EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ต้นฉบับคือนิยายขายดีของ การ์ธ สเตน ที่ New York Time ยกให้หนังสือเล่มนี้ติดอันดับBest Seller นานถึง 156 สัปดาห์ (นานมาก)นับตั้งแต่วางขายครั้งแรกเมื่อปี 2008 และทันทีที่หนังสือได้รับความนิยม ค่ายหนังมากมายก็แห่จองขอเอาไปสร้างเป็นหนัง เริ่มจากยูนิเวอร์แซล เมื่อปี 2009 แต่เกิดปัญหาหาตัวผู้กำกับไม่ได้ จนกระทั่งโปรเจ็คนี้ย้ายบ้านมาอยู่ที่ดิสนีย์ จนกระทั่งมาเป็นจริงได้ที่ ฟ็อกซ์ โดยมี ไซม่อน เคอร์ติส ผู้กำกับจาก My Week With Marilyn เป็นผู้กำกับ แถมยังเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายฟ็อกซ์ ที่จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย ดิสนีย์ ทำให้โปรเจ็คนี้แม้จะไม่ได้สร้างที่ดิสนีย์ แต่ก็กลับมาอยู่ในมือของดิสนีย์อยู่ดี ซึ่งหลายๆองค์ประกอบในหนัง มีความเป็นหนังดิสนีย์อยู่เหมือนกัน

       The Art of Racing In The Rain ดำเนินเรื่องราวเล่าถึงครอบครัวหนึ่ง ผ่านมุมมองของ เอ็นโซ่(พากย์เสียงโดย เควิน คอสเนอร์)สุนัขที่ถูกรับมาเลี้ยงโดย เดนนี่ (รับบทโดย ไมโล เวนติมิเลีย จากซีรีส์ This Is Us) หนุ่มนักแข่งรถผู้มีแนวคิดในการจับพวงมาลัยไม่เหมือนใคร เขามักได้เปรียมเสมอเวลาฝนตกในสนาม เพราะเขารู้ดีว่าจะซิ่งอย่างไรให้ชนะได้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้ จากสายตาการมองของเอ็นโซ่ สุนัขตัวนี้ผูกพันกับเจ้านายมันอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเดนนี่ เริ่มตกหลุมรักกับ อีฟ (รับบทโดย อแมนด้า เซย์ฟรีด)อาจารย์สอนภาษานิสัยดี พวกเขาก็ค่อยๆเริ่มก่อร่างสร้างตัว เริ่มแต่งงานและสร้างครอบครัวเล็กๆด้วยกัน โดยมีเอ็นโซ่เป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญ

       แม้ว่าหน้าหนังของ The Art of Racing In The Rain จะดูเป็นเหมือนการเอาหนังสุนัขมาผสมกับหนังรถแข่ง แต่สิ่งทั้งสองที่ว่านี้ เป็นเหมือนองค์ประกอบภายนอกเท่านั้น อันที่จริงแล้ว หนังเรื่องนี้คือหนังดราม่าครอบครัวดีๆเรื่องนึงเลย โดยมีสุนัขเป็นเหมือนตัวละครหนึ่งและเล่าเรื่องผ่านมัน ส่วนเรื่องของรถแข่งนั้น เป็นปัจจัยสำคัญของตัวละครพระเอก ซึ่งผู้ชมจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ผ่านแนวทางในการแข่งขันรถแข่งของพระเอกนั่นเอง ทำให้คอหนังที่อาจจะมองข้าม เพราะเห็นว่าเป็นหนังสุนัขอีกเรื่องท่ามกลางบรรดาหนังแนวเดียวกันที่ออกฉายในปีนี้หลายเรื่อง อาทิ A Dog's Way Home หรือ A Dog's Journey ไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ เพราะเป็นคนแนวเรื่องกันเลย

       ข้อดีของThe Art of Racing In The Rain คือเป็นหนังที่จังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างดี แม้จะค่อยๆเดินหน้าไปเรื่อยๆ ผ่านเสียงการเล่าของลุงเควิน คอสเนอร์ แต่ไม่มีจุดไหนที่น่าเบื่อเลย ผู้ชมจะรู้สึกได้ถึงการค่อยๆเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ เริ่มผูกพันกับทีละตัวละครที่หนังค่อยๆแนะนำ ไม่เร่งรีบในการพาเราเดินไปข้างหน้า จนกระทั่งเมื่อครอบครัวนี้เริ่มเกิดปมปัญหา เราก็เผลออินกับพวกเขาไปแล้ว และอยากจะเอาใจช่วยอย่างสุดใจ นอกจากเรื่องจังหวะแล้ว หนังไม่พยายามที่จะฟูมฟายมากจนเกินไป เพียงแค่เห็นหน้าหนัง คอหนังก็คงคาดเดาได้ว่า เรื่องนี้ฟีลกู้ดเน้น อิ่มเอมแน่ อบอุ่นแน่ และที่สำคัญคือ ร้องไห้แน่ๆ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่หนังก็ไม่ได้คาดคั้นของเกินเหตุ ทุกอย่างมาแบบพอดี จนรู้สึกว่าค่อนข้างลงตัวมาก

       ไฮไลต์ของเรื่องคงหนีไม่พ้นเจ้าเอ็นโซ่ ที่พากย์เสียงโดย เควิน คอสเนอร์ ถ้ามันเป็นเพื่อนของมนุษย์ ก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่น่าคบมาก เพราะคาแร็คเตอร์นี้ช่างใสซื่อเสียเหลือเกิน หลายครั้งเราก็ทั้งอมยิ้มและหลุดขำออกมาไม่ได้ ถึงความฮา ความน่ารักของมัน รวมถึงบางทีแอบแสบใช่เล่นด้วย พอตัวเดินเรื่อง ไม่น่าเบื่อแบบนี้ เราก็ยินดีจะให้มันเล่าเรื่องผ่านมุมมองมันไปเรื่อยๆ ส่วนบทพระเอก ของ ไมโล เวนติมิเลีย เรื่องนี้ดูมีเสน่ห์มาก ไม่รู้เพราะหนังฟีลกู้ดด้วยหรือเปล่า เลยดูมีประกายมากกว่าผลงานอื่นๆ ที่ปกติมักดูหมองอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่สดใสเสมอมา และสร้างความน่าดูน่ามองให้กับหนังทุกเรื่อง คือ อแมนด้า เซย์ฟรีด ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน

       สรุปแล้ว The Art of Racing In The Rain อาจจะไม่ใช่หนังดราม่าฟีลกู้ดที่หวือหวา หรือแปลกไปจากเรื่องก่อนๆ แต่ถือว่าเป็นหนังครอบครัวที่ลงตัวอีกเรื่อง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอะไรมาเยียวยาจิตใจ ใครที่อาจจะกำลังเจอกับอะไรหนักๆ หรือ ไม่สามารถหาทางออกจากบางปัญหาในชีวิตได้ ลองมาดูหนังเรื่องนี้ อาจจะพอหาคำตอบหรือหนทางบางอย่างได้ มาดูกันว่าพระเอกมีศิลปะในการซิ่งผ่านสายฝนอย่างไร เราอาจจะพอหยิบยืมหลักการนี้มาใช้กับเราก็เป็นอันได้

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM