EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ครบรอบ 10 ปีหลังจากภาคแรกฉายแบบพอดิบพอดี เหล่าแก๊งผู้กำกับและทีมนักแสดงนำจาก Zombieland ภาคแรกก็กลับกันมาแทบครบทีม ทั้งผู้กำกับ รูเบน เฟลทเชอร์ (จากVenom) และสี่นักแสดงทีมล่าซอมบี้ อย่าง วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน, เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก, อบิเกล เบรสลิน และเอ็มม่า สโตน ที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ไปแล้ว น่าเสียดายที่ตอนนั้น หนังไม่ได้เข้าโรงในไทย แต่ก็มาได้รับความนิยมในภายหลัง (ส่วนที่อเมริกาคือฮิตอยู่แล้ว) ด้วยความบ้าบอ และความเกรียน แตกต่างจากหนังซอมบี้ทั่วไป และเคมีระหว่างนักแสดงที่รับส่งมุกกันอย่างลงตัว ทำให้หนังได้รับความนิยม และถูกหยิบกลับมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

       เรื่องราวในภาคนี้ เล่าเหตุการณ์ 10 ปีถัดมา เมื่อโลกยังคงล่มสลายด้วยผีดิบครองเมือง มนุษย์อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย ส่วนแก๊งซอมบี้แลนด์ นำทีมโดย เทลาฮัสซี่ (รับบทโดย วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน),โคลัมบัส (รับบทโดย เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก) และสองพี่น้อง วิชิต้า (รับบทโดย เอ็มม่า สโตน) และลิตเติ้ลร็อก (รับบทโดย อบิเกล เบรสลิน) ก็ย้ายเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขา เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อลิตเติ้ลร็อก สมาชิกคนเล็กของทีม เริ่มเติบโตขึ้น เธออยากจะมีความรัก มีความสัมพันธ์กับคนรุ่นเดียวกัน จึงหนีออกจากทำเนียบขาว เพื่อไปตามหาชายในฝัน ทำให้ทีมซอมบี้แลนด์ ต้องออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือน้องสาว จากซอมบี้ที่กำลังอัพเกรดเป็นรุ่นใหม่ ซึ่งตายยากยิ่งกว่าเดิม

       ถ้าใครชื่นชอบ Zombieland ภาคแรก คุณก็น่าจะเอ็นจอยกับหนังภาคนี้ เพราะให้ทั้งอารมณ์และความบันเทิงได้ใกล้เคียงกับของเดิมเป็นอย่างมาก ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นแฟนคลับของหนังเรื่องนี้ ถือว่าหนังค่อนข้างสนุกมาก โดยเฉพาะมุกสไตล์บ้าบอ ที่ปล่อยอย่างเรี่ยราดมากๆ มีทั้งขำและทั้งแป้กสลับกันไป ตามประสา อยู่ที่ว่ามุกไหนจะโดนใจใคร หรือคนดูคนไหนจะเก็ทมุกบ้าง ในแง่ของฉากจัดการซอมบี้ อาจจะไม่ได้เยอะเท่าไหร่ แต่มาทีก็จัดเต็มให้แฟนๆได้ฟิน กับวิธีการฆ่าซอมบี้ที่แสนจะครีเอทเหลือเกิน

       ไฮไลต์หลักของหนังชุด Zombieland ยังคงหนีไม่พ้น เคมีที่เข้ากันเหลือเกินของ 4 นักแสดงนำ ที่ทุกคนเหมือนเล่นเป็นตัวเอง วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน ในมาดยียวนกวนประสาท,เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก ในบทเด็กเนิร์ด พูดเยอะพูดรัวๆ รวมถึงเอ็มม่า สโตน กับบทบาทสาวตลกหน้าตาย ช่างประชดประชัน ดูเหมือนจะเป็นคาแร็คเตอร์ของนักแสดงเหล่านี้ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ไฮไลต์ที่เด็ดสุดภาคนี้ คงหนีไม่พ้น นักแสดงสาว โจอี้ ดุชต์ (จาก Before I Fall) ที่แอบพลิกบทบาทเบาๆในบท เมดิสัน สาวผมบลอนด์ไร้สมอง ที่คบหากับ โคลัมบัส ในช่วงเวลาที่โคลัมบัส เลิกรากับ วิชิต้า ไป ตัวละครของเธอขโมยซีนได้ทุกฉาก และสร้างเสียงหัวเราะได้เยอะกว่าใครเพื่อน ด้วยความสดใหม่ของตัวละคร ที่บทบาทโง่ๆที่ชวนฮาได้ตลอดเวลา กลายเป็นสีสันที่สำคัญของหนังภาคนี้ไปเลย

       ปัญหาหลักสำหรับ Zombieland : Double Tap คงหนีไม่พ้น ความไม่เฟรชของหนัง ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน หนังภาคแรกประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งเพราะความสดใหม่ของมัน ไม่มีหนังซอมบี้เรื่องไหนที่กวนประสาทได้มากเท่าเรื่องนี้ แต่พอหนังภาคต่อ เลือกจะเดินเส้นทางแบบเดิม อารมณ์เดิม เติมของใหม่เพียงนิดๆหน่อยๆ ก็อาจจะทำให้หนังขาดเสน่ห์ไปพอสมควร รวมไปถึงเส้นเรื่องของหนังที่ค่อนข้างเบาบาง เล่นสนุกกับสถานการณ์ระหว่างทางไปเรื่อยเป็นหลัก แทบจะไม่มีพล็อตที่ชวนเข้มข้นเลย มีเพียงตัวละครที่เติบโตขึ้นบ้างนิดหน่อยเมื่อหนังจบไปแล้ว กลายเป็นจุดบอดของหนัง ที่ถ้าจะเน้นดูเพื่อความฮาเป็นหลัก ก็คงจะไม่เป็นไรมาก

       โดยรวมแล้ว หนังภาคนี้ เป็นเหมือนการที่เรากลับไปเจอเพื่อนที่ห่างหายไปนานเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งพวกเขายังคงบ้าบอเหมือนเดิม ไร้สาระเหมือนเดิม โตขึ้นเล็กน้อย แม้จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แต่หนังก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เราได้กลับไปหัวเราะกับคนเหล่านี้ ใครที่เป็นแฟนภาคแรก ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉากแถมช่วง End-Credit ถือว่าเป็นฉากที่พีคสุดของหนังทั้งเรื่องเลยก็ว่าได้ ทั้งฮา ทั้งกวนโอ๊ยสุดๆ ดูจบอย่าเพิ่งรีบลุกไปไหน

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM