EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ถ้ากล่าวสั้นๆว่า นี่คือหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ผลงานล่าสุดของ ไมเคิล เบย์ ที่นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ ซึ่งทุ่มทุนมหาศาลถึง 150 ล้านเหรียญฯ ใครจะเป็นคิดว่ามันจะเป็นผลงานล่าสุดของ Netflix เพราะถ้าเป็นหนังเข้าฉายโรง มันจะต้องกวาดเงินถล่มทลายอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ The Irishman ที่ทุ่มทุนสร้างไปถึง 175 ล้านเหรียญฯ นี่คือหนังฟอร์มมหึมาอีกเรื่องที่ Netflix ทุ่มทุนสร้างและส่งสัญญาณว่า จะไม่มีการถอยหลังแน่นอน หลังโดนครหามานานว่า หนัง Netflix ไม่ค่อยได้เรื่อง ดูเป็นหนังแผ่น ฯลฯ การมาถึงของ 6 Underground อาจจะเป็นการพิสูจน์ว่า ฉันไม่ได้ธรรมดา และเชื่อว่าเมื่อคอหนังหลายๆคนที่ดูเรื่องนี้แล้ว จะต้องเสียดายที่มันไม่ได้ฉายในโรงแน่นอน เพราะด้วยงานโปรดักชั่นต่างๆ มันเหมาะกับการขึ้นจอยักษ์มากๆ

       หนังเล่าเรื่องราวของกลุ่มคนที่แกล้งตายเพื่อสามารถปฏิบัติภารกิจบางอย่างได้อย่างสะดวก นำทีมโดย วัน (นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์อดีตมหาเศรษฐีที่แกล้งทำเป็นเสียชีวิต เพื่อวางแผนโค่นล้มเผด็จการในประเทศเตอร์กิสถาน ซึ่งตัวเขาเองเคยประสบเหตุเห็นผู้บริสุทธิ์ตายต่อหน้าต่อตา จากการใช้อาวุธอย่างไม่แคร์ประชาชนของผู้นำ เขาค่อยๆรวบรวมทีมคนเก่งขึ้นมา เพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ โดยทุกคนมีปมในอดีตถึงความอยุติธรรมของสังคม และอยากทำบางอย่างเพื่อความถูกต้อง โดยแต่ละคนต้องแกล้งตาย และลบประวัติตัวเองให้หมด แล้วใช้นามแฝงเป็นตัวเลข อาทิ พระเอกเป็นหัวหน้าทีม จึงถูกเรียกว่า วัน(หรือเลขหนึ่งนั่นเองคนอื่นๆก็จะเป็น ทู ทรี โฟร์ ตามลำดับ

       ไรอัน เรย์โนลด์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือหนังไมเคิล เบย์ ที่ดูจะไมเคิล เบย์มากที่สุด ซึ่งไม่เกินความจริงเลย เพราะผู้กำกับคนนี้มีสไตล์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำฉากแอ็กชั่นที่วินาศสันตะโรขั้นสุด เน้นความสวยงาม เวลามีฉากระเบิดก็จะสโลว์โมชั่นอย่างงดงาม พร้อมด้วยสไตล์การตัดต่อที่รวดเร็วฉับไว ทำเอาผู้ชมดูกันแทบจะไม่ทันเลยทีเดียว หนังเรื่องนี้มีทุกองค์ประกอบที่แฟนหนังแอ็กชั่นชื่นชอบจากหนังของเขาอย่างครบถ้วน เป็นหนังที่ให้อารมณ์อะดรีนาลีนพุ่งพรวดตลอดการชมอย่างแน่นอน

       ไฮไลต์สุดของ 6 Underground ที่มีฉากแอ็กชั่นใหญ่ๆทั้งหมด ซีน ประกอบด้วยฉากขับรถไล่ล่าช่วงต้นเรื่องในอิตาลี ต่อด้วยฉากปฏิบัติการจารกรรมบนตึกสูงในฮ่องกง และฉากไคลแม็กซ์ช่วงท้ายที่ เตอร์กิสถาน (แต่ถ่ายทำใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตทั้ง ซีนนี้ล้วนเทพทั้งสิ้น เป็นการแอ็กชั่นโปรดักชั่นใหญ่โต ที่บิ้วอารมณ์ผู้ชมได้อย่างดี ทำให้รู้สึกตื่นเต้น และอารมณ์พุ่งพรวดตลอดเวลา โดยเฉพาะระดับความวินาศสันตะโร ที่ตัวไมเคิล เบย์เอง มองแล้วว่าบรรทัดฐานของตัวเองสูงมาก ดังนั้นเขาจึงต้องใส่ความว้าวหรือความแปลกใหม่ ให้กับฉากบู๊ของเขาอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะฉากขับรถไล่ล่ากันซีนแรกที่มีความยาวถึง 20 นาที ชวนตื่นเต้นอย่างมาก

      ในขณะเดียวกัน 6 Underground มีความเป็นหนังไรอัน เรย์โนลด์ พอๆกับหนัง ไมเคิล เบย์ เพราะหนังเต็มไปด้วยบทสนทนาที่ยียวนกวนประสาทแบบเดียวกับ Deadpool เป็นหนังแอ็กชั่นที่เคลือบด้วยไดอะล็อกสุดกวนแบบที่แฟนๆของพระเอกคนนี้ชื่นชอบ การกัดกันของตัวละคร การหยิบเอาหนังดังหรือเพลงดังมาแซวตลอดทั้งเรื่อง จึงเพิ่มเสน่ห์ให้กับหนังพอสมควร (ถ้าเป็นหนังไมเคิล เบย์ ทั่วไปในยุคหลังๆ บทสนทนาจะแอบจืดกว่านี้โดยนอกจากความตลกที่ใส่เข้ามาแล้ว อีกอย่างที่เพิ่มเสน่ห์และสร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนังเป็นอย่างดี คือเพลงประกอบหนัง ที่แต่ละฉาก โดยเฉพาะฉากแอ็กชั่นเลือกเพลงมาได้สุดยอดมาก

       โดยรวม 6 Underground ถือว่าเป็นหนัง ไมเคิล เบย์ ที่สนุกและลงตัวสุดในยุคหลังๆ นับตั้งแต่ Transformers ภาคแรกเลยทีเดียว แต่ยังแอบไม่เด็ดเท่ายุคแรกๆอย่าง The Rock, Armageddon ภาพรวมถือว่าหนังสนุกมาก เดินเรื่องไวมาก จนอาจจะทำให้งงนิดๆด้วย เพราะมีการตัดสลับอดีตกับปัจจุบันค่อนข้างเยอะ ฉากแอ็กชั่นถือว่าเด็ดและน่าจดจำพอสมควร ใครที่มี Netflix ลองชมกัน เลือกดูในจอใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพิื่อให้อรรถรสของหนังออกมามากที่สุด

 

(ให้ คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM