้แต่ Ice Age ของทางค่ายเอง เรื่องนี้ก็ถือว่ายังไม่ได้ขำเท่าเรื่องดังกล่าว แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส กลับกลายเป็นช่วงองค์สุดท้ายของหนัง แม้ว่าช่วงกลางอาจจะไม่ได้ขำหนัก แต่ช่วงท้ายหนังกลับบิ้วความเข้มข้นของฉากไคลแม็กซ์ได้ดี หนังมาพร้อมกับฉากต่อสู้ที่สเกลใหญ่โตในระดับน่าพอใจ รวมถึงสามารถขยี้ปมของตัวละครได้เข้มเกินคาด จนนำมาสู่ฉากชวนประทับใจ ที่ดีกว่าที่คาดไว้ นำไปสู่บทสรุปที่น่าพอใจ แม้ว่าช่วงแรกอาจจะไม่ได้สนุกในระดับเดียวกัน

       ถือว่าหนังได้ใช้ประโยชน์จากคาแร็คเตอร์ของทั้ง วิล สมิธ และทอม ฮอลแลนด์ อย่างน่าพอใจ เหมือนเราได้ดู วิล สมิธ เล่นหนังเรื่องนี้ไปด้วย เช่นเดียวกับตัวละครวอลเตอร์ของ ทอม ก็มีความคล้ายคลังกับ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เป็นตัวห่วยที่ไม่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง และเขาต้องพิสูจน์ตัวเอง ในขณะที่ตัวละคร วอลเตอร์ ก็เป็นตัวละครที่มีอีโก้ในตัว มีกำแพงบางอย่าง แต่เมื่อทั้งคู่ได้มาเจอกัน และร่วมงานกัน ก็ทำให้แต่ละคนได้เติบโตขึ้นในทางของตัวเอง ซึ่งหนังทำได้ดีในจุดนี้ แม้จะค่อนข้างผิวเผิน แต่ก็ถือว่าเราได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ในระดับที่น่าพอใจ สำหรับหนังแอนิเมชั่นดูง่ายๆเรื่องนี้

       งานสร้างภาพรวม ถือว่าเป็นแอนิเมชั่นที่เน้นสีสันสดใส สไตล์เดียวกับผลงานชิ้นก่อนๆของค่ายอย่าง Rio และ Ferdinand แม้การสร้างตัวละครจะไม่ได้ดูละเอียดอะไรมากนัก แต่ในแง่ของฉาก จะเห็นว่าหลายซีนทำได้ดี ยิ่งซีนที่มีทะเลเข้ามาเกี่ยวข้อง จะได้เห็นงานภาพที่สวยกว่ามาตรฐานของค่ายนี้อยู่ แต่โดยรวมอาจจะยังไม่หวือหวาหรือแปลกตาเท่าไหร่ ส่วนอีกหนึ่งพาร์ทที่น่าจดจำ คือเพลงประกอบและดนตรีประกอบ ที่บิ้วอารมณ์ร่วมในหนังค่อนข้างดี และโดดเด่นกว่าหลายๆองค์ประกอบในหนัง

       สรุปแล้ว Spies In Disguise ถือเป็นหนังแอนิเมชั่นที่ดูง่าย ย่อยง่าย ไม่ได้มีอะไรมากนัก แม้ว่าพล็อตจะเอื้อให้ขยี้มุกได้มากมาย แต่หนังกลับเล่นท่ามาตรฐานไปนิด ยังไม่ได้ฮาขีดสุดแบบที่ควรจะเป็น แต่กลับทำได้ดี ในฉากแอ็กชั่นและฉากชวนประทับใจ นอกจากนี้หนังเลือกจะใช้เสน่ห์ของ วิล สมิธ และทอม ฮอลแลนด์ มากพอสมควร ทำให้ดูเป็นหนังที่ใช้ดาราแบกภาพรวม มากกว่าบทภาพยนตร์ ใครที่เป็นแฟนของค่ายนี้ รวมถึงนักแสดงทั้งสองคน อาจจะชื่นชอบหนังเรื่องนี้มากกว่าคอหนังทั่วไป

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM