EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ห่างหายจากจอภาพยนตร์ไปนาน สำหรับนางเอก เรเน่ เซลเวคเกอร์ ในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เธอมีเพียง Bridget Jones's Baby เรื่องเดียวเท่านั้นที่แฟนๆพอจะจำได้ โดยผลงานล่าสุดอย่าง Judy คงไม่ใช่เพียงแค่การกลับมาของเธอเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะคัมแบ็คในระดับท็อปฟอร์มเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่หนังเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์ Telluride ทุกกระแสต่างชื่นชมฝีมือการแสดงของเธอ และดูจากภาพรวมของหนังรางวัลปีนี้ ทำให้เธอก้าวสู่แถวหน้าในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งน่าจะได้เข้าชิงอย่างแน่นอน ทำให้เป็นการชิงออสการ์ครั้งแรกในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่เธอชนะจาก Cold Mountain เมื่อปี 2003

       Judyเล่าเรื่องราวในปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ก่อน "จูดี้ การ์แลนด์" นักร้องนักแสดงระดับตำนาน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากภาพยนตร์คลาสสิคเรื่อง The Wizard of Oz แต่ชีวิตของเธอเหมือนโดนคำสาป แม้จะประสบความสำเร็จและโด่งดังทั่วโลก แต่กลับประสบปัญหาส่วนตัวมากมาย ทั้งด้านความรักที่เธอผ่านการหย่าร้างถึง5 ครั้ง รวมไปถึงปัญหาด้านสุขภาพ ที่เรื้อรังมาตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเธอทำงานในฮอลลีวู้ดตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป ต้องอดอาหาร ต้องกินยาสารพัด ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งต่อการเป็น จูดี้ การ์แลนด์ ในวัยผู้ใหญ่ โดยหนังจะโฟกัสในช่วงเวลาที่เธอ จำเป็นต้องห่างไกลจากลูกๆ เพื่อไปเปิดคอนเสิร์ตที่ลอนดอน เพื่อหาเงินมาซื้อบ้าน การแสดงในครั้งนั้นเป็นที่รอคอยอย่างมาก โดยบัตร Sold Out ทุกรอบ แต่ใครจะรู้ว่า หลังม่านการแสดง ต้องมีปัญหาอะไรบ้างที่จูดี้จะต้องผ่านมันไปให้ได้

       แน่นอนว่า ไฮไลต์ที่โดดเด่นสุดของ Judy คงหนีไม่พ้นการแสดงของ เรเน่ เซลเวคเกอร์ อย่างที่นักวิจารณ์ยกย่องกัน เรเน่สามารถสลัดภาพจำของตัวเองออกไปอย่างง่ายดาย แทบจะไม่มีนาทีไหนบนจอ ที่นึกถึงภาพจำเก่าๆก่อนเธอเลย ไม่เหมือนเป็น บริดเจ็ท โจนส์ ไม่เหมือนบทไหนๆ เรเน่สามารถกลายเป็น จูดี้ การ์แลนด์ ได้ตั้งแต่ฉากแรกๆของหนัง ด้วยบุคลิกยุกยิกแปลกๆ สไตล์การพูดที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เราเชื่อตั้งแต่นาทีแรก และความโดดเด่นในเสน่ห์ของจูดี้ ทำให้คนดูสามารถตรึงกับหน้าจอได้ตลอด เรเน่สามารถถ่ายทอดความซับซ้อนด้านอารมณ์ของตัวละครนี้ได้อย่างดี ความเอาแน่เอานอนไม่ได้ บาดแผลที่ลึกเกินจะเยียวยาในจิตใจของเธอ เรเน่สามารถแสดงความสุขและความเศร้าของจูดี้ออกมาได้พร้อมๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากร้องเพลงแต่ละซีน ด้วยตรึงได้อย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการมาถึงของเพลง Over The Rainbow เพลงที่เหมือนจะเป็นเพลงธีมในชีวิตของจูดี้ ทำเอาผู้ชมน้ำตาร่วงกันได้ง่ายๆเลย

       อย่างไรก็ตาม ความโดดเด่นของหนัง Judy เกือบจะต้องยกความดีความชอบให้กับเรเน่ เซลเวคเกอร์ แทบทั้งหมด เนื่องจากตัวหนังเองค่อนข้างธรรมดาพอสมควร สำหรับผู้ชมที่ไม่เคยรู้จัก จูดี้ การ์แลนด์ มาก่อน อาจจะมีปัญหาในการชมไม่น้อย เพราะหนังเลือกจะเล่าถึงชีวิตเธอ ในช่วงเวลาแรกสุดในวงการบันเทิง และช่วงเวลาสุดท้ายเท่านั้น เหตุการณ์ระหว่างทางล้วนแต่หายไป ไม่มีแม้กระทั่งการกล่าวถึง ทำให้คนดูอาจจะไม่เข้าใจถึงปัญหาของจูดี้เท่าที่ควร เหมือนหนังพยายามจะบอกว่า ปัญหาทุกอย่างในชีวิตเธอ เกิดจากการทำงานตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น และหลายครั้งปัญหาของจูดี้ ก็ล้วนเกิดจากการกระทำของเธอเอง ทำให้หลายครั้งที่ผู้ชมยากจะสงสารหรือเอาใจช่วยเธอ ก็ทำได้ไม่สุด เพราะเป็นผลจากสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้

       สรุปแล้ว Judy ถือว่าเป็นหนังที่ไม่ควรพลาด แม้จะเพียงเพราะแค่การแสดงของ เรเน่ เซลเวคเกอร์ ก็ตาม เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแก่การดูแล้ว เพราะเธอปล่อยฝีมือขั้นสุด แทบจะกลายเป็นจูดี้อีกคนไปเลย ส่วนองค์ประกอบอื่นๆของหนังนั้น แม้จะราบเรียบ แต่ก็ไม่พลาดที่จะมาพีคในช่วงท้าย บีบอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม ใครที่เป็นแฟนของทั้งจูดี้ หรือ เรเน่ จึงไม่ควรพลาดจริงๆ

 

(ให้ 8คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM