EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้เห็น ละครทีวี ซีรีส์ หรือซิทคอม ถูกนำมาต่อยอดเรื่องราว สร้างเป็นฉบับภาพยนตร์ เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งตัวบทเองที่ต้องมั่นใจว่า สามารถถูกเล่าต่อในแบบภาพยนตร์ได้ ที่มักจะต้องขยายความและเล่าให้จบอย่างสมบูรณ์ภายใน ชั่วโมง รวมถึงต้องมั่นใจว่า ละครหรือซีรีส์เรื่องนี้ จะต้องมีแฟนประจำมากพอ ที่จะยอมควักเงินซื้อตั๋วออกมาดู ต่างจากฉบับจอทีวีที่ใครๆก็สามารถดูฟรีได้ ดังนั้น ซีรีส์ฝรั่งที่กลายร่างมาเป็นหนังใหญ่นั้น จึงมีเพียงหยิบมือ อาทิ The X-Files, Sex and the City, The Simpson และล่าสุดคือ Downton Abbey ส่วนของไทยเอง เรียกว่ามีน้อยยิ่งกว่า เพราะส่วนใหญ่จะเป็นละครที่จบเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว นานๆถึงจะมีซีรีส์ที่เรื่องราวสามารถต่อยอดให้เล่าต่อไปได้ ซึ่ง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ คือหนึ่งในนั้น

       การที่ค่ายหนังอารมณ์ดีอย่าง จีดีเอช เลือกที่จะหยิบเอา ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ มาพัฒนาต่อเป็นฉบับหนังใหญ่นั้น แสดงว่าต้องมีความมั่นใจพอสมควร และเรื่องราวที่เลือกจะเล่านั้น น่าสนใจจริงๆและสามารถดึงดูดผู้ชมที่มากกว่าแฟนคลับของไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์เข้ามาดูหนังได้ โดยในฉบับหนังใหญ่นั้น เล่าเรื่องราวต่อเนื่องมาจาก ซีซั่นที่ เมื่อ กอล์ฟ (รับบทโดย ปิงปอง ธงชัยกระเทยร่างยักษ์ผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นช่างแต่งหน้า ได้เจอกับ เคที่ (รับบทโดย ชมพู่ อารยาซูเปอร์สตาร์สุดเพอร์เฟ็ค แต่แล้วกอล์ฟกลับทำให้เคที่ได้รับบาดเจ็บด้วยอุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เคที่ไม่สามารถไปถ่ายงานโฆษณาตามที่ตกลงไว้กับลูกค้าได้ และอาจเสี่ยงถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายระดับ 50 ล้านบาท ทำให้กอล์ฟ ต้องหันไปปรึกษาแก๊งเพื่อนซี้อย่าง กัส (รับบทโดย เพชร เผ่าเพชร), คิม (รับบทโดย เต๋อ รัฐนันท์และแน้ตตี้ (รับบทโดย พีค ภัทรศยาและผลก็คือว่า พวกเขาตัดสินใจ ชวนเจ๊น้ำ (ซึ่งก็รับบทโดย ชมพู่ อารยา เช่นกันแม่ค้าขายแกงกะหรี่ปากจัด ที่ไปทำศัลยกรรมจนเบ้าหน้าเหมือน เคที่ มาปลอมตัว เพื่อหลอกเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่ภารกิจปั้นดินให้เป็นดาวนี้ จะประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องติดตาม

       เป้าหมายหลัก ของผู้ชมที่เลือกเข้าไปดู ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ในฐานะหนังตลกก็คงหนีไม่พ้นที่จะคาดหวังความฮาจากหนังเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว สำหรับผู้เขียนเองค่อนข้างหัวเราะกับมุกตลกในหนัง ประมาณ 70-80% เช่นเดียวกับซีรี่ส์ มุกส่วนใหญ่ในหนังเรื่องนี้ จะประกอบไปด้วย มุกสถานการณ์ ซึ่งน่าจะเวิร์คกับคนส่วนใหญ่คล้ายๆกัน เพราะสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย อาทิ มุกซิกเนเจอร์ของซีรีส์อย่างมุกอีแหนดปวดขี้บนรถ ซึ่งในฉบับหนัง(ที่น่าจะเห็นในตัวอย่างกันไปแล้วถูกยกระดับมุกและหยิบมาเล่นอีกครั้ง เป็นอีแหนดปวดขี้บนเครื่องบิน ในขณะที่สถานการณ์หลักของเรื่อง คือภารกิจปลอมตัวเจ๊น้ำเป็นเคที่ เปิดโอกาสให้หนังสามารถใส่ความฮาในตรงนี้ได้เยอะมาก และมุกตลกส่วนใหญ่ที่เวิร์กก็มาจากส่วนนี้เช่นกัน ในขณะที่มุกตลกอีกจำนวนมาก เป็นตลกเสียดสี ตลกล้อเลียน ที่ถูกใส่รายละเอียดไว้ในบทสนทนา มีการหยิบยกเอาวัฒนธรรมป็อบ มาอ้างอิง ซึ่งส่วนนี้ ผู้ชมที่จะขำนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องรู้จัก หรือมีประสบการณ์ร่วมแบบเดียวกับตัวละคร มิฉะนั้นอาจจะไม่ขำไปกับเขาด้วย

       ไฮไลต์สำคัญของ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค คงหนีไม่พ้นการแสดงของ ชมพู่ อารยา ที่เล่นแบบถวายตัว เราเห็นแม่เล่นดราม่าได้สุดมามากมายแล้ว แต่คงไม่เคยเห็น ชมพู่ อารยา เล่นตลกได้ถึงเบอร์นี้ เพราะมันไม่ใช่บทตลกแบบที่เล่นง่ายเลย ชมพู่ แทบจะต้องเปลี่ยนบุคลิกและสร้างคาแร็คเตอร์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งงานนี้เป็นบุญตาผู้ชมมาก เพราะถ้าไม่ใช่หนังเรื่องนี้ เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นเธอเล่นบททั้งบ้าน และบ้อบาได้ถึงเบอร์นี้ จัดหนักทั้งท่าทางและน้ำเสียง จนแทบลบความเป็นนางพญาของเธอไปจนหมดสิ้น สำหรับแก๊งตุ๊ดซี่ส์ และดี้ทั้ง คน โดยฮาหนักสุดคงหนีไม่พ้นบท กอล์ฟ ของปิงปอง ที่เรียกเสียงฮาได้เยอะสุด ทั้งจากไดอะล็อกและตลกสังขาร ส่วนในบรรดาตัวประกอบและแขกรับเชิญ ที่ทำเอาฮาได้ถี่กว่าใครเพื่อน คือบทกอหญ้า ผู้จัดการส่วนตัวของ เคที่ ซึ่งรับบทโดย ป๋อมแป๋ม และเหล่าแขกรับเชิญ ทั้ง แพร วทานิกาเผือก พงศธรพอลล่า เทเลอร์เชฟป้อมไอซ์ พาริส ฯลฯ แต่ละคนก็ล้วนมีซีนให้ฮากัน แบบทั่วถึง

       สิ่งที่ดูเหมือนจะดร็อปกว่าฉบับซีรี่ส์ สำหรับ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค คือพาร์ทดราม่า ที่เส้นเรื่องส่วนนี้จะเกิดขึ้นกับสองตัวละครในสองประเด็น ประกอบด้วยกัส ที่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจเลือกระหว่างแฟนเก่ากับแฟนใหม่ และส่วนของแน้ตตี้ ที่ต้องเจอกับดราม่าคุณแม่ เมื่อแม่ของเธอรักแมวมากกว่าและขู่แน้ตตี้ว่า ถ้าไม่ยอมมีลูกให้แม่ เธอจะไม่ได้มรดก กลายเป็นว่าเส้นเรื่องเหล่านี้ ทำงานได้ดีพอประมาณเท่านั้น อาจจะไม่หนักแน่นพอสำหรับการเป็นหนังใหญ่ ยิ่งตัว ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ฉบับซีรี่ส์เอง เคยเล่นปมดราม่าที่หนักหนาสาหัสกว่านี้มาแล้ว อาทิ ตัวละครป่วยเป็นโรคร้าย เลยทำให้ประเด็นดราม่าในฉบับหนัง ดูเบาบางไปเลย ส่วนปมเรื่องครอบครัวกับการยอมรับในการเป็นเพศทางเลือกนั้น ดูจะซ้ำและใช้บ่อยไปแล้ว ซีนดราม่าในหนังเลยดูจะมีไว้ เพื่อให้หนังกลมกล่อมขึ้น ไม่ได้เทไปทางตลกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

       สรุปแล้ว ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค คือยาคลายเครียดชั้นดี ถ้าใครมองหาความบันเทิง หนังเรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์ เพราะอย่างที่กล่าวไป หนังค่อนข้างทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในฐานะหนังตลก ส่วนมุกในหนังจำนวนมากจะเวิร์คสำหรับคุณหรือไม่นั้น น่าจะขึ้นอยู่กับรสนิยมและประสบการณ์ส่วนตัว แต่ที่แน่ๆ การแสดงของ ชมพู่ อารยา ในเรื่องนี้ ถือของหายากจริงๆ มันเป็นหนังที่ถูกสร้างขึ้นมา ให้คนทั่วไปที่ไม่เคยดูซีรีส์มาก่อนก็สามารถดูรู้เรื่องได้ และตลกไปกับมุกในหนัง ส่วนแฟนๆที่เผยดูซีรีส์ทั้ง ซีซั่นมาแล้ว ก็คงจะได้เห็นตัวละครในเรื่องเติบโตขึ้น ได้เห็นเส้นทางชีวิตของพวกเขาพัฒนาไปอีกขั้น

(ให้ คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM