HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       เข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปีคงหนีไม่พ้นหนังฟีลกู้ดในบรรยากาศของคริสต์มาส ซึ่งปีนี้ก็มี Last Christmas หนังที่ชื่อดูจะคุ้นหู เพราะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงดังของ Wham! นั่นเอง กลายมาเป็นบทภาพยนตร์จากปลายปากกาของ เอ็มม่า ธอมป์สัน นักแสดงรุ่นใหญ่จาก Harry Potter และ Love Actually ที่ทั้งอำนวยการสร้างหนังเรื่องนี้เอง และร่วมแสดงในบทของแม่นางเอกอีกด้วย โดยหนังเล่าเรื่องราวของ เคท (รับบทโดย เอมิเลีย คลาร์ก นางเอก Game of Thrones) หญิงสาวนิสัยป้ำๆเป๋อๆที่ต้องสวมชุดเอล์ฟตลอดทั้งปีเพื่อทำงานในร้านขายของขวัญคริสต์มาส ที่ดูแลโดย ซานต้า (รับบทโดย มิเชลล์ โหย่ว) หญิงเอเชียนิสัยดุ ที่ต้องคอยรับมือกับความผิดพลาดของลูกน้อง ที่กลับมาทำงานหลังจากผ่าตัดครั้งใหญ่และดูจะนิสัยไม่เหมือนเดิม เคทมีความฝันอยากจะเป็นนักร้อง อยากแสดงในละครเพลงแต่ดูเหมือนฝันจะไม่เป็นจริงเสียที ชีวิตเธอแทบจะมีปัญหาในทุกมุม รวมถึงกับครอบครัวของเธอ ที่เธอพยายามจะหลบหน้า จนกระทั่งได้มาเจอกับ ทอม (รับบทโดย เฮนรี่ โกลด์ดิ้ง พระเอกจาก Crazy Rich Asians) หนุ่มหล่อท่าทางแปลกๆที่เธอบังเอิญเจอที่หน้าร้าน โดยทอมตกหลุมรักเคททันทีที่เห็น และพยายามจะชวนเธอไปออกเดทด้วยกัน

       ดูแบบผิวเผิน Last Christmas ก็เหมือนจะเป็นหนังคริสต์มาสทั่วๆไป ที่เริ่มต้นด้วยตัวละครที่กำลังประสบปัญหา และจบลงอย่างมีความสุข เพราะตัวละครได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง และด้วยมนต์เสน่ห์ของคริสต์มาส ทำให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี หนังเองก็มีโครงประมาณนั้นอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ Last Christmas แตกต่างไปจากหนังเรื่องอื่นๆ ที่ตัวไอเดียบางอย่าง ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ในรีวิว เพราะจะเป็นการสปอยล์ แต่ไอเดียที่ว่านี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง Last Christmas ของ Wham! นั้น ดูจะจำเจ และยังไม่เวิร์คเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยบทภาพยนตร์ที่อาจจะยังไม่แข็งแรงพอ และโน้มน้าวผู้ชมมากพอ ที่จะอินไปกับตัวละคร และเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ พอไอเดียหนักตัวนี้ของหนังไม่ทำงานกับคนดูเท่าที่ควร กลายเป็นว่าตัวหนังเอง เลยค่อนข้างเบาไปโดยปริยาย

       อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับ Last Christmas คือหนังเป็นหนังที่มีเจตนาที่ดี ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ที่พบเจออยู่เสมอในหนังคริสต์มาส ไม่ว่าจะเลือกชมเรื่องไหน จะเล่าเรื่องได้อย่างลงตัวหรือไม่ ผู้ชมย่อมได้รับความสุขและความอิ่มเอมอยู่เสมอ ในเรื่องนี้ก็เช่นกัน หนังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอวลด้วยความสุข นอกจากนี้ หนังยังมีมุกตลกที่เวิร์กพอสมควร ตามสไตล์ของผู้กำกับ พอล ฟีก ซึ่งเป็นเจ้าพ่อหนังตลกผู้หญิง จากทั้ง Bridesmaids, The Heat และ Spy ซึ่งต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ฮาเอาเป็นเอาตายแบบผลงานชิ้นก่อนๆ แต่ก็ถือว่ามีมุกตลกที่เวิร์กมาก และสร้างเสียงหัวเราะมากๆ ถูกวางไว้ในหนังพอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนี้ การที่นางเอกชื่นชอบเพลงของ จอร์จ ไมเคิล มากๆ ทำให้หนังวางเพลงดังของศิลปินในตำนานคนนี้ไว้พอสมควร เรียกว่ามาฟังให้หายคิดถึงกันไปเลย

       ในด้านของการแสดง นอกจากซีรีส์ Game of Thrones แล้ว แอบคิดว่า เอมิเลีย คลาร์ก มักจะได้บทบาทประมาณนี้อยู่เสมอ คือหญิงสาวที่ไม่ค่อยมั่นใจมากนัก มีความเป๋อๆ แบบเดียวกับใน Me Before You และสุดท้ายตัวละครก็เติบโตขึ้น แม้บทอาจจะซ้ำ แต่เธอก็ยังคงมีเสน่ห์ในหนังเรื่องนี้ แถมที่ดีสุดคือ เคมีระหว่างเธอกับพระเอกอย่าง เฮนรี่ โกลด์ดิ้ง ถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว แม้บทของเขาจะดูหล่อๆเท่ห์ๆ และไม่ได้แสดงอะไรมากมายก็ตาม นอกจากนี้ ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นสองนักแสดงรุ่นใหญ่ อย่าง เอ็มม่า ธอมป์สัน ในบทแม่ของนางเอก ที่เล่นได้ดีตามมาตรฐาน แต่ที่โดดเด่นสุดคือบทเจ้านายนางเอกของ มิเชลล์ โหย่ว ซึ่งเรื่องนี้เธอเล่นฮาหน้าตายมากๆ แตกต่างจากคาแร็คเตอร์ในหนังส่วนใหญ่ที่เธอเล่น ดูแปลกแตกต่างดี

       โดยรวม Last Christmas ถือว่าเป็นหนังฟีลกู้ดดูเพลินๆได้หนึ่งเรื่อง มาพร้อมกับไอเดียบางอย่าง (ซึ่งเผยไม่ได้) ที่ยังไม่เวิร์กเท่าไหร่นัก สำหรับคนที่ดูหนังมาบ่อยๆอาจจะเดาทางได้ไม่ยาก แต่อย่างไรก็ตาม หนังก็ยังมีองค์ประกอบที่โอเคอยู่หลายอย่าง ทั้งการแสดงที่มีเสน่ห์ และมุกตลกที่เรียกรอยยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง อย่างน้อยได้เข้าไปฟังเพลง Last Christmas ในหลากหลายเวอร์ชั่นก็อิ่มเอมแล้ว

(ให้ 7 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM